รัฐบาลอิหร่าน ประกาศชะลอการเริ่มเจรจาสันติภาพ กับสหรัฐ หลังการสู้รบระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ทางตอนใต้ของเลบานอนทวีความรุนแรงขึ้น นับเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความพยายามของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ในการยุติสงครามและสกัดกั้นโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน ท่ามกลางความกังวลระลอกใหม่ต่อเสถียรภาพการขนส่งน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ
สำนักข่าว Bloomberg รายงานอ้างแหล่งข่าวผู้ไม่ประสงค์ออกนามว่า การเจรจาซึ่งเดิมมีกำหนดจัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา ถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการปะทะกันระหว่างกองทัพอิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน โดยอิหร่านได้ตั้งเงื่อนไขให้มีการหยุดยิงในเลบานอนเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวที่เพิ่งทำร่วมกับสหรัฐในสัปดาห์นี้
เหตุการณ์การสู้รบในเลบานอนทำให้กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ชี้ว่า สหรัฐต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อสถานการณ์ในเลบานอนและปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล และอิหร่านจึงปฏิเสธที่จะส่งตัวแทนเข้าร่วมการเจรจา ขณะที่ เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้แทนของรัฐบาลวอชิงตัน ก็ได้ยกเลิกการเดินทางเช่นกัน โดยเบื้องต้นยังไม่มีการระบุถึงกำหนดการเจรจารอบใหม่
การเลื่อนเจรจาครั้งนี้นับเป็นความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับทรัมป์ ซึ่งเพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับอิหร่านเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าผู้นำสหรัฐยอมอ่อนข้อมากเกินไป ทั้งในด้านผลประโยชน์ทางการเงินและการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร โดยทรัมป์ อ้างว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยป้องกันวิกฤตเศรษฐกิจโลก ผ่านการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซสามารถกลับมาสัญจรได้อีกครั้ง
ทรัมป์ ได้ตอบโต้กระแสวิจารณ์ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ว่า "เราไม่ได้ไปเจรจาเพราะสิ้นหวัง แต่อิหร่านต่างหากที่สิ้นหวัง พวกเขาจบสิ้นแล้ว เราจะเดินหน้าตามกรอบ 60 วัน พวกเขาจะไม่ได้เงินเลย"
รอยร้าวระหว่างสหรัฐและอิสราเอลในประเด็นเลบานอนเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น มีรายงานว่าทรัมป์ได้สบถใส่ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ผ่านทางโทรศัพท์ โดยกล่าวหาว่าเนทันยาฮูเกือบทำให้ข้อตกลง MOU กับอิหร่านต้องพังทลายลงจากการยกระดับการโจมตี อย่างไรก็ดี เนทันยาฮูยืนกรานผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า อิสราเอลจะไม่อดทนต่อการโจมตีใดๆ และฮิซบอลเลาะห์จะต้องจ่ายราคาที่แสนแพง โดยกองทัพอิสราเอลจะตรึงกำลังในเขตความมั่นคงทางตอนใต้ของเลบานอนตราบเท่าที่ฮิซบอลเลาะห์จะไม่เป็นภัยคุกคาม
ส่วนประเด็นการเจรจานิวเคลียร์นั้น ผู้เชี่ยวชาญหลายรายประเมินว่า กรอบเวลา 60 วันไม่เพียงพออย่างยิ่งสำหรับการบรรลุข้อตกลงถาวรกับอิหร่าน เนื่องจากมีความซับซ้อนเชิงเทคนิคสูงมาก โดยเปรียบเทียบกับข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015 ระหว่างอิหร่านและมหาอำนาจโลก ที่ต้องใช้เวลาเจรจานานถึง 2 ปีกว่าจะเป็นผลสำเร็
ในประเด็นด้านเศรษฐกิจและการขนส่งพลังงาน แม้สหรัฐและอิหร่านจะตกลงยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล แต่อิหร่านประกาศเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. แล้วว่า เรือที่แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะต้องได้รับอนุญาตและต้องมีกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งแม้ปัจจุบันจะให้บริการฟรี แต่อาจมีการเก็บค่าธรรมเนียมในอนาคต ทำให้ประเด็นนี้สร้างความไม่พอใจให้กับสหรัฐ ยุโรป และกลุ่มประเทศอาหรับ จนรองประธานาธิบดีสหรัฐแสดงท่าทีว่าน่านน้ำสากลไม่ควรมีการเก็บค่าผ่านทาง
นอกจากนี้ แนวโน้มผลกระทบทางเศรษฐกิจโลกยังคงน่ากังวล โดยราคาน้ำมันดิบในปัจจุบันยังคงสูงกว่าช่วงต้นปีอยู่ถึงประมาณ 30% เนื่องจากกระบวนการฟื้นฟูเส้นทางการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ภาวะปกตินั้น อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายเดือน
ยิ่งไปกว่านั้น สหรัฐและอีกหลายประเทศได้ดึงคลังน้ำมันสำรองฉุกเฉินออกมาใช้ในอัตราที่สูงเพื่อพยุงราคาในช่วงสงคราม ซึ่งการที่ประเทศเหล่านี้จำเป็นต้องทยอยเข้าซื้อน้ำมันเพื่อเติมคลังสำรองให้กลับมาเต็มอีกครั้ง จะยิ่งกลายเป็นปัจจัยหนุนที่เพิ่มอุปสงค์และสร้างแรงกดดันต่อราคาน้ำมันในตลาดโลกต่อไป
อ้างอิง Bloomberg


