วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน 2569

Login
Login

ยูเครนโจมตีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หลังปูตินเมินข้อเสนอพบเซเลนสกี

ยูเครนโจมตีเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก หลังปูตินเมินข้อเสนอพบเซเลนสกี

นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กของรัสเซียตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยโดรนพิสัยไกลระลอกใหม่จากยูเครนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนต้องสั่งระงับเที่ยวบินและอพยพประชาชนด่วน ขณะปิดฉากการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (St. Petersburg International Economic Forum) ขณะที่สถานการณ์ตึงเครียดยิ่งทวีความรุนแรงหลังผู้นำรัสเซียเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอพบหน้าหารือจากผู้นำยูเครน

การโจมตีระลอกใหญ่เมื่อวันเสาร์ นับเป็นการพุ่งเป้าช่วงเวลาการจัดงานประชุมเศรษฐกิจนานาชาติเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเป็นครั้งที่สองในรอบ 3 วัน โดยอเล็กซานเดอร์ โดรสเดนโก ผู้ว่าการภูมิภาคเลนินกราด เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถยิงสกัดโดรนได้ถึง 141 ลำ ซึ่งถือเป็นการโจมตีในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

อเล็กซานเดอร์ เบกลอฟ ผู้ว่าการนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ได้ประกาศเตือนภัยให้ประชาชนหลบภัยอยู่แต่ในที่พักอาศัยและงดเว้นการออกนอกเคหสถาน พร้อมเตือนว่าอาจเกิดปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตมือถือขัดข้อง ขณะเดียวกัน ท่าอากาศยานปูลโกโว ซึ่งรองรับบุคคลสำคัญระดับนานาชาติที่มาร่วมงานประชุมเศรษฐกิจ ต้องประกาศระงับเที่ยวบินชั่วคราว 

เป้าหมายสำคัญของการโจมตียังครอบคลุมถึงเกาะครอนสตัดต์ ในอ่าวฟินแลนด์ ซึ่งเป็นฐานที่ตั้งของกองเรือบอลติกของรัสเซีย จนเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้น ด้านหน่วยความมั่นคงยูเครน (SBU) อ้างความรับผิดชอบว่าสามารถโจมตีคลังอาวุธและขีปนาวุธได้สำเร็จ ซึ่งจะบั่นทอนแสนยานุภาพของกองเรือบอลติกลง

กระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานข้อมูลภาพรวมว่า สามารถสกัดกั้นโดรนของยูเครนได้รวมทั้งสิ้น 376 ลำ ที่บินเหนือน่านฟ้าหลายภูมิภาค ทั้งมอสโก ไครเมีย เบลโกรอด และเหนือน่านน้ำทะเลดำ ครอบคลุมพื้นที่หลายพันตารางกิโลเมตรทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน กองทัพอากาศยูเครนก็เปิดเผยว่าสามารถยิงสกัดโดรนรัสเซียได้ 249 ลำจากทั้งหมด 272 ลำที่ส่งมาโจมตียูเครนในช่วงข้ามคืน โดยพบผู้เสียชีวิต 1 รายและบาดเจ็บ 3 รายในภูมิภาคดนีปรอแปตร็อวสก์ทางตะวันออก

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ระบุว่านี่คือ "การตอบโต้ที่ชอบธรรม" ต่อการรุกรานของรัสเซียที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 5 โดยชี้ว่า "มาตรการคว่ำบาตรของยูเครน (ผ่านการโจมตี) กำลังได้ผล ถึงเวลาต้องยุติสงครามแล้ว แต่ผู้นำรัสเซียยังคงต้องการเดินหน้าสู้รบต่อไป"

ด้านประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ยังกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุมเศรษฐกิจเมื่อคืนวันศุกร์ว่า การโจมตีที่เกิดขึ้นกำลังสร้างความเสียหายบางส่วนต่อเศรษฐกิจรัสเซีย และย่อมไม่นำไปสู่ผลดีใดๆ

การปูพรมถล่มรัสเซียระลอกนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากปูตินปฏิเสธจดหมายเปิดผนึกของเซเลนสกีที่เสนอให้มีการพบหน้าเจรจาโดยตรงในประเทศคนกลางเพื่อยุติสงคราม โดยปูตินระบุว่า "ไม่มีประโยชน์" ที่จะพบปะกันแบบเผชิญหน้า

อันดรี ซีบีฮา รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน ได้ออกมาตอบโต้ท่าทีดังกล่าวว่า สถานการณ์ของรัสเซียจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ พร้อมเตือนว่าหลังจากนี้จะไม่มีพื้นที่ใดในรัสเซียที่ได้รับการยกเว้นและปลอดภัยจากการโจมตีพิสัยไกลอีกต่อไป และความรุนแรงของการโจมตีจะยิ่งทวีคูณขึ้น

แม้ความขัดแย้งทางทหารจะทวีความรุนแรงและปูตินเพิ่งปฏิเสธข้อเสนอเจรจา แต่แหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลเยอรมนีประเมินว่า "โอกาสสำหรับการเจรจาระหว่างฝั่งยุโรปและรัสเซียกำลังมีมากขึ้นเรื่อยๆ" โดยในวันอาทิตย์นี้ ประธานาธิบดีเซเลนสกีมีกำหนดบินด่วนเยือนกรุงลอนดอนเพื่อหารือกับผู้นำอังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี เกี่ยวกับการยกระดับความช่วยเหลือผ่านกลุ่มแนวร่วมผู้สมัครใจ (Coalition of the Willing) 35 ชาติผู้สนับสนุนยูเครน

ขณะเดียวกัน ภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคทะเลบอลติกกำลังถูกจัดระเบียบใหม่ องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ได้เริ่มปฏิบัติการเสริมแนวหน้าป้องกันทางตะวันออกเฉียงเหนือในสวีเดนและฟินแลนด์ รวมถึงการตั้งกองกำลังตอบโต้เร็ว (Forward Land Forces - FLF) ซึ่งนายพลอเล็กซัส กรินคีวิช ผู้บัญชาการระดับสูงของนาโตประจำยุโรประบุว่า พื้นที่ดังกล่าวคือหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญและท้าทายที่สุดในโลกอีกด้วย

อ้างอิง DW