วันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2569

Login
Login

'ทรัมป์' วิจารณ์ 'เนทันยาฮู' โจมตีฮิซบอลเลาะห์ ‘กระทบผู้บริสุทธิ์’

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เอ่ยปากต่อสาธารณะ วิพากษ์วิจารณ์ เนทันยาฮู นายกฯ อิสราเอล ที่โจมตีฮิซบอลเลาะห์มานานว่า ปฏิบัติการของพวกเขากระทบผู้บริสุทธิ์’

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวถ้อยคำตำหนิต่อสาธารณะอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในวันอังคาร (16 มิ.ย.) โดยตำหนิยุทธวิธีทางทหารของกองทัพอิสราเอลในเลบานอนที่มุ่งเป้าโจมตีกองกำลังฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่า ไม่จำเป็นที่จะต้องทิ้งระเบิดใส่อพาร์ตเมนต์ทั้งหมดเพื่อสังหารกลุ่มติดอาวุธดังกล่าว

ทรัมป์ ผู้ที่เพิ่งแสดงความไม่พอใจต่อการโจมตีของอิสราเอลในเบรุต ซึ่งเขามองว่าเป็นอุปสรรคต่อการทำข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่าน กล่าวว่า อิสราเอลสู้รบกับฮิซบอลเลาะห์ กองกำลังในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน “นานเกินไปแล้ว”

“คนจำนวนมากต้องเสียชีวิต คุณไม่จำเป็นต้องทำลายอพาร์ตเมนต์ที่อยู่อาศัยทุกครั้งที่คุณมองหาใครบางคน เพราะมีคนจำนวนมากอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เหล่านั้น และพวกเขาไม่ใช่ฮิซบอลเลาะห์” ทรัมป์กล่าวในที่ประชุมสุดยอด G7 ในประเทศฝรั่งเศส

คำวิพากษ์วิจารณ์ของทรัมป์มีขึ้นในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดกับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเนทันยาฮูยังคงเป็นพันธมิตรทางการเมืองที่สำคัญ แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำทั้งสองจะขึ้นๆ ลงๆ เป็นครั้งคราวตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เมื่อไม่นานมานี้ ความตึงเครียดปรากฏชัดมากขึ้น เมื่อเจ้าหน้าที่อิสราเอลแสดงความไม่พอใจอย่างเงียบๆ เกี่ยวกับข้อตกลงที่ผู้นำสหรัฐทำกับอิหร่าน ขณะที่ทรัมป์เริ่มหมดความอดทนกับเนทันยาฮูเกี่ยวกับการโจมตีเบรุตของอิสราเอล ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดการโจมตีจากอิหร่านในช่วงเวลาที่เขากำลังดำเนินการเพื่อสรุปข้อตกลงสันติภาพ

อย่างไรก็ดี ทรัมป์กล่าวว่า เขายังคงมี “ความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยม” กับเนทันยาฮู แต่ขณะเดียวกันก็เสริมว่า ผู้นำอิสราเอลควร “มีความรับผิดชอบมากขึ้น” ในเลบานอน

“หากปราศจากเรา หากปราศจากสหรัฐ ก็จะไม่มีอิสราเอล หากปราศจากผม ก็จะไม่มีอิสราเอล เพราะไม่มีประธานาธิบดีคนใดเต็มใจที่จะทำในสิ่งที่ผมทำ” ทรัมป์กล่าว

ผู้นำทั้งสองเคยปะทะคารมกันหลายครั้ง ในประเด็นที่อิสราเอลปฏิเสธที่จะจำกัดการโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน ซึ่งการยุติการสู้รบในเลบานอนนั้นเป็นข้อเรียกร้องที่สำคัญของอิหร่าน

ทั้งนี้ การวิจารณ์ล่าสุดของทรัมป์กลายเป็นที่จับตามากขึ้น เนื่องจากทรัมป์และประธานาธิบดีสหรัฐคนอื่นๆ มักไม่วิพากษ์วิจารณ์ยุทธวิธีทางทหารของอิสราเอล และไม่นานหลังจากที่ทรัมป์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับอิสราเอล บัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของทำเนียบขาว ที่โดยปกติแล้วมักแชร์คลิปคำพูดของทรัมป์ต่อสาธารณะ และแน่นอนว่าบัญชีดังกล่าวได้โพสต์วิดีโอคำวิจารณ์ของทรัมป์ด้วย

ทำเนียบขาวไม่ได้ระบุเหตุผลที่บัญชีทางการโพสต์คำพูดเหล่านั้นของทรัมป์ แต่ย้ำว่าประธานาธิบดีมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเนทันยาฮู และกองกำลังป้องกันอิสราเอลเป็น “พันธมิตรที่ยอดเยี่ยม”

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวกล่าว

“ไม่มีมิตรแท้ของอิสราเอลและผู้ต่อสู้เพื่อสันติภาพคนใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าประธานาธิบดีทรัมป์...ชาวอเมริกันและพันธมิตรของเราทั่วโลกปลอดภัยยิ่งขึ้นแล้วจากการกระทำที่กล้าหาญของสหรัฐและอิสราเอล ในการขัดขวางไม่ให้ระบอบอิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์”

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ใด ๆ ว่าความคิดเห็นของทรัมป์จะเปลี่ยนเป็นนโยบายที่มีความหมายที่อาจบีบให้อิสราเอลทบทวนยุทธวิธีทางทหารของตนให้มีการรับประกันการคุ้มครองพลเรือนมากขึ้น

สหรัฐไม่ใช่ประเทศแรกที่วิจารณ์อิสราเอล เพราะอิสราเอลเผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากประเทศอื่น ๆ ด้วย โดยเฉพาะในช่วงการโจมตีฉนวนกาซาซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 73,000 คน และส่วนใหญ่เป็นพลเรือน

อิสราเอลกล่าวว่าตนไม่เคยโจมตีพลเรือน และบอกว่ากลุ่มติดอาวุธ อย่างฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ มักใช้พลเรือนเป็นโล่มนุษย์เป็นประจำ

ส่วนโฆษกสถานทูตอิสราเอลในวอชิงตันปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้