วันพุธ ที่ 24 มิถุนายน 2569

Login
Login

สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ บรรยากาศตึงเครียด

สหรัฐ-อิหร่าน เปิดฉากเจรจาที่สวิตเซอร์แลนด์ ท่ามกลางความตึงเครียดหลังทรัมป์ขู่ไม่หยุด จนเตหะรานเดือดดาลไม่ร่วมเปิดงาน ล่าสุดรอง ปธน.สหรัฐอ้างเจรจาคืบหน้าด้วยดี

บลูมเบิร์ก รายงานว่า สหรัฐ-อิหร่าน ได้เริ่มต้นการเจรจาข้อตกลงสันติภาพที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อแก้ไขปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวร ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาขู่ซ้ำว่าจะเปิดฉากโจมตีอีก หากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังคงเดินหน้าโจมตีอิสราเอล

 

การเจรจาเริ่มต้นขึ้นอย่างสับสนอลหม่านเมื่อวันอาทิตย์ (21 มิ.ย.69) ที่ผ่านมา หลังจากสื่อของอิหร่านรายงานว่า รัฐบาลเตหะรานได้สั่งระงับการเจรจาเพื่อตอบโต้คำขู่ล่าสุดของทรัมป์ ทว่าแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับสถานการณ์ยืนยันว่าการหารือยังคงดำเนินต่อไป

 

นักการทูตอาวุโสของสหรัฐซึ่งมีส่วนร่วมในการเจรจาเปิดเผยว่า การหารือได้ลากยาวไปจนถึงช่วงเช้ามืดของวันจันทร์ (22 มิ.ย.69) ตามเวลาสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีหัวข้อสำคัญรวมถึงกลไกการลดความขัดแย้งเพื่อรับประกันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะเปิดใช้งานได้อย่างปลอดภัย และแนวทางการบังคับใช้ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอน

จุดเริ่มต้นการเจรจาสร้างสันติภาพ-เปิดช่องแคบฮอร์มุซถาวร

นักการทูตรายดังกล่าวเสริมว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเจรจาในระดับเทคนิคที่จะดำเนินต่อไปในอนาคต

 

การประชุมระดับสูงนัดแรกระหว่างผู้แทนจากสหรัฐ อิหร่าน กาตาร์ และปากีสถาน ได้เปิดฉากขึ้นที่รีสอร์ตหรูเบอร์เกนสต็อก (Bürgenstock) ของสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีผู้เข้าร่วมคนสำคัญ อาทิ นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน

ในช่วงที่การประชุมกำลังเริ่มต้นขึ้น ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียระบุว่า เขาจะโจมตีอิหร่านอีกครั้ง หากอิหร่านไม่ "สั่งให้กลุ่มตัวแทน (Proxies) ในเลบานอนที่ได้รับเงินอุดหนุนอย่างงาม หยุดสร้างความปั่นป่วนในทันที"

นอกจากนี้ เขายังเตือนอิหร่านว่าสหรัฐ อาจเริ่มจัดเก็บค่าผ่านทางหากไม่มีการบรรลุข้อตกลง โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้กล่าวกับสถานีโทรทัศน์ฟอกซ์นิวส์ ว่าเขาได้บอกกับผู้นำอิหร่านโดยตรงว่า หากพวกเขาปิดช่องแคบฮอร์มุซ "พวกคุณจะไม่มีโอกาสได้กลับไป" อิหร่านด้วยซ้ำ (พร้อมใช้คำสบถประกอบ)

ราคาน้ำมันดีดขึ้น หลังทรัมป์ขู่กลับมาโจมตีอิหร่าน

คำขู่ของทรัมป์ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้นถึง 2.2% ในช่วงเปิดตลาด แตะระดับ 82.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 77 ดอลลาร์

แม้ว่าข้อตกลงชั่วคราวที่ได้มาอย่างยากลำบากก่อนหน้านี้จะเป็นสัญญาณของการพักรบระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน แต่การหารือเมื่อวันอาทิตย์น่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยื้อแย่งเจรจาที่ยืดเยื้อ ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่ประเด็นขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ของอิหร่านไปจนถึงการบรรเทามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจแก่เตหะราน

"สิ่งที่เป็นอยู่ปัจจุบันคือ จุดเริ่มต้นของการเจรจาเชิงเทคนิค ซึ่งคงไม่ได้เข้ามาแก้ปัญหาความขัดแย้งได้ทั้งหมดในคราวเดียว" แวนซ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเคียงข้างเจ้าหน้าที่จากปากีสถาน และกาตาร์ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลาง โดยมีจาเร็ด คุชเนอร์ และสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทีมเจรจาระดับโลกของทรัมป์ คอยขับเคลื่อนการเจรจาเชิงเทคนิคที่กำลังดำเนินอยู่

