วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลังเฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตกที่ช่องแคบ

สหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน หลังเฮลิคอปเตอร์ถูกยิงตกที่ช่องแคบ

กองทัพสหรัฐได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ต่ออิหร่าน หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงต่อกรณีที่เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกสหรัฐถูกยิงตก

บลูมเบิร์ก/ซีเอ็นบีซี รายงานว่า กองทัพสหรัฐได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งใหม่ต่ออิหร่านเมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.69) เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้คำมั่นว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงต่อกรณีที่เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบกสหรัฐถูกยิงตกที่ช่องแคบฮอร์มุซ

 

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) เปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า กองกำลังภายใต้สังกัด "ได้เริ่มเปิดฉากโจมตีเพื่อป้องกันตนเองต่ออิหร่านเมื่อเวลา 17:00 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐในวันนี้ ตามคำสั่งของผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อตอบโต้กรณีที่เฮลิคอปเตอร์ อาปาเช่ (Apache) ของกองทัพบกสหรัฐถูกยิงตกเมื่อวานนี้"

 

"ภารกิจนี้เป็นการตอบโต้ที่สมสัดส่วนต่อการก้าวร้าวที่ไร้เหตุผลของอิหร่าน" CENTCOM ระบุ

ขณะที่สำนักข่าวแอ็กซิออสรายงานว่า สหรัฐโจมตีระบบป้องกันและระบบเรดาร์ของอิหร่าน

สหรัฐได้ยิงโจมตีระบบป้องกันและระบบเรดาร์หลายแห่งของอิหร่านตามการรายงานของแอ็กซิออสสื่อสหรัฐซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่ง

แม้จะยังไม่มีความชัดเจนทันทีเกี่ยวกับขอบเขตของการโจมตีครั้งล่าสุดนี้ แต่ได้ซ้ำเติมและทำลายข้อตกลงหยุดยิงอันเปราะบางที่ลงนามกันไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ทั้งสหรัฐและอิหร่านต่างผลัดกันโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซ แม้ว่าทรัมป์จะเคยกล่าวว่าทั้งสองฝ่ายใกล้จะลงนามในข้อตกลงเพื่อยุติความขัดแย้งแล้วก็ตาม

 

ข้อตกลงหยุดยิงดังกล่าวยังถูกทดสอบด้วยการปะทะกันระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน จากเหตุการณ์สู้รบในเลบานอน ซึ่งกองกำลังอิสราเอลกำลังต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากเตหะราน นอกจากนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา อิหร่านยังได้ใช้โดรนโจมตีคูเวตและบาห์เรนอีกด้วย

ขณะที่ทรัมป์และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ย้ำอยู่บ่อยครั้งว่าข้อตกลงใกล้จะบรรลุผลแล้ว แต่การเจรจากลับลากยาว และช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญยังคงถูกปิด ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้น และสร้างความกดดันอย่างหนักต่อทำเนียบขาวในการหาทางยุติความขัดแย้งนี้

 

คำสั่งโจมตีดังกล่าวมาจากประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งกล่าวในช่วงเช้าวันอังคารว่า อิหร่านได้ยิงเฮลิคอปเตอร์ของอเมริกาที่กำลังลาดตระเวนเหนือช่องแคบฮอร์มุซตก และสหรัฐจะทำการตอบโต้อย่างแน่นอน

 

"นักบินทั้งสองนายที่อยู่ในเหตุการณ์โจมตีปลอดภัยและไม่ได้รับบาดเจ็บ" ทรัมป์เขียนข้อความบนแพลตฟอร์ม Truth Social "อย่างไรก็ตาม สหรัฐอเมริกามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบโต้ต่อการโจมตีครั้งนี้"

 

ต่อมาในค่ำวันอังคาร สื่อรัฐบาลอิหร่านรายงานว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นในหลายพื้นที่รอบๆ ช่องแคบฮอร์มุซ โดยสำนักข่าวทาสนิมของอิหร่านรายงานว่า อิหร่านจะตอบโต้การดำเนินการทางทหารของสหรัฐเช่นกัน

 

ทั้งนี้ อิหร่านยังไม่ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบโดยตรงต่อการยิงเฮลิคอปเตอร์ตก และสถานีโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่าไม่มีการปฏิบัติการทางทหารในเชิงรุกใดๆ ในช่องแคบดังกล่าวในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

