วันอังคาร ที่ 2 มิถุนายน 2569

Login
Login

อนามัยโลกจับตาผู้ป่วยต้องสงสัยอีโบลาในบราซิล-อิตาลี

อนามัยโลกจับตาผู้ป่วยต้องสงสัยอีโบลาในบราซิล-อิตาลี

พยาบาลสี่คนที่ติดเชื้ออีโบลาสายพันธ์ุบุนดีบูเกียว หายป่วยออกจากโรงพยาบาลในเมืองบูเนีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกแล้ว แต่ยังต้องจับตาเคสต้องสงสัยในบราซิลและอิตาลี

องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงเมื่อวันอาทิตย์ (31 พ.ค.) พยาบาลสี่คนผู้ติด เชื้ออีโบลา  หายป่วยออกจากโรงพยาบาลในเมืองบูเนีย สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (ดีอาร์ซี) แล้ว เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการรายหนึ่งก็หายแล้วด้วย รวมยอดผู้หายป่วยจากไวรัสสายพันธุ์บุนดีบูเกียว รวมห้าคน คาดว่าจะมีคนหายป่วยเพิ่มอีก โดยเฉพาะคนที่ตรวจพบเร็วและเข้าถึงการรักษา ขณะที่ทางการกำลังรับมืออย่างเข้มข้น อย่างไรก็ตาม อาจมีผู้ต้องสงสัยติดเชื้อในบราซิลและอิตาลีที่เดินทางไปในประเทศที่มีการระบาด

กระทรวงการสื่อสารของดีอาร์ซีรายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้ออีโบลาในประเทศยืนยันแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 282 คน เสียชีวิต 42 คน พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 19 คน

หลายวันก่อนดับเบิลยูเอชโอประกาศให้การระบาดของไวรัสสายพันธุ์หายาก บุนดีบูเกียว ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกและยูกันดา เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระดับนานาชาติ แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์ภาวะฉุกเฉินระดับการระบาดใหญ่ (pandemic)

นายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ ที่ลงพื้นที่เมืองบูเนีย เมืองเอกของจังหวัดอิตูรี ทางตะวันออกของดีอาร์ซี เมื่อวันเสาร์ (30 พ.ค.) กล่าวว่า แม้ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือการรักษาอีโบลาสายพันธุ์บุนดีบูเกียว “แต่ก็ยังไม่สิ้นหวัง” ผู้ป่วยสามารถรอดชีวิตได้หากได้รับการรักษาที่ดี

พบเคสต้องสงสัยนอกแอฟริกา

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การระบาดซึ่งเป็นครั้งที่ 17 ของดีอาร์ซี และใหญ่เป็นครั้งที่ 3 นับตั้งแต่โลกรู้จักอีโบลาเมื่อห้าสิบปีก่อน กำลังไปเร็วกว่าการรับมือของโลกที่เริ่มต้นช้า

“ความเสี่ยงกระจายไปในภูมิภาคเกิดขึ้นแล้ว” ยีน คาเซยา ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแอฟริกาเขียนบทความลงในไฟแนนเชียลไทม์สฉบับวันอาทิตย์ (31 พ.ค.) ระบุว่า กำลังสอบสวนเคสต้องสงสัยกว่า 1,100 คน

ในบราซิลชายคนหนึ่งในเซาเปาโลต้องสงสัยว่าติดเชื้ออีโบลา เพิ่งไปดีอาร์ซีแล้วกลับมามีไข้ ตรวจพบว่าติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ส่วนอีกกรณีหนึ่งเกิดขึ้นในริโอเดจาเนโร เจ้าหน้าที่สาธารณสุขท้องถิ่นเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า ผู้ป่วยซึ่งเพิ่งเดินทางไปยูกันดากลับมาตรวจพบว่าติดเชื้อมาลาเรีย อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยในทั้งสองกรณี ไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ ติดเชื้ออีโบลาออกไป

ในอิตาลี หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น Il Sole 24 Ore รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า คาลยารี เมืองเอกของเกาะซาร์ดิเนีย ประกาศใช้มาตรการรับมืออีโบลา หลังผู้ป่วยกลับจากดีอาร์ซีรายหนึ่งมีอาการป่วยจนต้องนำตัวส่งโรงพยาบาล