วันจันทร์ ที่ 8 มิถุนายน 2569

Login
Login

ทริปแรกของปี ‘สี จิ้นผิง’เยือนเกาหลีเหนือ ตามคำเชิญ‘คิม จองอึน’

ทริปแรกของปี ‘สี จิ้นผิง’เยือนเกาหลีเหนือ  ตามคำเชิญ‘คิม จองอึน’

ปีนี้ สี จิ้นผิง เนื้อหอม ผู้นำต่างชาติทยอยมาเยือนถึงกรุงปักกิ่ง แต่วันนี้เขาเปิดฉากเยือนต่างประเทศครั้งแรกของปี ปลายทางอยู่ที่กรุงเปียงยางของเกาหลีเหนือเพื่อพบกับ คิม จองอึน

สถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีของทางการจีน ประกาศเมื่อวันศุกร์ (5 มิ.ย.)

“สี จิ้นผิง เลขาธิการคณะกรรมาธิการกลาง พรรคคอมมิวนิสต์จีน และประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน จะเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย. ตามคำเชิญของคิม จองอึน”

เว็บไซต์นิกเคอิเอเชียรายงานว่า เป็นการเยือนในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปี ข้อตกลงทวิภาคีระหว่างกัน สำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเกาหลีเหนือก็รายงานข่าวนี้ แต่ไม่ได้เผยรายละเอียดว่า สีจะมีวาระใดมาหารือกับคิม 

สี ไปเยือนเกาหลีเหนือครั้งล่าสุดในปี 2019 ได้พบกับคิมที่ต้อนรับด้วยกองทหารเกียรติยศเต็มรูปแบบ ส่วนคิม นั้นมาเยือนจีนเมื่อเดือน ก.ย. ปีก่อน ร่วมพิธีสวนสนามเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 80 ปี สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้พบกับสีด้วย

จีนและเกาหลีเหนือมีพรมแดนร่วมกันยาว 1,400 กิโลเมตร และผูกพันกันด้วยสนธิสัญญาป้องกันประเทศ รับประกันการสนับสนุนซึ่งกันและกันหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกโจมตี จีนมีข้อผูกพันรูปแบบนี้กับเกาหลีเหนือเพียงประเทศเดียวเท่านั้น 

 สื่อทางการจีนยืนยันการเดินทางของสีหลังจากมีเสียงพูดกันหนาหูช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รวมทั้งมีรายงานข่าวคณะผู้แทนจีนไปเกาหลีเหนือ โดยเมื่อวันที่ 9 เม.ย. หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้หารือกับโช ซนฮุย ที่กรุงเปียงยางให้คำมั่นว่าจะเสริมสร้าง “ความร่วมมือเชิงปฏิบัติในทุกระดับและในหลากหลายสาขา”

นักวิเคราะห์เคยกล่าวกับแชนเนลนิวส์เอเชียของสิงคโปร์ว่า การเยือนกรุงเปียงยางของสี จะเป็นการส่งสัญญาณถึงเจตนารมณ์ของรัฐบาลปักกิ่งที่จะปรับเปลี่ยนอิทธิพลเหนือเกาหลีเหนือและคาบสมุทรเกาหลี

ในเดือน พ.ค. สีเพิ่งต้อนรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย ตอกย้ำความใฝ่ฝันของรัฐบาลปักกิ่งที่ต้องการขยายอิทธิพลระดับโลก ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคาบสมุทรเกาหลีถูกกล่าวถึงในแถลงการณ์ของทั้งจีนและสหรัฐ โดยทำเนียบขาวระบุว่า ทรัมป์และสี จิ้นผิง “ยืนยันเป้าหมายร่วมกันในการลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ”

 ขณะที่สื่อทางการจีนรายงานในเวลานั้นเพียงว่า สองผู้นำหารือ “หัวข้อสำคัญในประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาค” รวมถึงคาบสมุทรเกาหลี สะท้อนถึงความแตกต่างในท่าทีของทั้งสองประเทศต่อเรื่องนี้