การสู้รบในเลบานอนตัวแปรสำคัญของการเจรจา

เจ้าหน้าที่รายหนึ่งที่คุ้นเคยกับการหารือเปิดเผยโดยขอสงวนนามเนื่องจากเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนว่า การยุติการสู้รบในเลบานอนจะเป็นตัวแปรสำคัญต่อความสำเร็จของการเจรจาสหรัฐ-อิหร่านที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งหมายความว่าผลลัพธ์ที่เป็นบวกของการเจรจานั้นขึ้นอยู่กับการสนับสนุนจากอิสราเอลเป็นสำคัญ และมีเพียงการถอนทัพออกจากเลบานอนเท่านั้น ที่จะรับประกันได้ว่าข้อตกลงชั่วคราวนี้จะเดินหน้าต่อไปได้

อย่างไรก็ดี อิสราเอลไม่ได้มีส่วนร่วมในฐานะภาคีของข้อตกลงชั่วคราวดังกล่าว

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ประเด็นอื่นๆ ที่อยู่ในความสนใจ ได้แก่ เส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซ มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ และการคืนสินทรัพย์ของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้ โดยทางสวิตเซอร์แลนด์ได้เตรียมพร้อมสถานที่ประชุมไว้จนถึงช่วงสายของวันจันทร์ เพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อไปได้หากจำเป็น

ตัวแทนอิหร่านไม่ร่วมแถลงข่าวเปิดการประชุม

เจ้าหน้าที่เผยว่า คณะทูตของอิหร่านให้ความสำคัญอย่างมากต่อกระแสตอบรับของการประชุมครั้งนี้ภายในประเทศ ส่งผลให้คณะผู้แทนของอิหร่านเลือกที่จะอยู่นอกห้องประชุม และปฏิเสธที่จะเข้าร่วมในช่วงการแถลงข่าวเปิดงานที่มีการถ่ายทอดสด เนื่องจากพวกเขาไม่ต้องการให้มีภาพการจับมือกับผู้แทนฝั่งสหรัฐ เผยแพร่ออกไปก่อนที่จะมีการบรรลุข้อตกลงใดๆ

 

เจ้าหน้าที่ระบุเสริมว่า ความท้าทายหลักในการดึงทั้งสองประเทศเข้าสู่โต๊ะเจรจา คือการเชื่อมช่องว่างทางความคิดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างผู้แทนของอิหร่านและสหรัฐ

 

"การประชุมครั้งนี้จะช่วยให้เราได้นั่งคุยร่วมกันในฐานะทีมเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อหาคำตอบว่าสิ่งใดสำคัญที่สุดสำหรับแต่ละฝ่าย เพื่อจัดการ และแก้ไขปัญหาเหล่านั้น และก้าวไปสู่อนาคตที่ดีกว่า" แวนซ์ กล่าว

 

สำนักข่าว ISNA กึ่งทางการของอิหร่าน รายงานว่า ประเด็นหลักในการเจรจาจะเป็นเรื่อง "การหยุดยิงอย่างครอบคลุม" ในเลบานอน ซึ่งรวมถึงการถอนกำลังทหารของอิสราเอล และชะตากรรมของสินทรัพย์อิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ในต่างประเทศ

 

เรือยังผ่านช่องแคบฮอร์มุซแม้อิหร่านขู่ปิด

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา รัฐบาลเตหะรานได้กล่าวหาอิสราเอลว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอน และขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลกอีกครั้ง อย่างไรก็ดี แม้จะมีคำประกาศดังกล่าว แต่น้ำมันหลายล้านบาร์เรลยังคงไหลผ่านช่องแคบนี้ในช่วงสุดสัปดาห์

 

ภายใต้เงื่อนไขในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่ทรัมป์ลงนามเมื่อวันพุธ สหรัฐ และอิหร่านมีกรอบเวลาเจรจา 60 วัน แต่ข้อตกลงดังกล่าวเปิดช่องให้ขยายเวลาออกไปได้

 

คำประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านสร้างความกังวลให้กับการเจรจา ทว่าผลกระทบโดยตรงต่อการเดินเรือยังไม่แน่ชัด เนื่องจากก่อนหน้าที่จะมีการหยุดยิง น้ำมันหลายล้านบาร์เรลก็ยังคงถูกขนส่งผ่านช่องแคบนี้อย่างเงียบๆ ในทุกๆ วัน

 

ข้อมูลการติดตามเรือที่รวบรวมโดย สำนักข่าว Bloomberg ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันขนาดซูเปอร์แทงเกอร์ 3 ลำที่เชื่อมโยงกับอินเดีย และบรรทุกน้ำมันมาเต็มลำ ได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้งในอ่าวโอมานเมื่อวันอาทิตย์ หลังจากที่ส่งสัญญาณพยายามจะเดินทางข้ามช่องแคบเมื่อวันศุกร์

 