"กองกำลังต่างชาติที่อยู่ใกล้กับดินแดนของเราต้องเผชิญกับความเสี่ยงอยู่ตลอดเวลาจากความผิดพลาดของมนุษย์ อุบัติเหตุทั่วไป หรืออาจถูกลูกหลงจากการปะทะกัน" นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านระบุในแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อบ่ายวันอังคาร ก่อนที่สหรัฐจะเปิดฉากโจมตี

 

"เพื่อลดความเสี่ยง วิธีที่ดีที่สุดคือพวกเขาควรออกไปซะ" อารักชีกล่าวเสริมว่า "เราชอบที่จะใช้ภาษาทางการทูต แต่เราก็พูดภาษาอื่นเป็นด้วยเหมือนกัน"

 

  • ทรัมป์เพิ่งประกาศว่าใกล้บรรลุข้อตกลงกันอิหร่าน

ไม่ถึงหนึ่งวันก่อนหน้านั้น ทรัมป์เพิ่งจะอ้างว่าข้อตกลงกับเตหะรานอาจบรรลุผลได้ภายในสัปดาห์นี้

 

ทรัมป์กล่าวในช่วงดึกวันจันทร์หลังจากเสร็จสิ้นการชมการแข่งขัน NBA รอบชิงชนะเลิศที่นครนิวยอร์กว่า ทั้งสองฝ่ายอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของ "ข้อตกลงที่ดีมากๆ" ซึ่งจะหยุดยั้งอิหร่านจากการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ "ทันทีหลังจากลงนาม"

 

ทรัมป์เสริมว่าข้อตกลงดังกล่าวอาจลงนามได้ "ภายในสองหรือสามวัน" ทว่าเขากลับอ้างเช่นนี้ซ้ำๆ ตลอดช่วงสงครามที่ดำเนินมาเกิน 100 วันแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าสหรัฐและอิหร่านจวนจะลงนามในข้อตกลงกันแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ เกิดขึ้น

 

คำกล่าวในช่วงดึกของทรัมป์เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังเหตุการณ์เฮลิคอปเตอร์ตก โดย CENTCOM ระบุว่า เฮลิคอปเตอร์ AH-64 Apache ของสหรัฐได้ตก "ใกล้ชายฝั่งโอมาน" ในค่ำวันจันทร์เวลา 19:33 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ

 

ในแถลงการณ์เมื่อเช้าวันอังคาร ตอนแรก CENTCOM ยังไม่ได้โทษอิหร่านว่าเป็นคนทำให้เครื่องตก โดยระบุเพียงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบ และทหารสองนายที่อยู่ในเครื่องได้รับการช่วยเหลือภายในเวลาประมาณสองชั่วโมงโดยกองกำลังทางเรือของสหรัฐ ประจำกองบัญชาการกลาง และกองพลส่งทางอากาศที่ 82

 

Press TV สถานีโทรทัศน์อย่างเป็นทางการของอิหร่าน ได้ตอบโต้โพสต์บน Truth Social ของทรัมป์ด้วยการล้อเลียนคำอ้างที่เขามักพูดบ่อยๆ ว่ากองทัพอิหร่านถูกสหรัฐทำลายล้างไปหมดแล้ว

 

"ไหนบอกว่ากองทัพอิหร่านถูก 'กวาดล้าง' ไปหมดแล้วไง!" Press TV โพสต์ข้อความบน Telegram

 

ขณะที่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาผู้แทนราษฎรอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความบน X ข่มขู่เป็นนัยในลักษณะเดียวกับแถลงการณ์ของอารักชีว่า "เราชอบภาษาทางการทูตก็จริง แต่เราพูดภาษาอื่นได้คล่องแคล่วกว่าเยอะ หากคุณผิดคำมั่นสัญญา เราก็จะเปลี่ยนไปใช้ภาษาที่เราถนัดที่สุด... คุณเป็นคนผูกม้าตัวนี้ขึ้นมาเอง คุณก็ต้องขี่มันเอง!" (หมายถึง สหรัฐฯ เป็นคนก่อเรื่องเอง ก็ต้องรับผลที่ตามมาเอง)

 

ทางด้านเพนตากอนเปิดเผยว่า พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการจะเดินทางไปยังอ่าวกวนตานาโม ประเทศคิวบา และเมืองแทมปา รัฐฟลอริดา ในวันพุธนี้ "เพื่อเข้าพบและร่วมงานกับกองกำลังทหารที่ GTMO และ CENTCOM"