วันอังคาร ที่ 9 มิถุนายน 2569

Login
Login

อิหร่าน-อิสราเอลให้คำมั่นยุติการโจมตีที่สุ่มเสี่ยงทำเจรจาล่ม

อิหร่าน-อิสราเอลให้คำมั่นยุติการโจมตีที่สุ่มเสี่ยงทำเจรจาล่ม

อิหร่าน-อิสราเอลตกลงที่จะยุติการโจมตีตอบโต้กัน หลังจากเหตุความรุนแรงที่ปะทุขึ้นสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้การเจรจาสันติภาพล้มเหลว ทรัมป์ต้องออกโรงมาห้ามคู่กรณี

บลูมเบิร์ก รายงานว่า อิหร่าน-อิสราเอล ตกลงที่จะลดความรุนแรงของการโจมตีตอบโต้กัน หลังจากเหตุความรุนแรงที่ปะทุขึ้นสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้การเจรจาสันติภาพล้มเหลว และส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องออกมาเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายลดระดับความขัดแย้งลง

 

นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แถลงผ่านโทรทัศน์เมื่อวันจันทร์ (8 มิ.ย.69) ว่าอิสราเอลจะระงับการยิงถล่มอิหร่านไว้ก่อนในขณะนี้ แต่พร้อมจะตอบโต้ทันทีหากกรุงเตหะรานเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ สถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นช่อง N12 รายการว่า การโจมตีทางตอนใต้ของเลบานอน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อิสราเอลกำลังสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างเต็มกำลัง

ด้านอิหร่านได้ประกาศยุติปฏิบัติการทางทหารต่ออิสราเอลไปก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางทางทหารของอิหร่านเตือนว่า หากอิสราเอลยังคงเดินหน้าโจมตีต่อไป รวมถึงในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน “มาตรการที่รุนแรงและเด็ดขาดกว่าเดิมกำลังจะตามมา” สำนแถลงการณ์จากสำนักข่าวกึ่งทางการฟาร์สนิวส์ 

 

คำมั่นสัญญาจากทั้งสองฝ่ายเกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ได้ต่อสายตรงพูดคุยทางโทรศัพท์กับเนทันยาฮูเมื่อวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งยืนยันเรื่องการพูดคุยดังกล่าวแต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด ด้านเนทันยาฮูระบุว่าตนได้บอกกับทรัมป์ว่า อิสราเอลมีสิทธิ์ในการป้องกันตนเอง

 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยังปฏิเสธคำเตือนของเตหะรานที่ว่า การที่อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนครั้งใดก็ตาม จะดึงให้อิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ โดยเขากล่าวว่า “ข้อตกลงแบบนี้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้”

 

การตอบโต้ไปมาดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่า ทรัมป์ ซึ่งย้ำมาตลอดว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามอยู่ในช่วงสุดท้ายแล้ว กำลังพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้ความรุนแรงบานปลายไปมากกว่านี้ ทรัมป์ระบุในโพสต์บนโซเชียลมีเดียก่อนหน้านี้ว่า การเจรจาครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับข้อตกลงหยุดยิงกำลัง “ดำเนินไปด้วยดี เว้นแต่จะมีความเขลาหรือความโง่เขลาเข้ามาขัดขวาง”

เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของการถอยทัพ ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ได้ระบุในโพสต์หนึ่งว่า ประเทศของเขาไม่ได้ละทิ้งทั้งสมรภูมิรบหรือโต๊ะเจรจา

 

ระหว่างการปราศรัยผ่านทางออนไลน์กับกลุ่มรีพับลิกันในรัฐเซาท์แคโรไลนาเมื่อเย็นวันจันทร์ ทรัมป์คาดการณ์ว่าสงครามจะยุติลงอย่างรวดเร็วและประสบความสำเร็จ ดังเช่นที่เขาเคยพูดมาแล้วหลายครั้ง โดยกล่าวว่า “พวกคุณกำลังจะชนะในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า เมื่อเราประกาศชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จ มันจะเป็นชัยชนะอย่างสมบูรณ์แบบ มันจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ และราคาน้ำมันจะดิ่งลงอย่างรวดเร็ว”

 

ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 1% ในวันจันทร์ โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดใกล้ระดับ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่การปรับตัวขึ้นค่อนข้างจำกัดหลังจากเริ่มมีสัญญาณว่าอิหร่านและอิสราเอลจะยุติการโจมตีซึ่งกันและกัน

 