เรือซูเปอร์แทงเกอร์เหล่านี้ (ซึ่งระบุความเป็นเจ้าของโดยอินเดียหรือมีจุดหมายปลายทางไปยังอินเดีย) บรรทุกน้ำมันดิบรวมเกือบ 6 ล้านบาร์เรล จากอิรัก และคูเวต โดยการพยายามล่องเรือไปยังเกาะเกชม์ (Qeshm Island) บ่งชี้ว่าเรือเหล่านี้อาจใช้เส้นทางที่ได้รับความเห็นชอบจากเตหะราน

 

กองบัญชาการกลางสหรัฐ (US Central Command) แถลงว่า การจราจรของเรือพาณิชย์ในช่องแคบเพิ่มขึ้นเมื่อวันเสาร์ โดยมีเรือสินค้า 55 ลำขนส่งสินค้าและน้ำมันมากกว่า 17 ล้านบาร์เรลผ่านช่องแคบ

 

คริส ไรท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานสหรัฐ กล่าวในรายการ Fox News Sunday ว่า สหรัฐยังคงส่งเรือคุ้มกันและ "แสดงให้เห็นว่าเราสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบได้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีอิหร่านก็ตาม"

 

อิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรของวอชิงตันในสงครามกับอิหร่านที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ได้เปิดฉากสู้รบไปพร้อมๆ กันกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ทางด้านอิหร่านพยายามเชื่อมโยงความขัดแย้งในเลบานอน ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคน และทำให้ชาวเลบานอนต้องพลัดถิ่นมากกว่า 1 ล้านคน เข้ากับการเจรจาในภาพใหญ่กับสหรัฐ มาโดยตลอด

 

เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวตามรายงานของสำนักข่าว IRNA ว่า เตหะรานมองว่าสหรัฐมี "ความรับผิดชอบโดยตรง" ต่อสถานการณ์ในเลบานอน และการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล

 

ขณะเดียวกัน อิสราเอลยืนกรานว่าจะคงกำลังทหารไว้ที่บริเวณชายแดนจนกว่าจะมั่นใจว่ากลุ่มฮิซบอลเลาะห์ (ซึ่งสหรัฐ จัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย) จะไม่เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า ปฏิบัติการล่าสุดพุ่งเป้าไปที่เครือข่ายบังเกอร์ใต้ดินที่เชื่อว่าเป็นที่หลบซ่อนของนักรบฮิซบอลเลาะห์

 

"ไม่มีข้อจำกัดใดๆ สำหรับทหาร IDF ในเลบานอนสำหรับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อขจัดภัยคุกคาม" อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอิสราเอล กล่าวเมื่อวันอาทิตย์

 

"กองกำลังของเรายังคงวางกำลังในเขตรักษาความปลอดภัยตามแนวเส้นสีเหลือง (Yellow Line) ในเลบานอน และปฏิบัติการจากที่นั่นเพื่อต่อต้านผู้ก่อการร้าย และโครงสร้างพื้นฐานของกลุ่มก่อการร้าย" เขากล่าว พร้อมย้ำว่าอิสราเอลจะไม่ถอนกำลัง

ทรัมป์ไม่พอใจเนทันยาฮู

มีรายงานว่า ทรัมป์ ได้แสดงความไม่พอใจต่อเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เกี่ยวกับการโจมตีก่อนหน้านี้ โดยชี้ว่าการกระทำดังกล่าวอาจบ่อนทำลายความพยายามในการเจรจาระหว่างสหรัฐ และอิหร่าน

 

"อิสราเอลมีสิทธิที่จะปกป้องตนเอง" แวนซ์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพฤหัสบดี "แต่โดยพื้นฐานแล้ว ชาวอิสราเอลก็เหมือนกับคนอื่นๆ ที่ต้องเคารพกระบวนการสันติภาพนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อพวกเขา และดีต่อคนทั้งภูมิภาค"

 

บันทึกความเข้าใจระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ส่งผลให้วอชิงตันยอมยกเลิกการปิดล้อมทางเรือต่อท่าเรือของอิหร่าน และรับปากว่าจะยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรที่ขัดขวางการขายน้ำมันดิบของอิหร่าน ในทางกลับกัน อิหร่านให้คำมั่นว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางผ่านของน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติประมาณ 1 ใน 5 ของโลกอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม เตหะรานเตือนว่าจะกำหนดให้เรือทุกลำต้องได้รับอนุญาต และมีประกันภัยภาคบังคับจากอิหร่านจึงจะผ่านได้ ซึ่งสหรัฐ ยุโรป และกลุ่มรัฐอาหรับในอ่าวเปอร์เซีย ต่างพากันคัดค้านแนวคิดที่อิหร่านจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าว

แวนซ์อ้างการเจรจาคืบหน้าด้วยดี

แวนซ์ ระบุกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่สวิตเซอร์แลนด์ว่า ทั้งสองฝ่ายมีความคืบหน้าอย่างมากในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

"ผมคาดหวังว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมอีกในชั่วโมงต่อๆ จากนี้" เขากล่าวสรุป

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์