วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

เปิดเหตุผลเอเชีย‘รีรอ’ไม่ยอมจ่ายค่าลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกแพง

เว็บไซต์นิกเคอิเอเชียรายงานว่า การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐ เม็กซิโก และแคนาดาเป็นเจ้าภาพร่วม เปิดฉากในวันที่ 11 มิ.ย. (12 มิ.ย.ตามเวลาเอเชีย) 48 ทีมลงแข่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แข่งกัน 104 เกม เพิ่มขึ้นจาก 32 ทีม 64 เกม ที่กาตาร์เมื่อปี 2022

แต่แม้จะมีคนดูจำนวนมหาศาลในเอเชีย ผู้เผยแพร่ภาพยังรีรอไม่แย่งกันซื้อสิทธิในการถ่ายทอดสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เพิ่งทำข้อตกลงถ่ายทอดสดกับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกได้เมื่อสิ้นปี 2025 ไม่รวมจีน อินเดีย และเอเชียอีกบางประเทศ ในจีน ฟีฟ่าเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีนไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนถึงนัดเปิดสนาม ในราคาเพียงหนึ่งในห้าของราคาที่ฟีฟ่าเสนอไปตอนแรก 300 ล้านดอลลาร์ พอๆ กับฟุตบอลโลกในรัสเซียเมื่อปี 2018 และกาตาร์ในปี 2022

ส่วนที่อินเดีย เพียง 10 วันก่อนเริ่มแข่ง บริษัทซีเอนเตอร์เทนเมนท์เพิ่งได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดมูลค่าตามที่รายงานราว 30-35 ล้านดอลลาร์ แค่หนึ่งในสามของราคาที่ฟีฟ่าคาดหวังไว้ ด้วยข้อตกลงที่ทำกับอินเดียและจีน ซึ่งรวมกันแล้วมีประชากรราวหนึ่งในสามของโลก ฟีฟ่าจึงได้ครอบครองตลาดใหญ่สุดของเอเชียไว้ได้สองแห่ง อย่างไรก็ตาม ในประเทศไทย ยังไม่มีการประกาศผู้ถือลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการ ณ วันที่ 9 มิ.ย.

ตามรายงานการแข่งขันเมื่อปี 2022 ของฟีฟ่า เอเชียเป็นตลาดใหญ่สุดในแง่ของผู้ชมและการมีส่วนร่วม 54% มาจากเอเชียและโอเชียเนีย ตามด้วยแอฟริกาและตะวันออกกลาง 20% ตลาดใหญ่สุด 4 ใน 10 อยู่ในเอเชีย จีนเป็นอันดับหนึ่ง อินเดียอันดับสอง อินโดนีเซียอันดับห้า และญี่ปุ่นอันดับหก เอเชียมีเครือข่ายการเข้าถึงที่กว้างขวางที่สุดทั้งการออกอากาศทางโทรทัศน์และบริการดิจิทัลสตรีมมิง

แม้ว่าฟีฟ่าจำเป็นต้องสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและกระจายรายได้ให้กับทีมที่เข้าร่วม แต่การแข่งขันหลายนัดจะเตะกันในช่วงดึกหรือเช้าตรู่ตามเวลาเอเชีย สุดท้ายแล้วฟีฟ่าก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมประนีประนอมกับตลาดที่ใหญ่ที่สุดสองแห่งของตน

ส่วนตลาดเอเชียอื่นๆ รวมทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ลงแข่งขันฟุตบอลโลกด้วย ไม่มีอำนาจต่อรองเท่ากับจีนและอินเดีย มีรายงานว่าฟีฟ่าพอใจกับข้อตกลงกับเดนท์สึของญี่ปุ่น ว่ากันว่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดอยู่ที่ราว 200 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าครั้งก่อนราว 150%

เดนท์สึรับประกันรายได้ขั้นต่ำให้กับฟีฟ่าแล้วขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดให้กับบริษัทอื่น เช่น DAZN, สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค และสถานีโทรทัศน์เอกชนอย่างนิปปอนทีวีและฟูจิทีวี

เอ็นเอชเคและอีกสองสถานีจะถ่ายทอดสด 59 แมตช์ รวมถึงทุกนัดที่ทีมญี่ปุ่นเตะ ส่วน DAZN แพลตฟอร์มสตรีมมิงกีฬาโลกถ่ายทอดสดทั้ง 104 แมตช์

ในปี 2022 การสตรีมเวิลด์คัพผ่านดิจิทัลดึงผู้ชมได้มากกว่า ฟีฟ่ารายงานว่า ในปี 2022 ผู้ชม 2.87 พันล้านคนชมการแข่งขันทางโทรทัศน์อย่างน้อย 1 นาที ส่วนที่ชมไม่น้อยกว่า 20 นาทีมีจำนวน 2.21 พันล้านคน ถ้าเทียบกับการแข่งขันครั้งก่อนหน้า คนที่ดูอย่างน้อยหนึ่งนาทีลดลง 11.9% คนที่ดูไม่น้อยกว่า 20 นาทีลดลง 16.6%

ขณะที่คนที่ดูผ่านดิจิทัลสตรีมมิงมีจำนวน 2.65 พันล้านคน โดยเฉพาะในจีน อินโดนีเซีย และปากีสถาน

ในเกาหลีใต้ซับซ้อนกว่าเล็กน้อย สถานีเคเบิลเจทีบีซีจะถ่ายทอดการแข่งขันทั้งหมดผ่านสี่ช่อง เคบีเอสถ่ายทอดทุกนัดของทีมเกาหลีใต้และเกมดังอื่นๆ ขณะที่เนเวอร์ เว็บไซต์ชั้นนำของประเทศจะถ่ายทอดทั้ง 104 นัดบนแพลตฟอร์ม CHZZK ผู้ชมสามารถดูได้ฟรีแต่ต้องลงทะเบียนและสร้างบัญชี นอกจากนี้ ยังสามารถรับชมการถ่ายทอดสดของเคบีเอสได้ผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ของสถานีด้วย

ทั่วทวีปเอเชีย ผู้ชมหลายคนรับชมเนื้อหาผ่านอุปกรณ์อย่างโทรศัพท์หรือแทบเล็ตมากกว่าโทรทัศน์ เกาหลีใต้ก็เช่นกัน แต่ผู้คนยังมีแนวโน้มรวมตัวกันดูการแข่งขันกีฬาระดับชาติ บ่อยครั้งที่ต้องดื่มเบียร์แกล้มด้วยไก่ทอด

แม้แต่ในญี่ปุ่น ที่ผู้คนคาดหวังว่ากีฬาโดยเฉพาะรายการใหญ่ต้องได้ดูฟรี ผลการสำรวจของเดนท์สึเมื่อปีที่ผ่านมาพบว่า ประชาชนอายุต่ำกว่า 30 ปี กว่า 20% ยินดีจ่ายค่าสมาชิก

สำหรับผู้เผยแพร่ภาพ ฟุตบอลโลกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องทำ แม้ต้นทุนจะสูงและพฤติกรรมการชมแยกย่อยมากขึ้น แต่ในเมื่อผู้ชมเปลี่ยนมาสู่ออนไลน์และหลายแมตช์เตะกันตอนที่เอเชียเข้านอน การแข่งขันในปีนี้จะเป็นบททดสอบว่า ในอนาคตตลาดใหญ่ที่สุดของฟีฟ่าเต็มใจที่จะจ่ายเงินมากแค่ไหนสำหรับมหกรรมฟุตบอลยิ่งใหญ่ที่สุดนี้