ทำไม 'เลบานอน' เป็นปัจจัยสำคัญ กำหนดชะตา 'ดีลสหรัฐ-อิหร่าน' นักวิเคราะห์มองว่า การมีเงื่อนไขเกี่ยวกับเลบานอนรวมอยู่ในข้อตกลงเป็นเพราะอิหร่านมีความรู้สึกแรงกล้าต่อเรื่องนี้ ขณะที่สหรัฐอาจเต็มใจช่วยกดดันอิสราเอลหยุดสู้รบ ดังที่ทรัมป์เคยวิจารณ์อิสราเอลไว้
แม้บันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน “ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวหน้าระหว่างสองประเทศ และระหว่างพันธมิตรของพวกเขาในทันทีและถาวร รวมถึงในเลบานอน" แต่ดูเหมือนว่าอิสราเอลยังไม่ได้รับบันทึกความเข้าใจดังกล่าว หรือพวกเขาอาจจงใจเพิกเฉยต่อเรื่องนี้
สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า อิสราเอลโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่องหลายวันนับตั้งแต่มีการลงนาม MoU ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตตั้งแต่อิสราเอลเริ่มโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินในวันที่ 2 มี.ค. มากกว่า 4,000 รายแล้ว การโจมตีที่รุนแรงเหล่านั้นผลักดันให้อิหร่านเลื่อนการเจรจากับสหรัฐ รวมถึงการเจรจาครั้งแรกหลังบรรลุดีลที่เดิมทีกำหนดไว้เมื่อวันศุกร์ (19 มิ.ย.69) ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธในเลบานอน และรัฐบาลเลบานอน ต่างเรียกร้องให้อิสราเอลถอนทัพออกไปจากดินแดนของเลบานอนทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายมีแนวทางที่แตกต่างกัน โดยฮิซบอลเลาะห์ระบุว่า การถอนกำลังดังกล่าวควรเชื่อมโยงกับการเจรจาระหว่างเลบานอนกับอิหร่าน ขณะที่รัฐบาลเลบานอนต้องการ การเจรจาโดยตรงกับอิสราเอล
ไมเคิล ยัง ผู้เชี่ยวชาญเลบานอน จากศูนย์คาร์เนกีตะวันออกกลาง กล่าวว่า
“เลบานอนอยู่ในอันดับต้นๆ ของข้อตกลง เพราะอิหร่านต้องการเน้นย้ำว่าบูรณภาพดินแดนของเลบานอนสำคัญต่อข้อตกลง และความสำเร็จของบันทึกความเข้าใจอย่างยิ่ง”
‘อิสราเอล’ ยิงตอร์ปิโดใส่ดีล ‘สหรัฐ-อิหร่าน’
อิสราเอล และฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน สู้รบกันมาตั้งแต่เดือน ต.ค.2023 แต่อิสราเอลทวีความรุนแรงในความขัดแย้งนี้สองครั้งในเดือนพ.ย.2024 และเดือนมี.ค. ปีนี้ โดยถล่มเลบานอนด้วยระเบิด และบุกรุกดินแดน
ด้านนักวิเคราะห์เชื่อว่า การมีเงื่อนไขเกี่ยวกับเลบานอนใน MoU นั้นหมายความว่า
“อิหร่านมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าต่อสถานการณ์ในเลบานอน” และ “สหรัฐ” ที่พอใจกับความสัมพันธ์ทวิภาคีในเชิงบวกกับรัฐบาลเลบานอน “อาจเต็มใจช่วยกดดันอิสราเอลให้ยุติปฏิบัติการทางทหารในประเทศ”
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็พูดถึงเลบานอนหลายครั้ง รวมถึงการบอกให้อิสราเอลลดระดับปฏิบัติการในเลบานอน แต่ทางการอิสราเอลย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ความสามารถของพวกเขาในการปฏิบัติการในเลบานอนต้องได้รับการปกป้อง
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคาร (16 มิ.ย.69) ในที่ประชุมสุดยอด G7 ในฝรั่งเศส “อิสราเอลกำลังสู้รบกับฮิซบอลเลาะห์นานไปแล้ว และมีคนจำนวนมากต้องถูกฆ่า คุณไม่จำเป็นต้องทำลายอาคารอพาร์ตเมนต์ทุกครั้งที่คุณกำลังมองหาใคร เพราะมีคนอาศัยในนั้นจำนวนมาก และพวกเขาไม่ใช่ฮิซบอลเลาะห์ นั่นคือ ที่ผมสามารถบอกได้”
ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า เขาไม่พอใจต่อแนวทางการปฏิบัติการของอิสราเอลต่อฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนด้วย
เดวิด วูด นักวิเคราะห์อาวุโสเกี่ยวกับเลบานอนจากกลุ่มวิกฤติระหว่างประเทศ (International Crisis Group) กล่าวว่า สหรัฐต้องการแยกความขัดแย้งเลบานอนและอิหร่านออกจากกัน และสามารถช่วยเลบานอนได้ด้วยการยืนกรานให้อิสราเอลปฏิบัติตามข้อเสนอหยุดยิงทวิภาคีเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน”
“แนวทางนี้อาจช่วยให้เลบานอนมีโอกาสแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถมีอำนาจควบคุมเหนือดินแดนอย่างมีประสิทธิภาพ และปกป้องประเทศได้ด้วยวิธีที่ไม่ใช้ความรุนแรง ตรงกันข้ามกับกลยุทธ์การต่อต้านอิสราเอลด้วยอาวุธของฮิซบอลเลาะห์" วูด กล่าว
แต่อิสราเอลอาจคิดแบบอื่น...
