วันพฤหัสบดี ที่ 18 มิถุนายน 2569

Login
Login

65 ปี'ไทย-แคนาดา' เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทาน ระยะทางไม่ใช่ข้อจำกัด

ในบรรดามิตรประเทศของไทย แคนาดาเป็นประเทศหนึ่งที่คนไทยรู้สึกว่า จะใกล้ก็ไม่ใช่ จะไกลก็ไม่เชิง เพราะค่อนข้างห่างไกลทางกายภาพ แต่ก็มีความคุ้นเคยกันอยู่ ความสัมพันธ์ดำเนินมาถึง 65 ปีในปีนี้ ปิง กิดนิกร เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษกรุงเทพธุรกิจ ถึงมิตรภาพสุดพิเศษนี้

  •  ความเหมือนระหว่างไทย-แคนาดา

ทูตปิง: สองประเทศมีอะไรที่เหมือนกันหลายอย่างแม้สภาพภูมิศาสตร์จะห่างไกลกัน แคนาดามีประชากร 41 ล้านคน เป็นประเทศขนาดกลาง เป็นมหาอำนาจขนาดกลาง เศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกมาก นี่คือสิ่งที่คล้ายกับไทยอย่างยิ่ง

รัฐบาลของเราทั้งสองกำลังกระจายความสัมพันธ์ทางการค้าให้หลากหลายและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของเราให้มากขึ้น ในวาระเฉลิมฉลอง 65 ปีความสัมพันธ์จึงเหมาะสมมากในการส่งเสริมการค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น 65 ปี'ไทย-แคนาดา' เสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทาน ระยะทางไม่ใช่ข้อจำกัด

  •  แนวทางพัฒนาความสัมพันธ์

 ทูตปิง: ดิฉันอยากเน้นย้ำว่า แม้เราสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการในปี 1961 ตอนที่แคนาดาส่งเอกอัครราชทูตคนแรกมาประจำประเทศไทย แต่สายสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีมาก่อนหน้านั้นนานมาก

เมื่อทบทวนความสมพันธ์ก็อดที่จะย้ำไม่ได้ว่า แท้จริงแล้วพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จเยือนแคนาดาตั้งแต่ปี 1931 ก่อนสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเสียอีก ยิ่งรัฐบาลต่อรัฐบาลมีกิจกรรมที่เป็นทางการระหว่างกันความสัมพันธ์ก็ยิ่งก้าวหน้า แต่ดิฉันคิดว่าเหตุผลสำคัญว่าทำไมความสัมพันธ์ของเราถึงได้ดีมากก็คือคนไทยกับคนแคนาดาไปมาหาสู่กันค่ะ

 เรามีพลเมืองแคนาดาเชื้อสายไทยกว่า 22,000 คนอาศัยอยู่ในแคนาดา และเราก็มีชาวแคนาดาราว 20,000 คน ที่ใช้เมืองไทยเป็นบ้าน นี่ยังไม่รวมการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับมัธยมปลาย ระดับปริญญาตรี หรือระดับบัณฑิตศึกษา ดิฉันคิดว่าความสัมพันธ์และการแลกเปลี่ยนเหล่านี้เป็นสิ่งที่ช่วยรักษาความสัมพันธ์และวางรากฐานที่ดีให้กับประเทศ

แล้วตอนนี้เรากำลังให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรนั้น แน่นอนว่าเราต้องก้าวไปอีกขั้น ไม่เพียงแต่ขยายความสัมพันธ์แต่ต้องลงลึกโดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจ

 ตัวช่วยข้อตกลงการค้าเสรี

ทูตปิง:  ตอนที่นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีระกูล ไปประชุมเอเปคที่เกาหลีใต้เมื่อปีก่อน ท่านได้พบกับนายกรัฐมนตรีมาร์ค คาร์นีย์ ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องมีข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) แคนาดา-ไทย

จริงๆ แล้วแคนาดาเจรจากับอาเซียนมาตั้งแต่ปี 2021 ซึ่งเราจำเป็นต้องประสานเรื่องนี้ แต่การเจรจาเอฟทีเอแคนาดา-อาเซียน ต้องใช้เวลานานกว่า ดังนั้นเราจึงเจรจาทวิภาคีด้วยโดยอาศัยพื้นฐานจากเอฟทีเอแคนาดา-อาเซียน

