วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

เพนตากอนกล่าวหา Alibaba-Baidu-BYD ว่าสนับสนุนกองทัพจีน

เพนตากอนกล่าวหา Alibaba-Baidu-BYD ว่าสนับสนุนกองทัพจีน

กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวหาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน Alibaba, Baidu, Tencent และบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า BYD ว่าสนับสนุนกองทัพจีน เป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐ

บลูมเบิร์ก รายงานว่า กระทรวงกลาโหมสหรัฐออกมากล่าวหาบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงอาลีบาบา (Alibaba Group Holding Ltd), ไป่ตู้ (Baidu Inc) และบีวายดี (BYD Co) ว่าให้การสนับสนุนกองทัพจีน ซึ่งเป็นการตอกย้ำการตัดสินใจก่อนหน้านี้ที่ระบุว่า บริษัทที่เป็นดั่งเพชรยอดมงกุฎในโลกธุรกิจของจีนเหล่านี้ ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ

 

กระทรวงกลาโหมสหรัฐได้ประกาศรายชื่อดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.69) ที่ผ่านมา ในการอัปเดตบัญชีรายชื่อบริษัทที่รัฐบาลสหรัฐตัดสินว่ามีส่วนช่วยเหลือกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) โดยก่อนหน้านี้ บริษัทเหล่านี้เคยถูกรวมอยู่ในรายชื่อเวอร์ชันเก่าที่ถูกนำขึ้นโพสต์สั้นๆ ในเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนจะถูกถอดถอนออกไปในอีกไม่กี่นาทีต่อมาโดยไม่มีการอธิบายใดๆ ซึ่งสร้างความสับสนเกี่ยวกับเจตนาของเพนตากอนในขณะนั้น

 

การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ส่งผลให้สหรัฐได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า แชมป์เปี้ยนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระดับแนวหน้าของจีนทั้ง 3 ราย ได้แก่ อาลีบาบา, ไป่ตู้ และเทนเซ็นต์ (Tencent Holdings Ltd) กำลังให้ความช่วยเหลือแก่กองทัพของประเทศในเอเชียแห่งนี้ โดยเทนเซ็นต์ถูกเพิ่มเข้ามาในบัญชีรายชื่อตั้งแต่ปี 2025 และพยายามยื่นเรื่องขอถอดถอนรายชื่อมาโดยตลอด ในขณะเดียวกัน การระบุชื่อบีวายดี (BYD) มีเป้าหมายไปที่บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน

 

หลังข่าวดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ใบรับฝากหุ้นที่แสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (ADR) ของอาลีบาบาในตลาดนิวยอร์ก ปรับตัวลดลง 0.8% ปิดที่ 120.07 ดอลลาร์ ขณะที่หุ้นของไป่ตู้ร่วงลง 2.1% สู่ระดับ 119.10 ดอลลาร์ ส่วนหุ้นของบีวายดีปรับตัวลดลง 0.7%

บัญชีรายชื่อเวอร์ชันล่าสุดของเพนตากอน หรือที่เรียกกันว่า "รายชื่อ 1260H" ยังได้นำรายชื่อผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของจีน 2 รายกลับเข้ามาด้วย ได้แก่ ชางซิน เมมโมรี เทคโนโลยีส์ (ChangXin Memory Technologies Inc - CXMT) และหยางซี เมมโมรี เทคโนโลยีส์ (Yangtze Memory Technologies Co - YMTC) ซึ่งเคยถูกเพนตากอนระบุชื่อไว้ก่อนหน้านี้ แต่ถูกถอดออกไปในเวอร์ชันที่ปรากฏขึ้นสั้นๆ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์

 

แม้ว่าบัญชีรายชื่อนี้จะยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายในทันที แต่เพนตากอนเริ่มนำรายชื่อนี้มาใช้มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อจำกัดความสามารถของบริษัทต่างๆ ในการทำสัญญากับกองทัพสหรัฐหรือการรับทุนวิจัย นอกจากนี้ การถูกระบุชื่อในบัญชี 1260H ยังถือเป็นคำเตือนไปยังนักลงทุนชาวอเมริกัน และถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นสัญญาณธงแดง ที่อาจนำไปสู่มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าที่รุนแรงยิ่งขึ้นในอนาคต

 

บริษัทส่วนใหญ่ ซึ่งรวมถึงอาลีบาบา, ไป่ตู้ และบีวายดี ยังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆ ในทันทีเมื่อได้รับการติดต่อจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก 

อย่างไรก็ตาม หลายบริษัทเคยปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐที่ว่าพวกเขาสนับสนุนกองทัพจีนมาโดยตลอด

 

ด้านสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตันยังไม่มีความเห็นใดๆ ในทันที โดยก่อนหน้านี้ หลิว เพ็งยู่ โฆษกสถานทูตจีน เคยกล่าวไว้ว่า “จีนขอเรียกร้องให้สหรัฐแก้ไขแนวปฏิบัติที่ผิดพลาดในทันที และจัดสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เป็นธรรม ยุติธรรม และไม่มีการเลือกปฏิบัติให้กับบริษัทของจีน”

