ทรัมป์ส่งสัญญาณอาจส่งรายละเอียดข้อตกลงกับอิหร่านให้สมาชิกสภาคองเกรส หลังสมาชิกสภาจากทั้งสองพรรคขอดูและควรลงมติข้อตกลงสุดท้าย
เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอังคาร (16 มิ.ย.) ขณะมาถึงที่ประชุมทวิภาคีกับประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด บิน ซาอิด อัล นาห์ยันของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่เมืองเอวิยอง-เลส์-แบงส์ของฝรั่งเศส ว่า เขาไม่รังเกียจที่จะส่งบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ไปให้สภาคองเกรสทบทวน แต่ไม่ได้ระบุว่าจะส่งให้เมื่อใด
กรอบเค้าโครงดังกล่าวได้รับการประกาศและลงนามผ่านระบบดิจิทัล เมื่อวันอาทิตย์ (14 มิ.ย.) และอาจยุติความเป็นปรปักษ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านที่เริ่มต้นในเดือน ก.พ.
“สิ่งที่ผมจะทำคือส่งมันไปให้คองเกรสและว่า ‘คุณไม่ควรอนุมัติมัน’ แล้วพวกเขาก็จะอนุมัติ” ทรัมป์ยิงมุก
นายจอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน รัฐเซาท์ดาโกตา กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารว่า เขายังไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว
“ผมยังไม่ได้รับทราบข้อมูลแม้ว่าเรากำลังร้องขอข้อมูลอยู่ และผมคิดว่าบางทีเราจะได้ยินรายละเอียดเพิ่มเติมจากฝ่ายบริหารเกี่ยวกับสิ่งที่อยู่ในบันทึกข้อตกลงนั้น” นายธูนกล่าว
เช่นเดียวกับนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต รัฐนิวยอร์ก ได้เรียกร้องในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันอังคารให้มีการบรรยายสรุปแก่รัฐสภาและเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมแก่สาธารณชน
“ชาวอเมริกันจำเป็นต้องรู้ว่าทรัมป์ได้ให้สัญญาอะไรกับอิหร่าน และสหรัฐอเมริกาจะได้อะไรจากเรื่องนี้” ชูเมอร์กล่าว
ข้อตกลงเบื้องต้นนี้จะขยายการหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านออกไปอีก 60 วัน และสร้างกรอบเค้าโครงสำหรับเจรจาโครงการนิวเคลียร์อิหร่านและประเด็นอื่นๆ ในอนาคต เนื้อหาข้อตกลงยังไม่เผยแพร่ แต่ทรัมป์กล่าวว่า เขาจะเผยรายละเอียดในวันศุกร์ (19 มิ.ย.)
สมาชิกสภาคองเกรสรวมถึงพันธมิตรสำคัญของทรัมป์มีปฏิกิริยาตอบรับกับข่าวดีล
นายลินด์เซย์ เกรแฮม สมาชิกวุฒิสภาจากพรรครีพับลิกัน รัฐเซาท์แคโรไลนา กล่าวว่าเขารู้สึก “ยินดี” กับข้อตกลงที่อาจนำไปสู่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถูกปิดไปในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านมาท่ามกลางความขัดแย้ง ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศและทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น แต่เขากล่าวว่ารัฐสภาควรมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ด้วย
ผู้สื่อข่าวถามทรัมป์ถึงความเห็นของนายเกรแฮม เจ้าตัวตอบ
“ผมต้องคุยกับลินด์เซย์ เขาจะเป็นปัญหาใหญ่”
อีกหนึ่งคำถามคือข้อกำหนดในดีลที่ยังไม่มีใครเห็นแต่ลือกันถึงกองทุนฟื้นฟูบูรณะอิหร่าน 3 แสนล้านดอลลาร์ ที่รองประธานาธิบดีเจดี แวนซ์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ในรัฐบาลกล่าวว่า เป็นไปได้ รวมถึงการปล่อยสินทรัพย์อิหร่านที่ถูกอายัดไว้
กระนั้น แวนซ์ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าอิหร่านจะได้คืนสินทรัพย์มากถึง 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์เป็นข่าวเท็จ เมื่อวันจันทร์ (15 มิ.ย.) ทรัมป์โพสต์ทรูธโซเชียลว่า ข้ออ้างใดๆ ที่ว่าสหรัฐจะจ่าย 3 แสนล้านดอลลาร์เพื่อฟื้นฟูเป็น “เฟคนิวส์จากเดโมแครต!!!”


