สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ทางการปากีสถานเปิดเผยว่า การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐและอิหร่านเตรียมเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 21 มิ.ย. นี้ หลังจากต้องเลื่อนกำหนดการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทวีความตึงเครียดขึ้น เมื่อรัฐบาลเตหะรานประกาศปิดน่านน้ำยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง เพื่อตอบโต้ที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าใช้กำลังทหารโจมตีเลบานอนอย่างต่อเนื่อง
การพบปะกันในวันที่ 21 มิ.ย. นี้ ที่เมืองเบอร์เกนสต็อก จะเป็นการเริ่มต้นการเจรจาระดับเทคนิค เพื่อปูทางไปสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้ายระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยมีปากีสถานและกาตาร์ร่วมเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันว่า คณะผู้แทนระดับสูงของอิหร่าน นำโดย โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภา และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้เดินทางถึงเมืองซูริกแล้ว
ในฝั่งสหรัฐ โฆษกประจำตัวรองประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุว่า เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐได้ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สวิตเซอร์แลนด์แล้วเช่นกัน โดยคาดหวังว่าจะสามารถสร้างความคืบหน้าได้ทั้งในประเด็นการหยุดยิงในเลบานอนและข้อพิพาทด้านโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน แม้เขาจะมีเวลาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์เพียง 1-2 วันก็ตาม โดยนายกรัฐมนตรีกาตาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศ และรัฐมนตรีมหาดไทยของปากีสถาน ได้เดินสายจัดการประชุมกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันการเจรจานี้ขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ สหรัฐและอิหร่านได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MoU) เพื่อประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารในทุกแนวรบอย่างถาวร รวมถึงความขัดแย้งในเลบานอน โดยกำหนดให้ต้องบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายภายใน 60 วัน ซึ่งสามารถขยายเวลาได้หากทั้งสองฝ่ายเห็นชอบ แต่การดึงทั้งสองฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจาเมื่อวันศุกร์กลับล้มเหลว เมื่ออิหร่านปฏิเสธที่จะส่งตัวแทนเข้าร่วม เพื่อประท้วงที่อิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีเลบานอน ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 83 รายในวันศุกร์ และอีกอย่างน้อย 32 รายในวันเสาร์ แม้อิสราเอลจะตกลงหยุดยิงกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์มาแล้วก็ตาม
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้ประกาศใช้มาตรการจำกัดการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งเพื่อเป็นการตอบโต้ โดยกล่าวหาว่าอิสราเอลก่ออาชญากรรมในเลบานอน และประณามสหรัฐว่าละเมิดพันธกรณีในการจัดตั้งข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเตือนให้เรือพาณิชย์หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้น่านน้ำยุทธศาสตร์ดังกล่าว ด้าน โมฮัมหมัด มอคเบอร์ ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดอิหร่าน เตือนอย่างแข็งกร้าวว่า การจัดหาพลังงานในตะวันออกกลางจะหยุดชะงัก หากข้อตกลงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังคงเป็นเพียงแค่เศษกระดาษ
อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐยืนยันว่ากองกำลังของตนยังคงปฏิบัติภารกิจและเฝ้าระวังอยู่ในพื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลง โดยโฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐ (CENTCOM) ย้ำว่า "อิหร่านไม่ได้เป็นผู้ควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ" และระบุว่ามีเรือพาณิชย์ 55 ลำสามารถสัญจรผ่านได้อย่างปลอดภัยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าพัฒนาการของการเจรจากำลังเดินถอยหลังกลับไปสู่จุดก่อนการลงนามใน MoU นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า การที่เตหะรานเลือกปิดช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นยุทธศาสตร์การกดดันขั้นสูงสุดต่อสหรัฐและกลุ่มผู้ไกล่เกลี่ย โดยอิหร่านกำลังใช้เส้นทางขนส่งพลังงานระดับโลกแห่งนี้เป็นเครื่องมือต่อรอง เพื่อบีบให้ทุกฝ่ายต้องรับประกันการยุติการสู้รบในเลบานอนอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แลกกับการที่อิหร่านจะยอมคืนความปกติให้กับการสัญจรในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง


