วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน 2569

Login
Login

ปูตินยอมรับเศรษฐกิจรัสเซียสะเทือน ยูเครนมุ่งโจมตีโลจิสติกส์-ยึดพื้นที่คืน

สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน กล่าวถึงการโจมตีของยูเครนว่า "ในด้านเศรษฐกิจ พวกเขาสร้างความเสียหายให้เราอย่างแน่นอน แต่เรากำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว" ภายหลังยูเครนปูพรมโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของรัสเซียต่อเนื่องหลายสัปดาห์ รวมถึงการโจมตีโรงกลั่นน้ำมันสำคัญในเมืองนิจเนคัมสก์ ตลอดจนคลังน้ำมัน และท่อส่งน้ำมันที่อยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซีย ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการส่งออกพลังงานที่สร้างรายได้มหาศาลแก่รัสเซีย เริ่มส่งผลกระทบชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่สงครามยืดเยื้อและการรุกคืบของรัสเซียในแนวหน้าฝั่งตะวันออกเริ่มชะลอตัวลง

อย่างไรก็ตาม ผู้นำรัสเซียยังคงแสดงความมั่นใจว่าการโจมตีเหล่านี้จะไม่สามารถบั่นทอนความมุ่งมั่นของรัสเซียได้ พร้อมระบุว่าเป้าหมายของยูเครนคือการสร้างความสับสนวุ่นวาย แต่รัสเซียจะไม่ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจในแบบที่ยูเครนหวังไว้แน่นอน ทั้งนี้ ปูตินประกาศกร้าวว่าทหารรัสเซียจะยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของฝ่ายตรงข้าม เพื่อตอบโต้และยับยั้งไม่ให้ยูเครนโจมตีอาคารพลเรือนของรัสเซียอีก พร้อมประกาศว่าจะปรับปรุงระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียให้ดีขึ้น

ด้านยูเครนตอบโต้ว่า ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวถือเป็นการตอบโต้ที่ชอบธรรมต่อการที่รัสเซียส่งโดรนและขีปนาวุธมาถล่มเมืองต่างๆ ของยูเครนเป็นประจำทุกวัน

พลเอกโอเล็กซานเดอร์ ซีร์สกี ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของยูเครนเปิดเผยผ่าน Telegram ว่า ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยูเครนสามารถยึดคืนดินแดนได้มากกว่าที่สูญเสียไป ซึ่งถือเป็นการพลิกสถิติที่รัสเซียเคยเป็นฝ่ายได้เปรียบมาตลอด โดยสัดส่วนของดินแดนที่ได้คืนมาเทียบกับที่สูญเสียไปอยู่ที่ประมาณ 100 ตารางกิโลเมตร และในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ยูเครนสามารถยึดพื้นที่คืนได้รวมกว่า 600 ตารางกิโลเมตร

ขณะที่สถาบันวิจัยสงคราม (Institute for the Study of War - ISW) ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐ ประเมินตัวเลขว่าในเดือนพฤษภาคม รัสเซียยึดพื้นที่ได้เพียง 40 ตารางกิโลเมตร แต่กลับสูญเสียการควบคุมพื้นที่ไปถึง 280 ตารางกิโลเมตร ซึ่ง ISW เชื่อว่ายูเครนสามารถพลิกสถานการณ์ได้ตั้งแต่เดือนเมษายนแล้ว

มิไคโล เฟโดรอฟ รัฐมนตรีกลาโหมยูเครนกล่าวว่า ยูเครนโจมตีเป้าหมายศัตรูในระยะทางไกลกว่า 50 กิโลเมตรจากแนวหน้า เป็นจำนวนเพิ่มขึ้นสองเท่าเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า นับว่าการปิดล้อมเส้นทางส่งกำลังบำรุงกำลังได้ผล

โรเบิร์ต บรอฟดี ผู้บัญชาการกองกำลังระบบไร้คนขับของยูเครน ระบุว่าการโจมตีในภูมิภาคเคอร์ซอน และซาปอริซเซีย นานหลายสัปดาห์ ทำให้การเคลื่อนกำลังพลของรัสเซียลดลงกว่า 70% จนทางการต้องสั่งปิดเส้นทาง บีบให้รัสเซียต้องเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอ้อมผ่านไครเมียแทน ซึ่งยูเครนก็ตามไปทำลายสะพานและดักโจมตีขบวนรถขนเสบียงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดวิกฤตขาดแคลนเชื้อเพลิงอย่างหนักบนคาบสมุทรไครเมีย ทางการต้องจำกัดการเติมน้ำมันเหลือเพียง 20 ลิตรต่อสัปดาห์ และบีบให้ทหารรัสเซียบางส่วนต้องละทิ้งฐานที่มั่นเนื่องจากขาดแคลนเสบียง

ปฏิบัติการโจมตีพิสัยไกลของยูเครนอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันและทำให้รายได้จากการส่งออกของรัสเซียหดตัวลง

อย่างไรก็ดี รัสเซียยังคงมีความคืบหน้าในบางสมรภูมิ โดยกองกำลังรัสเซียสามารถบุกเข้าสู่พื้นที่ทางตะวันออกของเมืองคอนสแตนตินอฟกา ในภูมิภาคโดเนตสก์ได้สำเร็จ โดยยึดครองพื้นที่ได้แล้วประมาณ 13% ซึ่งปูตินให้ความสำคัญสูงสุดกับการยึดครองพื้นที่โดเนตสก์ส่วนที่เหลือให้ได้เบ็ดเสร็จ แม้จะล่าช้ามานานแล้วก็ตาม 

สำหรับประเด็นการเจรจา ปูติน ยังคงปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะพูดคุยแบบพบหน้ากับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี เพื่อยุติสงคราม แม้เซเลนสกีจะเปิดเผยว่าได้หารือกับ โรมัน อับราโมวิช มหาเศรษฐีชาวรัสเซียที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางให้ปูตินแล้วก็ตาม

 

อ้างอิง Al Jazeera และ Al Jazeera