 

  • นัยทางการเมืองหลังการประชุมสุดยอด

 

บัญชีรายชื่อดังกล่าวถูกเปิดเผยออกมาไม่ถึงหนึ่งเดือนหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ณ กรุงปักกิ่ง ซึ่งผู้นำทั้งสองได้หารือกันเกี่ยวกับประเด็นความขัดแย้งทางการค้าที่ยังค้างคาอยู่ระหว่างสองประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม การประชุมสุดยอดที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดนี้ ประสบความล้มเหลวในการลดความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง AI

 

“การที่เพนตากอนนำรายชื่อบริษัทที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีนกลับมาเผยแพร่อีกครั้ง ถือเป็นสิ่งสะท้อนความจริงหลังการประชุมสุดยอด” เครก ซิงเกิลตัน นักวิชาการอาวุโสฝ่ายจีนจากสถาบัน Foundation for Defense of Democracies ซึ่งติดตามการระบุชื่อในบัญชี 1260H อย่างใกล้ชิดกล่าว “การพบกันระหว่างสีและทรัมป์ไม่ได้ทำให้การแข่งขันหยุดชะงักลง แต่มันช่วยทำให้ชัดเจนขึ้นว่าการแข่งขันจะดำเนินต่อไปในจุดใด”

 

นอกจากนี้ บัญชีรายชื่อดังกล่าวยังปรากฏชื่อของ อู๋ซี แอพเทค (WuXi AppTec Co) ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับจ้างวิจัยและผลิตผลิตภัณฑ์ยา (CDMO) ที่ให้บริการแก่บริษัทเวชภัณฑ์รายใหญ่ที่สุดของโลกหลายแห่ง โดยบลูมเบิร์กเคยรายงานว่า ณ ปี 2024 อู๋ซีเป็นผู้ผลิตส่วนผสมออกฤทธิ์หลัก (Active Ingredient) ที่ใช้ในยาหลักลดความอ้วน Zepbound ของบริษัท อีไล ลิลลี่ (Eli Lilly & Co) การมีชื่ออยู่ในบัญชีนี้อาจคุกคามธุรกิจของบริษัท และเสี่ยงที่จะทำให้งานวิจัยของบริษัทยารายใหญ่ในอเมริกาต้องซับซ้อนยิ่งขึ้น

 

ทางด้าน อู๋ซี แอพเทค แถลงการณ์ผ่านอีเมลถึงบลูมเบิร์กว่า การที่บริษัทถูกรวมอยู่ในรายชื่อของเพนตากอนถือเป็นความผิดพลาด “เราไม่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ทางกฎหมายที่จะถูกระบุว่าเป็น 'บริษัทของกองทัพจีน'” โฆษกของบริษัทกล่าว พร้อมเสริมว่า อู๋ซี แอพเทค ไม่ได้ถูกควบคุมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับหน่วยงานทางทหารหรือรัฐบาลจีนใดๆ

 

ในการเผยแพร่รายชื่อที่อัปเดตนี้ เพนตากอนระบุว่า หน่วยงานที่มีชื่อข้างต้นเข้าข่ายเป็น “บริษัทของกองทัพจีน” ที่ดำเนินงานทั้งทางตรงหรือทางอ้อมในสหรัฐโดยอ้างอิงจากกิจกรรมของบริษัทที่ “ให้บริการเชิงพาณิชย์, การผลิต, การผลิตซ้ำ หรือการส่งออก”

 

 

 

  • เบื้องหลังความผิดพลาดในเดือนกุมภาพันธ์

 

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า การตัดสินใจในตอนแรกของเพนตากอนที่จะถอดถอน YMTC และ CXMT ออกจากรายชื่อ เป็นสาเหตุที่ทำให้บัญชีรายชื่อดังกล่าวถูกถอนออกอย่างรวดเร็วในเดือนกุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ความมั่นคงแห่งชาติในรัฐบาลทรัมป์มองว่า การถอดถอนผู้ผลิตชิปทั้งสองรายออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนการประชุมที่วางแผนไว้ระหว่างผู้นำสหรัฐและจีนในช่วงปลายเดือนมีนาคม จะทำให้เกิดการเข้าใจผิดว่าสหรัฐไม่ได้มองว่าบริษัทเหล่านี้เป็นภัยคุกคามอีกต่อไป ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้

 

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังกังวลว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้บริษัทจีนเหล่านี้แข็งแกร่งขึ้น โดยส่งผลเสียต่อบริษัท ไมครอน (Micron Technology) และผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ชิ้นสำคัญอีกสองรายจากเกาหลีใต้ซึ่งเป็นพันธมิตรของสหรัฐได้แก่ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics Co) และ เอสเค ไฮนิกส์ (SK Hynix Inc)

 

