วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569

Login
Login

‘ปูติน’ ย้ำจุดยืน ‘รุกคืบยูเครน’ ชี้ ‘เซเลนสกี’ ต้องประนีประนอมเพื่อยุติสงคราม

‘ปูติน’ ย้ำจุดยืน ‘รุกคืบยูเครน’ ชี้ ‘เซเลนสกี’ ต้องประนีประนอมเพื่อยุติสงคราม

ประธานาธิบดีปูติน ย้ำจุดยืนที่แข็งกร้าวของรัสเซีย ยังคงรุกคืบยูเครนทุกวัน และบอกว่าฝ่ายเซเลนสกีต่างหากที่ต้องตกลงประนีประนอมตามข้อเสนอที่ปูตินเคยหารือกับทรัมป์ปีก่อน

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ยังคงย้ำจุดยืนที่แข็งกร้าวของตนเองต่อสงครามในยูเครนเมื่อวันพฤหัสบดี (4 มิ.ย.) และกล่าวว่า กองทัพของเขารุกคืบในสนามรบทุกวัน แต่ก็บอกว่าข้อเสนอเพื่อสันติภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจยุติการสู้รบได้หากเคียฟพร้อมที่จะประนีประนอม

ปูตินแสดงความคิดเห็นต่อบรรณาธิการสื่อต่างชาติ รวมถึงรอยเตอร์ นอกรอบการประชุมเศรษฐกิจประจำปีของรัสเซีย ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกถึงปูตินโดยเสนอให้สองผู้นำพบกันเพื่อตกลงยุติสงคราม และเตือนว่าเคียฟพร้อมที่จะสู้หากไม่เป็นไปตามข้อเสนอ

ด้านโฆษกของปูตินกล่าวว่า ผู้นำได้รับทราบข้อความดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่มีเวลาตรวจสอบเนื้อหาอย่างละเอียด ด้านทรัมป์บอกว่าคงจะดีมากถ้าสองผู้นำได้พบกัน

ทั้งนี้ ในการกล่าวสุนทรพจน์ ปูตินบอกว่ากำลังคน ทรัพยากรทางอุตสาหกรรม และพลังความมุ่งมั่นอยู่ข้างรัสเซีย

ผู้นำรัสเซียระบุ กองทัพของเขาได้ผลักดันกองทัพยูเครนออกจากเขตแดนเกือบ 2,500 กิโลเมตร แต่เขายอมรับว่ามอสโกจำเป็นและจะปรับปรุงการป้องกันทางอากาศเพื่อรับมือกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นจากโดรนของยูเครน

ปูตินอ้างว่า “การรุกคิบยังดำเนินอยู่ในทุกวันตามปกติ ตอนนี้สหพันธรัฐรัสเซียได้ครอบครองสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์ 100% และรัสเซียนำพื้นที่มากกว่า 85% ของเขตแดนสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์มาอยู่ในครอบครอง และ 80% ของเขตแดนในภูมิภาคซาโปริซเซียด้วย” ผู้นำรัสเซียกล่าวถึง 3 ใน 4 ภูมิภาคในยูเครนที่มอสโกกล่าวอ้างว่าเป็นของตนเองในปี 2022 ซึ่งเคียฟและชาติตะวันตกส่วนใหญ่ปฏิเสธว่าเป็นยึดแผ่นดินผิดกฎหมาย

นักวิเคราะห์ด้านการทหารจากตะวันตกและยูเครนบางคนบอกว่า การรุกคืบของรัสเซียชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ และแย้งว่า รัสเซียยังคงห่างไกลจากการบรรลุเป้าหมายทางทหารที่ตนเองประกาศไว้

ปูตินยังบอกอีกว่า ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ฝ่ายยูเครนต้องการให้รัสเซียยุติการรุกคืบ “แต่แทนที่จะยุติเรื่องนี้ จะดีกว่าไหมหากยุติสงครามด้วยกัน โดยการตกลงประนีประนอมตามที่หารือในแองเคอเรจ” ปูตินพูดถึงประชุมสุดยอดที่จัดขึ้นในอะแลสกากับทรัมป์เมื่อเดือน ส.ค.ปีก่อน

ความเห็นของปูตินสื่อถึงความต้องการของมอสโกที่จะให้ยูเครนยอมสละดินแดนทั้งหมดในภูมิภาคดอนบาสตะวันออก ซึ่งรวมถึง 2 ใน 4 ภูมิภาคทั้งหมดของยูเครน และนั้นเป็นเงื่อนไขที่เซเลนสกีบอกว่าอาจส่งผลกระทบต่อชะตากรรมของประชาชนหลายแสนคน และทำให้แผ่นดินที่เหลืออยู่ของยูเครนอ่อนไหวต่อการโจมตีเพิ่มเติมจากรัสเซีย

ปูตินย้ำว่า เคียฟต้องประนีประนม และบอกว่าแม้ตนเข้าใจว่าทรัมป์กำลังยุ่งอยู่กับการทำสงครามอิหร่าน แต่สหภาพยุโรปก็สามารถใช้อิทธิพลของตนเองเจรจากับเคียฟให้ยอมอ่อนข้อได้

แต่ในจดหมายเปิดผนึกของเซเลนสกีระบุชัดเจนว่า ปูตินเป็นหนึ่งในคนที่จำเป็นต้องตัดสินใจยุติสงคราม โดยเขาเชื่อว่ารัสเซียเหนื่อยกับการรับมือขีปนาวุธและการโจมตีด้วยโดรนของยูเครแล้ว รวมถึงภาวะเงินเฟ้อและการขาดแคลนพลังงาน และรัสเซียเองก็พร้อมจะมีสันติภาพ และเตือนว่า อนาคตของปูตินอาจตกอยู่ในอันตรายหากไม่ตัดสินใจอย่างถูกต้อง

ปูติน กล่าวกับสื่อว่า ตนได้เน้นย้ำกับทรัมป์เมื่อปีก่อนว่าเขาพร้อมยุติสงครามผ่านการทูต และยินดีประนีประนอมแต่ไม่ระบุรายละเอียด

“พวกเราได้เตรียมพร้อมและมุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงกับยูเครนผ่านแนวทางสันติ โดยเฉพาะการทำตามเงื่อนไขที่หารือในระหว่างประชุมกับประธานาธิบดีทรัมป์ในแองเคอเรจ รัสเซียเห็นพ้องกับการประนีประนอมที่หารือในแองเคอเรจ ฝ่ายยูเครนต้องยอมรับเงื่อนไขประนีประนอมเหล่านั้น จากนั้นความขัดแย้งจะนำไปสู่ข้อสรุปอย่างรวดเร็วโดยปริยาย” ปูตินกล่าว

ส่วนประเด็นการใช้ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงโอเรชนิกต่อยูเครน ปูตินบอกว่ารัสเซียยังไม่ได้ใช้ในสงครามกับยูเครน แต่ได้ทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเพื่อสำรวจผลลัพธ์และเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้มันอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต รวมถึงการโจมตีเป้าหมายในเขตเมือง

ทั้งนี้ ขีปนาวุธโอเรชนิกที่รัสเซียใช้ครั้งแรกเมื่อครั้งโจมตียูเครนในปี 2024 นั้น เป็นขีปนาวุธที่ติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ได้และมีพิสัยมากกว่า 5,000 กิโลเมตร ทั้งยังตรวจจับได้ยาก แต่ผู้เชี่ยวชาญตะวันตกยังมีข้อกังขาเกี่ยวกับอาวุธนี้