“การยกระดับความรุนแรงในครั้งนี้แสดงให้ทรัมป์เห็นอย่างชัดเจนว่า คนที่เคยบอกเขาว่าคุณสามารถรักษาสถานภาพเดิมไปได้เรื่อยๆ จนกว่าอิหร่านจะยอมจำนนนั้นเป็นฝ่ายผิด” อาลี วาเอซ ผู้อำนวยการโครงการอิหร่านแห่งสถาบันวิจัย International Crisis Group กล่าว

ช่องแคบฮอร์มุซยังปิด

ความสนใจยังคงอยู่ที่ว่า การขนส่งพลังงานจะกลับมาดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบผ่านช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่ ทั้งนี้ มีเรือพาณิชย์จำนวนเล็กน้อยเริ่มเดินทางกลับเข้าสู่เส้นทางน้ำดังกล่าวในช่วงสุดสัปดาห์ แม้ว่าความเสี่ยงจะทำให้เรือบางลำต้องปิดช่องสัญญาณระบุตัวตนดิจิทัลก็ตาม

 

ในขณะเดียวกัน กลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้เสนอตัวเป็นอีกหนึ่งแนวร่วมในการยกระดับความขัดแย้ง โดยประกาศว่าพวกเขาได้ยิงขีปนาวุธถล่มอิสราเอล และจะประกาศ “สั่งห้ามการเดินเรือพาณิชย์ของศัตรูอิสราเอลในทะเลแดงอย่างเด็ดขาดและสิ้นเชิง” ตามแถลงการณ์บนช่อง Telegram ของพวกเขา

 

เมื่อคืนวันจันทร์ กองทัพอิสราเอลรายงานว่าสามารถสกัดกั้น “เป้าหมายทางอากาศที่น่าสงสัย” จากเยเมนได้ หลังจากมีเสียงไซเรนเตือนภัยดังขึ้นในพื้นที่เมืองไอลัต

 

 

อิหร่านและอิสราเอลได้ยิงตอบโต้กันในวันอาทิตย์ โดยอิสราเอลสามารถสกัดกั้นการโจมตีของอิหร่านได้ พร้อมกับเดินหน้าโจมตีเป้าหมายในกรุงเตหะราน และบริษัทปิโตรเคมีคารูนในเมืองมาห์ชาห์รเมื่อวันจันทร์ ด้านเตหะรานเตือนว่าจะมุ่งเป้าโจมตีโรงงานน้ำมันและก๊าซทั้งหมดที่เชื่อมโยงกับอิสราเอล สหรัฐและพันธมิตรในภูมิภาค หากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตนยังคงดำเนินต่อไป ตามรายงานของสำนักข่าวฟาร์ส

 

อิหร่านเริ่มเปิดฉากโจมตีหลังจากอิสราเอลเข้าถล่มกรุงเบรุต ซึ่งนับเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากที่เตหะรานจะออกหน้าปกป้องกลุ่มฮิซบอลเลาะห์โดยตรง

 

การปะทะกันในครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งร้ายแรงที่สุดต่อข้อตกลงหยุดยิงที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 8 เมษายน ซึ่งช่วยระงับสงครามที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเริ่มทิ้งระเบิดใส่อิหร่าน ความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายพันคนทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนของพลังงานทั่วโลก และกระตุ้นให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น จนเกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงทั่วโลก

 

ความรุนแรงระลอกล่าสุดปะทุขึ้นแม้ว่าทรัมป์จะเตือนเมื่อวันอาทิตย์ว่า การยกระดับความขัดแย้งครั้งใหม่อาจทำให้ความพยายามในการบรรลุข้อตกลงหยุดยิง 60 วันฉบับใหม่ระหว่างวอชิงตันและเตหะรานต้องหยุดชะงัก ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวจะเป็นการปูทางไปสู่การเจรจาข้อตกลงที่กว้างขึ้นเพื่อยุติความขัดแย้งอย่างถาวร

 

อิสราเอลยืนกรานว่า ข้อตกลงใดๆ ระหว่างสหรัฐกับอิหร่าน จะต้องไม่ครอบคลุมถึงความขัดแย้งของอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ แต่อิหร่านพยายามที่จะรักษาให้กลุ่มฮิซบอลเลาะห์อยู่ภายใต้ร่มเงาความมั่นคงของตน ในขณะที่ทรัมป์ให้ความสำคัญกับการบรรลุข้อตกลงให้ได้เป็นอันดับแรก

 

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐยังได้กล่าวกับไฟแนนเชียลไทมส์ ว่า คู่เจรจาฝ่ายอิสราเอลจะต้องยอมรับข้อตกลงใดๆ ก็ตามที่สหรัฐบรรลุร่วมกับอิหร่าน “ผมเป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง” ทรัมป์กล่าวตามรายงาน พร้อมเสริมว่า เนทันยาฮู “ไม่มีสิทธิ์สั่งการ”