กรอบเวลาที่นายกรัฐมนตรีทั้งสองท่านกำหนดไว้นั้นค่อนข้างท้าทายมาก ดิฉันยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายต่างมุ่งเน้นไปที่การเจรจาเป็นหลัก ในส่วนของแคนาดา เราได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในรัฐสภาเพื่อให้ได้รับอำนาจในการเจรจา ดิฉันเข้าใจว่าในส่วนของไทยก็กำลังดำเนินการเช่นเดียวกัน จึงคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะหารือกันคืบหน้าเพราะการค้าทวิภาคีของเราดีมาก

ในปี 2025 การค้าสินค้าทวิภาคีมีมูลค่า 7.4 พันล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 1 พันล้านดอลลาร์ จาก 6.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2024 ดังนั้น แม้ไม่มีเอฟทีเอ เราก็มีความร่วมมือกันมากมายอยู่แล้ว ถ้ามีเอฟทีเอทวิภาคีหรือเอฟทีเอแคนาดา-อาเซียน ก็ยิ่งทำให้การค้าขยายตัวมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากการค้าสินค้าแล้ว บริษัทแคนาดาก็แอคทีฟและไปได้ดีมากในไทย  ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดี และอยากให้มีบริษัทแคนาดาตระหนักถึงโอกาสในไทยมากยิ่งขึ้น และยินดีต้อนรับบริษัทไทยให้ไปสำรวจโอกาสในแคนาดา ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรากำลังพิจารณาสำหรับวาระครบรอบ 65 ปีและในอนาคตข้างหน้า

  •  ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมจากเอฟทีเอ

ทูตปิง: ไม่ว่าจะเป็นเอฟทีเอใดก็ตาม ย่อมทำให้การดำเนินธุรกิจโปร่งใสคาดการณ์ได้ สำหรับภาคธุรกิจแล้ว การคาดการณ์ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจได้นั้นสำคัญมาก ดังนั้นการมีข้อตกลงการค้าเสรี ซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้าที่กำหนดแง่มุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการค้า ธุรกิจ และการลงทุน จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อภาคธุรกิจ

ตัวอย่างเช่น ในภาคเกษตรกรรม หากเรามีระบบที่สามารถพิจารณาได้ว่าเราจะเพิ่มการค้าที่เกิดขึ้นอยู่แล้วในด้านต่างๆ ได้อย่างไร เช่น ภาคการผลิตทางการเกษตรขั้นสูง พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ล้วนเป็นภาคส่วนที่จะได้รับประโยชน์จากกรอบการกำกับดูแลที่โปร่งใสและคาดการณ์ได้

  •  การลงทุนใหญ่จากแคนาดา

 ทูตปิง:     มีบริษัทแคนาดาหลายแห่งลงทุนในไทยมานานแล้วและประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยได้รับการสนับสนุนจากโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนธุรกิจของประเทศไทย เช่น ซิเลซติกา (Celestica) บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงที่มีชื่อเสียงมาก เป็นผู้นำระดับโลกในด้านนี้ และดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาตั้งแต่ทศวรรษ 1990, แวลูร่า เอ็นเนอร์ยี่ (Valuera Energy) ผู้ผลิตน้ำมันอิสระรายใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศไทย หรือบริษัทผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แม็กนา (Magna)

ด้านการลงทุนของแคนาดาในประเทศไทยอยู่ที่ 550 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การลงทุนของไทยในแคนาดาอยู่ที่ 639 ล้านดอลลาร์ บริษัทต่างๆลงทุนก็เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของตน  นี่เป็นอีกแง่มุมที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่เราจะได้เห็นในอนาคต เป็นวิธีที่เราสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับห่วงโซ่อุปทานของเรา และเสริมสร้างผลิตภาพของเศรษฐกิจทั้งสองฝ่าย ซึ่งดิฉันคิดว่าการมีข้อตกลงการค้าเสรีจะช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ได้อย่างมาก

  •  ความสำเร็จต่อยอดการเยือนของ รมต.แคนาดา

ทูตปิง:   เรามีทีมแคนาดามาปฏิบัติภารกิจในประเทศไทยเมื่อปี 2025 สร้างความตื่นเต้นให้กับวาระครบรอบ 65 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ปีนี้เราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีทีมไทยแลนด์ไปเยือนแคนาดาบ้าง ในโอกาสที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศในปีนี้ เรารอคอยต้อนรับตัวแทนระดับรัฐมนตรีของแคนาดามาร่วมประชุม

