ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร หวังปลดข้าราชการระดับสูงง่ายขึ้น ซึ่งคาดว่าอาจกระทบข้าราชการราว 8,000 คน จากที่คาดการณ์ไว้ว่าอาจถึง 50,000 คน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารในวันพุธ (3 มิ.ย.) เพื่อให้สามารถปลดข้าราชการที่ได้รับค่าตอบแทนสูงสุดได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปรับโครงสร้างบุคลากรของรัฐบาลกลางเป็นวงกว้าง
สำนักข่าวรอยเตอร์ระบุว่า คำสั่งดังกล่าวซึ่งเผยแพร่จากทำเนียบขาวและสำนักงานบริหารบุคคล เพิกถอนกฎระเบียบการคุ้มครองในการทำงานของกลุ่มข้าราชการระดับสูงส่วนใหญ่ที่ได้รับค่าตอบแทนเกือบ 200,000 ดอลลาร์/ปี และกลุ่มบุคลากรที่มองว่ามีอิทธิพลต่อนโยบายรัฐ
ในประกาศแจ้งความเคลื่อนไหวดังกล่าว สกอตต์ คูปอร์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานบุคคลที่กำกับดูแลนโยบายทรัพยากรมนุษย์ของรัฐบาล ระบุว่า จำเป็นต้องจ้างบุคลลที่มีความเต็มใจและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนโยบายของฝ่ายบริหาร
“คุณสามารถมีมุมมองทางการเมืองแบบใดก็ได้ แต่หากคุณปล่อยให้ความคิดเห็นเหล่านั้นเข้ามาขัดขวางความเต็มใจในการปฏิบัติตามคำสั่งและนโยบายที่ถูกต้องตามกฎหมายของฝ่ายบริหารแล้ว นั่นจะเป็นกลไกที่ทำให้บุคคลในหน่วยงานเหล่านั้นสามารถถูกปลดออกจากตำแหน่งได้” คูปอร์ ระบุ
คำสั่งดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าทรัมป์ยังคงยืนกรานที่จะลงโทษและไล่พนักงานประจำที่เขามองว่าบ่อนทำลายเป้าหมายทางการเมือง หลังจากที่มหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ลาออกจากตำแหน่งประธานที่กำกับดูแลความพยายามลดค่าใช้จ่ายและเงินเดือนของรัฐบาลเมื่อปีที่แล้ว
ทรัมป์เชื่อว่านโยบายของเขาถูกเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางขัดขวาง ซึ่งเป็นผู้ที่คัดค้านนโยบายของเขาในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งวาระแรก
ทั้งนี้ จำนวนข้าราชการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าวต่ำกว่าที่คาดไว้ว่าอาจส่งผลกระทบต่อข้าราชการสูงสุด 50,000 คน
ด้านแหล่งข่าวเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเผยว่า ทรัมป์อาจขยายกลุ่มข้าราชการเพิ่มเติม แต่ยังไม่มีแผนที่จะดำเนินการเช่นนั้นในทันที
สหภาพแรงงานของพนักงานรัฐบาลกลางและพันธมิตรของพวกเขาได้ยื่นฟ้องในเดือนมกราคม เพื่อพยายามระงับนโยบายดังกล่าวก่อนที่จะได้รับการพัฒนาและกำหนดรายละเอียดอย่างสมบูรณ์ ขณะที่ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางได้สั่งพักการดำเนินคดีไว้ชั่วคราว ระหว่างที่รัฐบาลของทรัมป์กำลังสรุปและปรับแก้รายละเอียดของมาตรการดังกล่าวให้แล้วเสร็จ