แหล่งข่าวระบุว่า ทันทีที่มีการเผยแพร่รายชื่อในครั้งแรก เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวได้โทรศัพท์ไปยังเพนตากอนเพื่อแสดงความไม่พอใจที่ข้อกังวลของพวกเขาถูกเพิกเฉย เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมจึงต้องรีบนำรายชื่อดังกล่าวลงจากระบบภายในเวลาเพียงไม่กี่นาทีหลังจากที่โพสต์ขึ้นไป

 

ความผิดพลาดในครั้งนั้นเปิดโอกาสให้บริษัทต่างๆ มีเวลาหลายเดือนในการล็อบบี้และใช้กลยุทธ์ทางกฎหมายเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ทว่าในท้ายที่สุด รายชื่อเวอร์ชันที่ตีพิมพ์ในเดือนมิถุนายนนี้ มีเนื้อหาใจความที่เหมือนกับเวอร์ชันในเดือนกุมภาพันธ์ที่ถูกถอนออกไปเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงแต่การนำผู้ผลิตชิปทั้งสองรายกลับเข้ามาใส่ในบัญชีอีกครั้ง

 

 

 

  • นโยบายหลอมรวมพลเรือน-ทหาร (Military-Civil Fusion)

 

สภาคองเกรสสั่งการให้กระทรวงกลาโหมจัดทำรายชื่อบริษัททางทหารของจีนที่ดำเนินงานในสหรัฐเป็นครั้งแรกในปี 1999 แต่เพนตากอนเพิ่งจะเริ่มลงมือทำจริงในอีกกว่าสองทศวรรษต่อมา หลังจากที่ฝ่ายนิติบัญญัติและรัฐบาลทรัมป์ในสมัยแรกได้หยิบยกประเด็นนี้กลับมาปัดฝุ่นใหม่

 

เนื่องจากนโยบาย "การหลอมรวมทางทหารและพลเรือน" (Military-Civil Fusion) ของจีน ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งกำหนดให้ภาคเอกชนต้องร่วมมือกับกองทัพของประเทศ ทำให้ในทางทฤษฎีแล้ว เพนตากอนสามารถอ้างเหตุผลในการระบุชื่อบริษัทจีนเกือบทุกแห่งที่มีการดำเนินธุรกิจอยู่ในสหรัฐได้

 

บัญชีรายชื่อที่เผยแพร่ออกมาในวันจันทร์นี้ ถือเป็นหนึ่งในการอัปเดตครั้งสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยมุ่งเป้าไปที่บริษัทเกือบ 200 แห่ง ซึ่งหลายแห่งเป็นบริษัทที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงที่สุดของจีน

 

จอห์น แมคเอนตี อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวในรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้ล็อบบี้ให้กับเทนเซ็นต์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การคงชื่อบริษัทเทนเซ็นต์ไว้ในบัญชีดังกล่าว

 

“การขยายบัญชีรายชื่อไปยังบริษัทรถยนต์ของจีนอย่าง BYD และ นีโอ (NIO) แสดงให้เห็นว่าเหตุผลที่นำมาอ้างนั้นมันไร้สาระแค่ไหน หากใช้ตรรกะเดียวกันนี้ บริษัท ฟอร์ด (Ford) และ จีเอ็ม (GM) ก็ควรถูกจัดให้อยู่ในประเภทบริษัททางทหารของอเมริกาด้วยเช่นกัน” เขากล่าว

 

ประเด็นหนึ่งที่ยังคงสร้างความสับสนจากการอัปเดตล่าสุดนี้ คือการเพิ่มชื่อบริษัท ทีพี-ลิงก์ เทคโนโลยีส์ (TP-Link Technologies Co ) ซึ่งมีฐานการดำเนินงานในจีนและเน้นขายสินค้าให้กับลูกค้าในจีน แทนที่จะเป็นบริษัท ทีพี-ลิงก์ ซิสเต็มส์ (TP-Link Systems Inc) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐและกำลังถูกสหรัฐตรวจสอบอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับความเสี่ยงต่อความมั่นคงแห่งชาติ จากการเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่ครอบครองตลาดเราเตอร์ไร้สาย (Wireless Routers)

 

เงื่อนไขในการถูกเพิ่มชื่อเข้าสู่บัญชีนี้ บริษัทจะต้องมีการดำเนินงานในสหรัฐไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

 

“ในฐานะบริษัทสัญชาติอเมริกันที่จัดตั้งขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย บริษัท ทีพี-ลิงก์ ซิสเต็มส์ (TP-Link Systems Inc) จึงไม่ตกอยู่ภายใต้การประกาศรายชื่อนี้หรือข้อจำกัดที่เกี่ยวข้อง” โฆษกหญิงของบริษัทกล่าว พร้อมเสริมว่า เจฟฟรีย์ เชา (Jeffrey Chao) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของทีพี-ลิงก์ อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนีย “และไม่เคยมีความเกี่ยวข้องหรือเป็นสมาชิกของพรรคคอมมิวนิสต์จีนแต่อย่างใด”