ด้านยัง กล่าวว่า อิสราเอลกำลังพยายามยิงตอร์ปิโดใส่ MoU และการเจรจาระหว่างอิหร่าน และสหรัฐ
“พวกเขาไม่ต้องการให้การเจรจาเหล่านี้ประสบความสำเร็จ ดังนั้นหนทางที่พวกเขาจะทำคือ เดินหน้าทำสงครามในเลบานอนต่อแบบเดิม”
คาริม ซาฟิดดีน นักวิชาการกิตติมศักดิ์ จากสถาบันทาห์ริร์เพื่อนโยบายตะวันออกกลาง บอกว่า ที่อิสราเอลทำแบบนั้นเพราะอิสราเอลไม่มีแรงจูงใจด้านการเมือง เทคโนโลยี อุตสาหกรรม เศรษฐกิจในการยุติสงครามในเลบานอน
บทบาทของฮิซบอลเลาะห์
อิหร่านต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร หากอิสราเอลปฏิเสธยุติการโจมตีในเลบานอน และสหรัฐไม่สามารถ หรือไม่เต็มใจที่จะกดดันรัฐบาลอิสราเอล
ซาฟิดดีน บอกว่า มีความแตกแยกภายในอิหร่าน รวมถึงในกลไกของรัฐ เกี่ยวกับขอบเขตที่อิหร่านควรดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าการรุกรานของอิสราเอลในเลบานอนจะยุติลง
หลังจากอิสราเอลกลับมาโจมตีในเลบานอนอีกครั้งเมื่อวันเสาร์ (20 มิ.ย.69) แม้มีการประกาศหยุดยิงฉบับอื่น ส่วนอิหร่านก็ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
หลังบรรลุ MoU ผู้คนจำนวนมากในเลบานอนต่างหวังว่าจะช่วยยุติการทำสงครามของอิสราเอลได้ แต่ยังคงมีปัญหาที่ต้องแก้ไข
ทั้งนี้ อิสราเอล และเลบานอนมีกำหนดเจรจาโดยตรงต่อในสัปดาห์นี้ และการปลดอาวุธของฮิซบอลเลาะห์ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ รัฐบาลเลบานอนได้ดำเนินการเพื่อปลดอาวุธกลุ่มนี้มาตั้งแต่ต้นปี 2025 แล้ว แต่การที่อิสราเอลเพิ่มความรุนแรงในความขัดแย้งเป็นครั้งที่สองทำให้ความพยายามเหล่านั้นหยุดชะงัก
วูดบอกว่า ผู้นำทางการเมืองของเลบานอนพบว่า ตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากอีกครั้งภายใต้บันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน ในทางกลับกัน ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ว่าเลบานอนต้องกำหนดอนาคตของตนเอง รวมถึงเส้นทางสู่การยุติสงครามระหว่างอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์อย่างยั่งยืน แต่ก็ยากที่จะตำหนิประธานาธิบดีโจเซฟ อูน ที่แสดงความยินดีกับการที่อิหร่านช่วยยืนกรานให้มีการหยุดยิงในเลบานอนผ่านบันทึกความเข้าใจ แม้ปัจจุบันจะยังไม่สามารถยุติการสู้รบได้ก็ตาม
“เลบานอนมีอำนาจจำกัดมากในการแก้ไขความขัดแย้งเบื้องต้นระหว่างอิสราเอล และฮิซบอลเลาะห์ ดังนั้น เบรุตจึงจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากภายนอกในอนาคตอันใกล้นี้” วูด กล่าวเสริม
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