จีนเป็นเสาหลักทางเศรษฐกิจให้กับประเทศเพื่อนบ้านที่ค่อนข้างเก็บเนื้อเก็บตัวรายนี้ ด้วยการส่งออกพลังงาน รวมถึงผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์และอิเล็กทรอนิกส์มาให้ ขณะเดียวกันจีนก็นำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทังสเตนและแร่เหล็กจากเกาหลีเหนือ

ปีก่อนจีนส่งออกสินค้ามาเกาหลีเหนือ มูลค่า 2.3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าระดับก่อนโควิดในปี 2019 ที่ 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่การนำเข้าของจีนสูงกว่าระดับปี 2019 ที่ 235 ล้านดอลลาร์ ทะลุ 440 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว

“เกาหลีเหนือมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์กับจีนด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจ” ชู แจวู ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศจีน มหาวิทยาลัยคย็องฮีในกรุงโซล กล่าวกับนิกเคอิเอเชีย นั่นรวมถึงการได้ความช่วยเหลือจากปักกิ่งกระชับสัมพันธ์กับเขตเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ในกลุ่มโลกใต้ และกลุ่มพหุภาคีอื่นๆ

ตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นมา แอร์ไชนา สายการบินแห่งชาติจีน กลับมาเปิดเที่ยวบินตรงปักกิ่ง-เปียงยาง อำนวยความสะดวกในการไปมาหาสู่ระหว่างกัน หลังจากระงับการบินตรงระหว่างเมืองหลวงสองประเทศในปี 2020 เพราะโควิด-19 ระบาด รถไฟปักกิ่ง-เปียงยางก็กลับมาให้บริการอีกครั้งในเดือนเดียวกัน เสริมบริการขนส่งสินค้าที่เริ่มต้นขึ้นอีกครั้งใน ก.ย.2022

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือสร้าง “วอนซาน คัลมา” รีสอร์ทขนาดใหญ่ริมหาดแล้วเสร็จ รองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 20,000 คน

“จีนกำลังช่วยเหลือ [เปียงยาง]หารายได้จากเงินตราต่างประเทศผ่านการจัดท่องเที่ยวเป็นหมู่คณะโดยทางการจีนไปยังเกาหลีเหนือสิ่งนี้ช่วยให้เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือเติบโตแตะระดับ 3% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา” ชูกล่าว

  • นัยต่อโครงการนิวเคลียร์

การไปเยือนเปียงยางหลังพบกับทรัมป์และปูตินเมื่อเดือนก่อน จะเปิดทางให้สีฉายภาพจีนว่าเป็นหนึ่งในมหาอำนาจไม่กี่รายที่คุยได้กับทุกประเทศในโลกที่แตกแยกมากขึ้นทุกขณะ การที่สีพบคิมจะเป็นการเตือนใจวอชิงตันและมอสโกถึงอิทธิพลที่ปักกิ่งมีต่อเกาหลีเหนือ แม้ข้อได้เปรียบมีจำกัดก็ตาม

และแม้จะถูกจีนกดดันมาหลายปี แต่เกาหลีเหนือก็เร่งโครงการนิวเคลียร์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา รวมทั้งกระชับความสัมพันธ์ทางทหารกับมอสโกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครน

ในวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) สื่อทางการเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพคิมกำลังตรวจสอบชุดเครื่องหมุนเหวี่ยง ณ โรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแห่งใหม่ ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์จะนำไปวิเคราะห์เพื่อประเมินว่าโรงงานแห่งนี้สามารถผลิตวัสดุฟิสไซล์ได้มากแค่ไหน

ด้านสำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้แถลงว่า รัฐบาล “ติดต่อใกล้ชิด” กับจีนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคาบสมุทรเกาหลี และหวังว่า “การแลกเปลี่ยนระหว่างเกาหลีเหนือกับจีนจะมีส่วนสร้างสันติภาพและเสถียรภาพ”