 เดือนที่แล้ว เรามีประธานสภาวิจัยแห่งชาติของแคนาดามาเยือนไทย สภาวิจัยแห่งชาติของแคนาดาร่วมเป็นเจ้าภาพการประชุมสภาวิจัยระดับโลกที่กรุงเทพฯ ร่วมกับประเทศไทย และในที่ประชุมนี้ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวิทยาศาสตร์ ประธานสภา และสภาวิจัยด้านสังคมศาสตร์ต่างๆ ก็มาด้วยเช่นกัน

นอกจากจะมีคณะผู้แทนทางธุรกิจแล้ว ตอนนี้เรายังได้ขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัยไปยังฝ่ายไทยด้วย ซึ่งนับเป็นพัฒนาการที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับเราในปีนี้

และสิ่งที่ดิฉันต้องพูดถึงด้วยคือ เป็นเกียรติอย่างมากที่ดิฉันได้ต้อนรับพลเอกเจนนี แคริกนัน ผู้บัญชาการทหารหญิงคนแรกของแคนาดาที่มาเยือนประเทศไทย และเราตั้งตารอต้อนรับผู้บัญชาการฝ่ายไทยไปเยือนแคนาดาในปีนี้ด้วย

ในด้านวัฒนธรรมเราเพิ่งรื้อฟื้นเครือข่ายศิษย์เก่าแคนาดา เราได้เชิญนักเปียโนชาวแคนาดามาแสดงคอนเสิร์ตที่นี่สำหรับศิษย์เก่าชาวแคนาดา และจัดมาสเตอร์คลาสให้กับนักเปียโนรุ่นใหม่ชาวไทยหลายคนในประเทศไทย  มือกลองชาวแคนาดา-ไทย มาแสดงในเทศกาลดนตรีโลกที่กรุงเทพฯ  เราพยายามนำส่วนต่างๆ  เข้ามาเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่กว้างขวางของเรา

  •  แคนาดากับยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก

ทูตปิง: ย้อนไปที่ปี 2022 ที่มีการสถาปนายุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก เราตระหนักว่าเรามีผลประโยชน์อย่างมากในพื้นที่นี้ เราเป็นประเทศแปซิฟิกเช่นเดียวกับเป็นประเทศแอตแลนติกและอาร์กติก  เราจึงกำลังกระจายความเสี่ยง ซึ่งเป็นการตระหนักว่าเราต้องขยายความยืดหยุ่นของเราให้มากขึ้น นั่นหมายความว่าคุณต้องเสริมสร้างเศรษฐกิจ ต้องแน่ใจว่าประชาชนของคุณได้รับการดูแล ต้องแน่ใจว่าคุณกำลังพิจารณาความมั่นคงเชิงกลยุทธ์ในแบบที่จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศ

  •  แคนาดา-ไทยไม่ห่างไกลกัน

ทูตปิง: ในทางภูมิศาสตร์เราไกลกันมาก แต่การเดินทางทุกวันนี้สะดวกสบายด้วยเที่ยวบินของแอร์แคนาดา กรุงเทพฯ-แวนคูเวอร์ แบบนันสต็อปใช้เวลาเพียง 13.5 ชั่วโมง ระยะทางจากกรุงเทพฯ ไปยังแคนาดาจึงไม่ไกลมากนักเมื่อเทียบกับการไปยุโรป ดิฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องของทัศนคติ ผู้คนคิดว่าเราอยู่ไกลมาก แต่ดิฉันก็รู้จักคนไทยหลายคนที่อยากไปเที่ยวแคนาดาและเคยไปมาแล้ว ดังนั้นดิฉันคิดว่าเราจำเป็นต้องเพิ่มจำนวนคนไทยที่ไปเที่ยวให้มากขึ้น ซึ่งนั่นก็เป็นหน้าที่ของสถานทูตและตัวดิฉันเองด้วย ที่จะต้องสร้างความตระหนักรู้ว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นและสนุกสนานมากมายในแคนาดา และระยะทางจากไทยไปยังแคนาดาก็ไม่ได้ไกลมากนัก

นอกเหนือจากการเดินทางและการท่องเที่ยวแล้ว แน่นอนว่ายังมีโครงการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาด้วย   เรามีทุนการศึกษาและเงินสนับสนุนมากมายที่เราอยากเห็นนักเรียนและนักวิจัยไทยสมัครและไปศึกษาต่อในแคนาดา เพราะพวกเขาคือทูตที่ดีที่สุดที่เราหวังได้เมื่อพวกเขาไปศึกษาต่อในแคนาดาและกลับมาประเทศไทย