วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2569

Login
Login

ทรัมป์ไม่กำหนดคุยเซเลนสกีเวที G7 พร้อมถกชาติอาหรับ ท่ามกลางรอยร้าวยุโรป

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เตรียมหารือกับชาติพันธมิตรตะวันออกกลาง ในการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 7 แห่ง (G7) ที่ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยวาระสำคัญมุ่งเน้นไปที่การยุติสงครามในอิหร่านและข้อตกลงเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความพยายามของชาติตะวันตกในการรับมือกับผลกระทบทางเศรษฐกิจทั่วโลก และความตึงเครียดด้านความมั่นคงและการค้าระหว่างสหรัฐกับกลุ่มประเทศยุโรป

การประชุมสุดยอดผู้นำ G7 ครั้งนี้จะจัดขึ้นที่เมืองเอวิยอง-เล-แบงส์ (Évian-les-Bains) ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 15-17 มิถุนายน โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่า ผู้นำสหรัฐมีกำหนดการหารือทวิภาคีกับผู้นำจากฝรั่งเศส กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ และอินเดีย ซึ่งอินเดียและกลุ่มประเทศตะวันออกกลางเหล่านี้ไม่ได้เป็นชาติสมาชิก G7

ประเด็นเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการที่สหรัฐและอิหร่านกำลังใกล้บรรลุข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยอาจมีการลงนามอย่างเร็วที่สุดในวันอาทิตย์นี้นอกรอบการประชุม เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งแสดงความมั่นใจว่านี่คือข้อตกลงที่แข็งแกร่ง และเมื่อข้อตกลงดังกล่าวเดินหน้า ชาติสมาชิก G7 อื่นๆ จะสามารถเข้ามามีบทบาทสนับสนุนได้อีกมาก

นอกจากนี้ คาดว่าผู้นำสหรัฐจะมุ่งเน้นหารือไปที่ประเด็นการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคง ความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ปัญญาประดิษฐ์ การผ่อนปรนและลดขั้นตอนด้านกฎระเบียบ ไปจนถึงความมั่นคงด้านพลังงาน

อย่างไรก็ตาม การประชุมเวทีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างสหรัฐและพันธมิตรรายใหญ่ สงครามที่เกิดขึ้นได้สร้างแรงกระแทกด้านพลังงานไปทั่วโลก จากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซที่สำคัญ ส่งผลให้ตลาดการเงินปั่นป่วน ราคาน้ำมันพุ่งสูง และสร้างความกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ทรัมป์ ได้วิพากษ์วิจารณ์พันธมิตรยุโรปอย่างหนักที่ไม่ออกแรงช่วยดำเนินการเปิดช่องแคบดังกล่าว ถึงขั้นหยิบยกประเด็นที่สหรัฐอาจถอนตัวออกจากองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ขึ้นมาขู่ซ้ำอีกครั้ง

เมื่อถูกถามถึงความกังวลที่ว่าสหรัฐอาจลดพันธกรณีด้านการป้องกันประเทศในยุโรป ซึ่งรวมถึงการลดจำนวนเครื่องบินรบและเรือรบภายใต้กรอบ NATO เจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า รัฐบาลพอใจที่เริ่มเห็นการผลักภาระไปยังชาติยุโรปบ้างแล้ว และต้องการเห็นความรับผิดชอบที่มากขึ้นกว่านี้

ยิ่งไปกว่านั้น ทรัมป์ยังคงเดินหน้าฟื้นฟูกำแพงภาษีของตนเอง หลังจากแพ้ในชั้นศาลเมื่อต้นปี ซึ่งยิ่งตอกย้ำความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและสร้างความไม่แน่นอนให้กับประเทศคู่ค้าหลักที่มีข้อตกลงกับสหรัฐอยู่แล้ว

สำหรับวาระการประชุมโดยรวม คาดว่าผู้นำจากสหรัฐ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหราชอาณาจักร แคนาดา อิตาลี ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป จะหารือในประเด็นการค้าภาพกว้าง ซึ่งรวมถึงประเด็น จีน ตลอดจนการจัดหาแร่สำคัญ ปัญญาประดิษฐ์ รวมถึงสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐระบุว่า คาดว่าจะไม่มีความคืบหน้าเชิงประจักษ์ด้านการค้ากับอินเดียหรือแคนาดาในการประชุมครั้งนี้

ในขณะเดียวกัน ผู้นำยุโรปหวังใช้เวที 3 วันนี้เพื่อลดความตึงเครียดและกดดันให้ทรัมป์สนับสนุนแผนเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ต้องการให้รัสเซียยอมรับการหยุดยิงทันที โดยยึดแนวหน้าสนามรบที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจา พร้อมรับประกันความมั่นคงที่แข็งแกร่งให้กับยูเครน แม้ทรัมป์จะไม่มีกำหนดการหารืออย่างเป็นทางการกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แต่มีรายงานว่าผู้นำยูเครนจะเข้าร่วมในกิจกรรมกับผู้นำ G7 ด้วยเช่นกัน

ในวันพุธซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประชุม ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส จะเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบส่วนตัวให้ ทรัมป์ ณ พระราชวังแวร์ซาย นอกกรุงปารีส เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 250 ปีแห่งการประกาศอิสรภาพของสหรัฐ โดยทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศสระบุว่า พระราชวังแวร์ซายถือเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันแน่นแฟ้นระหว่างฝรั่งเศสและสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์และกลุ่ม G7 ในอนาคตยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากที่ผ่านมามักเต็มไปด้วยความตึงเครียด ดังเช่นการประชุมสุดยอดที่แคนาดาเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทรัมป์ได้ตัดสินใจเดินทางออกจากที่ประชุมก่อนกำหนด เพื่อไปจัดการกับวิกฤตความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ก่อนจะนำไปสู่การเปิดฉากโจมตีอิหร่านในท้ายที่สุด

 

อ้างอิง Bloomberg