วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2569

Login
Login

ไต้หวันเปิดเว็บไซต์ให้ชาวจีน 'เบื่อระบบ' รายงานข่าวกรอง

ไต้หวันเปิดเว็บไซต์สนับสนุนให้ชาวจีนรายงานเบาะแสข่าวกรอง ระบุเป็นการเสนอช่องทางปลอดภัยให้กับผู้เบื่อหน่ายระบบและต้องการการเปลี่ยนแปลงที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกขณะ

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ ของไต้หวัน เปิดตัวเว็บไซต์ใหม่ เรียกร้องให้ชาวจีน ทั้งในประเทศและต่างแดน “ให้ข้อมูลอย่างแข็งขันและร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วยความกล้าหาญ” โดยระบุว่า ยุทธวิธีใหม่นี้เป็นการดำเนินรอยตามหน่วยงานในประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และอิสราเอล

ช่องทางนี้เปิดโอกาสให้ชาวจีนสามารถให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานข่าวกรองเพื่อ “ขยายแหล่งข่าวกรองที่หลากหลายของสำนักงาน”

 สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติไต้หวัน แถลงบนเว็บไซต์ทั้งภาษาจีนและภาษาอังกฤษว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนเผชิญกับความยากลำบาก  ขณะเดียวกันจีนยังคงควบคุมทางการเมือง “เข้มงวด”

"เมื่อผสมผสานกับปัญหาสังคมและความเป็นอยู่ที่เพิ่มมากขึ้น เงื่อนไขเหล่านี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชน  ส่งผลให้มีบุคคลจำนวนมากขึ้นติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในไต้หวัน เพื่อประสงค์ที่จะให้ข้อมูลประเภทต่างๆ”

เว็บไซต์ดังกล่าวเปิดด้วยวีดีโอประชาสัมพันธ์ความยาวหนึ่งนาทีผลิตโดยเอไอ เนื้อหากล่าวถึง ข้าราชการจีนคนหนึ่งเห็นเพื่อนร่วมงานหลายคนถูกสอบสวนและปลดออกจากตำแหน่ง

“อ๊ะ มีคนถูกจับไปอีกคนแล้ว” ข้าราชการนิรนามกล่าวด้วยสำเนียงจีนตอนเหนือ โดยมีคำบรรยายประกอบเป็นอักษรจีนตัวย่อที่ใช้ในประเทศจีน

“บรรดาสหายเก่ากำลังหายไปทีละคนโดยไม่ทราบสาเหตุ” เสียงผู้เล่าบรรยายเหตุการณ์

วีดีโอจบลงด้วยฉากเจ้าหน้าที่คนนี้กำลังซื้อโทรศัพท์มือถือแล้วพิมพ์ข้อความ พร้อมกล่าว “ถึงเวลาของการเปลี่ยนแปลงแล้ว”

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์นี้ถูกบล็อกในจีน แม้ชาวจีนหลายคนใช้ VPN สำหรับเข้าโซเชียลมีเดียตะวันตกและเสิร์ชเอ็นจินก็เข้าไม่ได้

ทั้งนี้ ไต้หวัน และจีน ล้วงข้อมูลกันและกันมานานแล้ว โดยเฉพาะไต้หวันมีรายงานการจารกรรมของจีนเพิ่มมากขึ้น

จีนเองเคยใช้กลวิธีคล้ายๆ กันนี้มาก่อน เมื่อปี 2024 จีนประกาศอีเมลแอดเดรสให้ประชาชนรายงานเบาะแสการก่ออาชาญกรรมโดย “นักแบ่งแยกดินแดนไต้หวัน”

จีนมองว่า ไต้หวันที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นดินแดนของตน ด้านไต้หวันปฏิเสธการอ้างอธิปไตยของจีนมาโดยตลอด ระบุว่า มีเพียงประชาชนไต้หวันเท่านั้นที่จะตัดสินใจอนาคตของตนเอง

กรณีนี้รอยเตอร์สอบถามไปยังสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนแล้วยังไม่ให้ความเห็น