บลูมเบิร์ก รายงานว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธหลายระลอกเข้าใส่อิสราเอลเมื่อคืนที่ผ่านมา ในขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ พยายามอย่างหนักที่จะรักษาข้อตกลงหยุดยิงที่กำลังสั่นคลอน ในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับเตหะรานที่ดำเนินมานานกว่า 100 วัน
กองทัพอิสราเอล (IDF) แถลงว่า “ในขณะนี้ กองทัพอากาศอิสราเอลกำลังปฏิบัติการเพื่อสกัดกั้นและโจมตีภัยคุกคามในจุดที่จำเป็น” พร้อมทั้งเตือนว่าอาจมีการยิงขีปนาวุธตามมาอีกระลอก อย่างไรก็ตาม กองทัพระบุว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธไว้ได้ทั้งหมด และหน่วยบริการฉุกเฉินรายงานว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
โมห์เซน เรซาอี ที่ปรึกษาทางทหารของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวนักศึกษาอิหร่าน (ISNA) ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการว่า การยิงขีปนาวุธไปยังอิสราเอลในครั้งนี้คือ “คำเตือนให้ยุติการกระทำอันเป็นปฏิปักษ์” ในเลบานอน
- สถานการณ์ตึงเครียดและการทูตที่ชะงักงัน
การโจมตีครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้น หลังการยกระดับความรุนแรงอย่างดุเดือดระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ โดยเมื่อเช้าวันอาทิตย์ (7 มิ.ย.69) ที่ผ่านมา กลุ่มติดอาวุธเลบานอนได้โจมตีเป้าหมายทางตอนเหนือของอิสราเอล ส่งผลให้กองทัพอิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศในย่านชานเมืองทางใต้ของกรุงเบรุต ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและบาดเจ็บ 11 ราย ในขณะเดียวกัน สหรัฐ และอิหร่านดูเหมือนจะยังไม่มีความคืบหน้ามากนักในการบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อยุติสงครามอิหร่าน
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวฟอกซ์นิวส์ หลังเกิดการโจมตีว่า เขายังคงต้องการแนวทางแก้ไขผ่านการเจรจา พร้อมทั้งกระตุ้นให้อิหร่านกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา โดยฟอกซ์นิวส์อ้างคำพูดของเขาว่า “คุณยิงขีปนาวุธออกมาแล้ว และนั่นมันมากพอแล้ว”
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลกรณีการโจมตีในเบรุตเมื่อวันอาทิตย์ โดยเขาเผยในการสัมภาษณ์กับสำนักข่าวแอ็กซิออสว่า เขาจะกดดันนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ไม่ให้ทำการตอบโต้อิหร่าน
ในอีกบทสัมภาษณ์หนึ่ง ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวกับไฟแนนเชียลไทมส์ ว่า ผู้นำอิสราเอลจำเป็นต้องยอมรับข้อตกลงใดๆ ก็ตามที่สหรัฐทำกับอิหร่าน โดยทรัมป์ระบุว่า “ผมเป็นคนควบคุมเกมทั้งหมด เนทันยาฮูไม่ได้เป็นคนคุม”
จากการที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในหลายพื้นที่ อิสราเอลจึงได้ประกาศสั่งปิดโรงเรียนทั่วประเทศในวันจันทร์ (8 มิ.ย.69)
- จุดเปลี่ยนและข้อขัดแย้งในข้อตกลงหยุดยิง
สัปดาห์ที่ผ่านมาถือเป็นช่วงที่ความตึงเครียดปะทุรุนแรงที่สุดนับตั้งเริ่มมีการพักรบในช่วงประมาณวันที่ 8 เมษายน การเจรจาระหว่างวอชิงตันและเตหะรานต้องหยุดชะงักลงเนื่องจากปัญหาเรื่องทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ที่ถูกอายัดไว้ รวมถึงความขัดแย้งคู่ขนานระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
เมื่อสัปดาห์ก่อน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ปฏิเสธข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอนที่มีสหรัฐเป็นคนกลาง ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เพิ่งประกาศไปเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น
ด้านอิหร่านได้ยื่นเงื่อนไขว่าต้องมีการหยุดยิงในเลบานอนเสียก่อน จึงจะสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐได้ โดยที่ปรึกษาทางทหารของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวกับซีเอ็นเอ็น ว่า “ตอนนี้ลูกบอลไปตกอยู่ที่ฝั่งของทรัมป์แล้ว” ในแง่ของการทำข้อตกลง
- ประเด็นทรัพย์สินที่ถูกอายัด
ในวอชิงตัน ทีมงานของทรัมป์กำลังนำเสนอแผนการที่จะนำทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดในสหรัฐไปใช้ช่วยเหลือพันธมิตรในแถบอ่าวเปอร์เซียเพื่อฟื้นฟูความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของอิหร่าน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์กล่าวในบทสัมภาษณ์ที่ออกอากาศเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาจะไม่ยอมปลดล็อกทรัพย์สินหรือยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรใดๆ ต่ออิหร่านเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงขั้นต้น
“ถ้าพวกเขาทําตัวดี ถ้าพวกเขาทำหน้าที่ได้เยี่ยม เราค่อยมาคุยกัน” ทรัมป์กล่าวกับ คริสเตน เวลเกอร์ ในรายการ Meet the Press ของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีซี ซึ่งบันทึกเทปไว้เมื่อวันศุกร์เกี่ยวกับการปล่อยทรัพย์สินดังกล่าว
ด้าน คาเซม การิบบาบาดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้ออกมาดับฝันแนวคิดดังกล่าว โดยโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า ทรัพย์สินของประเทศเขา “ไม่ใช่ของเชลยศึกของวอชิงตัน และไม่ใช่กองทุนสำหรับจ่ายเงินให้พันธมิตรของสหรัฐ” เขายังเน้นย้ำด้วยว่า อิหร่านยังคงเรียกร้อง “การชดเชยอย่างเต็มจำนวน” สำหรับความเสียหายของตนเองจากสงครามที่อิสราเอลและสหรัฐเป็นผู้เปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์
ข้อพิพาทนี้มีความเสี่ยงที่จะทำให้การหารือเรื่องการขยายเวลาหยุดยิง การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง รวมถึงการเจรจาในอนาคตเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ต้องหยุดชะงักลง

