จีนแถลงในวันพุธ เตรียมใช้มาตรการตอบโต้ ‘ไต้หวัน’ กรณีเปิดเว็บไซต์ให้ชาวจีนสามารถรายงานข่าวกรองเกี่ยวกับจีนได้ พร้อมเตือนคนในชาติร่วมกันรักษาความมั่นคงประเทศ
จีนแถลงในวันพุธ (17 มิ.ย.) จะใช้มาตรการตอบโต้เว็บไซต์ใหม่ของรัฐบาลไต้หวันสำหรับให้ชาวจีนการรายงานข้อมูลข่าวกรอง โดยระบุว่าเว็บไซต์ดังกล่าวเผยให้เห็น “ทัศนคติที่ต้องการเผชิญหน้า” ของไทเป
ไต้หวันและจีน ผู้มองว่าเกาะที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยเป็นดินแดนของตนเองนั้น ต่างฝ่ายต่างสืบข้อมูลของกันและกันมาตลอด และไต้หวันพบการจารกรรมจากจีนเพิ่มมากขึ้น
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติของไต้หวันได้เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่เมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) ที่ผ่านมา โดยอธิบายว่า เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นช่องทางที่ปลอดภัยสำหรับคนที่เบื่อหน่ายกับระบบของจีนและต้องการการเปลี่ยนแปลงซึ่งกลุ่มคนเหล่านั้นมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
ด้านเฉิน ปินฮวา โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน แถลงข่าวในกรุงปักกิ่งว่า ไต้หวันกำลังมีส่วนร่วมในการจารกรรมข่าวกรอง การแทรกซึมและการก่อวินาศกรรม เป็นการเพิ่มความตึงเครียดระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน และบ่อนทำลายความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่าย
“นี่เป็นการเผยให้เห็นจุดยืนการสนับสนุนการแยกตัวเป็นอิสระของไต้หวัน ความดื้อรั้น ทัศนคติต้องการเผชิญหน้า และการปฏิเสธที่จะเปลี่ยนแนวทางของพวกเขาอย่างชัดเจน” เฉินกล่าว
“เราขอประณามการกระทำนี้อย่างรุนแรง และจะดำเนินการตอบโต้อย่างเด็ดขาด” เฉินกล่าวเสริม โดยไม่ให้รายละเอียดเพิ่มเติม และย้ำว่า ประชาชนชาวจีน องค์กร บริษัท และกลุ่มอื่นๆ ทั้งหมดในจีนต้องรับผิดชอบและมีหน้าที่รักษาความมั่นคงร่วมกัน
“สำหรับผู้ที่ให้ข้อมูลแก่หน่วยงานข่าวกรองของไต้หวันในลักษณะที่ถือเป็นอาชญากรรม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” เฉินเตือน
ไต้หวันกล่าวว่า โครงการรวบรวมข้อมูลข่าวกรองใหม่ของตนนั้นดำเนินรอยตามหน่วยงานในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐ สหราชอาณาจักร และอิสราเอล
เว็บไซต์ดังกล่าวถูกบล็อกในประเทศจีน แม้ว่าชาวจีนจำนวนมากจะใช้ VPN เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์อื่นๆ ที่ถูกบล็อกได้ เช่น โซเชียลมีเดีย และเสิร์ชเอนจินของตะวันตก
จีนเองก็เคยใช้มาตรการในลักษณะคล้ายกันมาก่อน โดยในปี 2024 จีนได้ประกาศอีเมลเฉพาะเพื่อให้ประชาชนส่งเบาะแสเกี่ยวกับอาชญากรรมที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำโดยกลุ่ม “ผู้แบ่งแยกดินแดนไต้หวัน”
รัฐบาลไต้หวันปฏิเสธข้ออ้างของปักกิ่งที่ว่าจีนมีอธิปไตยเหนือไต้หวัน โดยยืนยันว่ามีเพียงประชาชนบนเกาะไต้หวันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินอนาคตของตนเอง

