โบราณท่านว่า “ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็ต้องเอาด้วยคาถา” แต่ถ้าใช้ทุกอย่างแล้วไม่ได้ผล เราก็ต้องให้เทพช่วย
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า แฟนเพลงชาวไต้หวันของวงเคป็อป “บีทีเอส” ตอนนี้ต้องไปพึ่งเทพเย่เหล่า ผู้โด่งดังเรื่องการช่วยให้สมหวังเรื่องความรักและการแต่งงาน ขอให้เทพดลบันดาลให้ได้บัตรคอนเสิร์ตบอยแบนด์ดังที่จะมาเล่นคอนเสิร์ตในเมืองเกาสง ทางภาคใต้ของไต้หวันในเดือน พ.ย.นี้
“บัตรคอนเสิร์ตบีทีเอสหายากจริงๆ ทุกคนก็เลยบอกว่า ไปสวดภาวนากับเทพแห่งความรักเวิร์กสุดแระ เพราะมันก็เป็นการจับคู่รูปแบบหนึ่งเหมือนกัน” เจสซี ฉวง วัย 26 ปี เผยกับรอยเตอร์
ด้วยเหตุนี้เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แฟนเคป็อปกลุ่มหนึ่งส่วนใหญ่เป็นแฟนเพลงวงบีทีเอส พากันนำขนมห่อสีม่วงซึ่งเป็นสีของวง รวมถึงสินค้าของบีทีเอสชนิดอื่นๆ, แผนผังที่นั่งชมคอนเสิร์ตและลิสต์ความต้องการนานัปการไปวางบนโต๊ะบูชา ณ วัดหลงซานในไทเป ขอให้เทพดลบันดาลให้เป็นจริงตามที่ขอ
พิธีกรรมนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแต่เริ่มเป็นเทรนด์ในโซเชียลมีเดียมาตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน แฟนเพลงเคป็อปชาวไต้หวันเชื่อว่าเทพเย่เหล่าจะใช้ด้ายแดงแห่งโชคชะตาเชื่อมโยงผู้ที่ดวงสมพงศ์ให้มาพบกัน ซึ่งในกรณีนี้คือการเชื่อมโยงแฟนเพลงกับที่นั่งในคอนเสิร์ตนั่นเอง
“ถ้าคุณเชื่อจริงจัง คำขอของคุณก็เป็นจริง” เย ยู่ติง นักศึกษามหาวิทยาลัย วัย 22 ปีกล่าว
วงบีทีเอสเคยมาแสดงที่ไต้หวันแบบครบทีมครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2018 และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาวงเพิ่งประกาศข่าวเวิลด์ทัวร์ที่แฟนๆ รอคอยมายาวนาน โดยจะมาแสดงที่เกาสงสามรอบ ในวันที่ 19, 21 และ 22 พ.ย.นี้ แฟนเพลงจึงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้บัตรคอนเสิร์ต
จากข่าวรอยเตอร์ World Pulse เองก็มีประสบการณ์ตรงกับวัดหลงซานในไทเปมาเล่าเหมือนกัน เมื่อกลางเดือน พ.ค. World Pulse ได้ไปเยือนไต้หวันร่วมกับเพื่อนสื่อจากประเทศประชาธิปไตยราว 15 คน ก่อนไปวัยรุ่นใกล้ตัวแนะนำว่า หนึ่งวันที่มีเวลาว่างก่อนเดินทางกลับไทยควรไปวัดหลงซาน วัดนี้โด่งดังในการขอพรเรื่องความรักแต่ก็ขอเรื่องอื่นๆ ได้ด้วย จุดเด่นอยู่ที่มีเครื่องรางจำหน่ายเป็นของที่ระลึกราคาไม่แพงถูกสุดชิ้นละ 40 บาท ซื้อมาฝากเพื่อนร่วมงานได้สบายๆ ซึ่ง World Pulse ก็ไปตามคำแนะนำ
ถามวิธีเดินทางจากเอไอได้คำตอบว่า ใช้รถใต้ดินจากสถานีหลักของไทเปซึ่งใกล้ที่พัก นั่งไปเพียงสองสถานี จากนั้นให้เดินผ่านลานกว้างติดสถานีก็ถึงวัด แต่เอไอใช่จะรู้ไปทุกอย่าง ขึ้นจากสถานีไม่มีลานกว้างปรากฏให้เห็น สอบถามทางกับเด็กมัธยมเด็กก็ไม่พูดภาษาอังกฤษด้วย ต้องไปถามกับ “เจ่เจ้” รายหนึ่งด้วยภาษามือ ถามหา “Longshan Temple” พร้อมทำท่าพนมมือไหว้ เจ่เจ้เข้าใจทันที ตอบกลับมาด้วยภาษาจีนพร้อมภาษามือ แปลได้ว่า “เดินไปทางนี้แหละ พ้นโค้งไปก็ถึง ไม่ต้องข้ามถนน”
เดินเข้าไปในวัดประทับใจในความสะอาดสะอ้าน และบริการที่สะดวกสุดๆ นั่นคือมีคิวอาร์โค้ดให้ผู้ศรัทธาสแกนอ่านขั้นตอนการบูชาเทพที่มีอยู่มากมายหลายองค์ World Pulse ไล่ไหว้เทพเกือบทุกองค์ แต่ก็ไม่ครบทั้งหมดและไม่ได้บูชาเทพเย่เหล่าที่หนุ่มสาวไปขอพรเรื่องความรักเนื่องจากเลยวัยแล้ว ภารกิจสำคัญในวัดนี้คือซื้อเครื่องรางมาฝากเพื่อนๆ วิธีการสะดวกง่ายดาย เริ่มจากสแกนดูแคตตาล็อกซึ่งมีภาษาไทยด้วย อยากได้สรรพคุณแบบไหนก็เลือกเอาตามใจชอบ คำนวณราคา จ่ายเงิน รับบัตรคิวแล้วรับของตามคิว
วันนั้น World Pulse ได้เจอกับคนไทยหลายคน และซื้อเครื่องรางมาหลากหลายสรรพคุณ เช่น การงาน สุขภาพ การศึกษา และปลอดภัยทั้งครอบครัว ให้เพื่อนๆ สุ่มเลือกแล้วแต่ดวงของแต่ละคนว่าจะได้ชิ้นไหนสรรพคุณใดไปครอบครอง ส่วนตัวเลือกสรรพคุณด้านการงาน ซึ่งพอหยิบมาใส่กระเป๋าปรากฏว่า งานเข้าจริงๆ เล่าเรื่องนี้ให้น้องเจ้าหน้าที่ไทยจากสถานทูตยุโรปแห่งหนึ่งฟัง น้องบอกว่า เรื่องการงานนี่ถ้าเป็นเครื่องรางจากวัดจีน ฮ่องกง ไต้หวันที่นิยมการค้าขาย จะออกแนวการงานคล่องตัวเพราะสรรพคุณของเขาคือเน้นซื้อง่ายขายคล่อง แต่อย่าไปใช้เครื่องรางจากวัดญี่ปุ่นเข้าเชียวล่ะ! จะส่งผลให้งานหนักมาก เพราะญี่ปุ่นเป็นประเทศบ้างาน
เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล World Pulse ได้ข้อสรุปว่า ความขลังของวัดวาอารามใดๆ นั้นไม่ได้เป็นแค่เรื่องของศรัทธา แต่ยังเป็นผลพวงจากเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองด้วย ตอนนี้ได้แต่เสียดายที่ซื้อเครื่องรางมาน้อยไปแจกเพื่อนไม่ทั่วออฟฟิศ หากมีโอกาสได้ไปไต้หวันอีกครั้งจะซื้อกลับมาให้มากกว่านี้ ใครอยากได้เครื่องรางสรรพคุณใดแจ้งความจำนงมาได้เลย World Pulse จะหามาฝาก

