วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ไต้หวันลั่นไม่เงียบหลังจีนขับนักข่าวนิวยอร์กไทม์สสัมภาษณ์ประธานาธิบดี

ไต้หวันลั่นไม่เงียบหลังจีนขับนักข่าวนิวยอร์กไทม์สสัมภาษณ์ประธานาธิบดี

ไต้หวันประณามการขับผู้สื่อข่าวนิวยอร์กไทม์สออกจากจีนปมสัมภาษณ์ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ระบุเป็นเรื่องปกติที่ประธานาธิบดีประเทศประชาธิปไตยจะอธิบายจุดยืนของตน

เว็บไซต์บลูมเบิร์กรายงาน นางคาเรน กั๋วะ โฆษกสำนักประธานาธิบดีไต้หวัน ออกแถลงการณ์

“ไต้หวันจะไม่ยอมเงียบเพราะถูกกดขี่ ไต้หวันจะเดินหน้าอธิบายจุดยืนของตนเองต่อประชาคมโลกอย่างมั่นคงและรับผิดชอบ และทำงานร่วมกับพันธมิตรจิตใจเดียวกันเพื่อปกป้องประชาธิปไตย เสรีภาพสื่อ และสันติภาพและเสถียรภาพในช่องแคบไต้หวันและในภูมิภาค”

บลูมเบิร์กอ้างรายงานข่าวจากนิวยอร์กไทม์สเมื่อหลายวันก่อนว่า รัฐบาลปักกิ่ง สั่งให้วิเวียน หวัง ออกจากจีนในเดือน ก.พ. ทางการจีนกล่าวว่า เป็นการตอบโต้รายงานข่าวการสัมภาษณ์ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อของไต้หวันเมื่อเดือน ธ.ค.โดยแอนดรูว์ รอส ซอร์คิน

ตามรายงานของไทม์ส ทางการจีนร้องเรียนเรื่องการรายงานข่าวของหวังมาหลายเดือน เน้นย้ำว่า เธอรายงานในประเด็นอ่อนไหว เช่น การเซ็นเซอร์, การรับมือโควิดระบาดของปักกิ่ง และการขยายการสอดแนมโดยรัฐ

“นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเสรีภาพของสื่อและเสรีภาพในการพูด แต่ยังเป็นเรื่องความปลอดภัยของนักข่าวด้วย ความเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงแต่ไม่สามารถยกระดับภาพลักษณ์ในเวทีโลกได้ แต่ยังตอกย้ำว่า ปัจจุบันจีนกำลังเป็นแหล่งของการไร้เสถียรภาพและเป็นตัวสร้างปัญหาในภูมิภาคและประชาคมโลก” โฆษกกล่าว

บลูมเบิร์กสอบถามไปที่กระทรวงการต่างประเทศจีน ยังไม่ได้ให้ความเห็น

บลูมเบิร์กระบุว่า เหตุการณ์เหล่านี้ตอกย้ำให้เห็นทั้งความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างจีนกับไต้หวันนำโดยประธานาธิบดีไล่ คนที่ปักกิ่งเรียกว่า “นักแบ่งแยกดินแดน” และความท้าทายที่นักข่าวต่างชาติกำลังเผชิญในจีน พรรคคอมมิวนิสต์จีนมองว่าไต้หวันที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตนแม้ไม่เคยได้ปกครอง และไม่เคยตัดประเด็นการใช้กำลังทหารเข้ายึด

การตัดสินใจลงโทษนิวยอร์กไทม์สที่สัมภาษณ์ไล่เกิดขึ้นในช่วงที่ปักกิ่งกำลังใช้กลวิธีใหม่ๆ กดดันไต้หวัน

ก่อนหน้านี้จีนสกัดไม่ให้ไล่เดินทางไปเอสวาตินี ราชอาณาจักรในแอฟริกา หนึ่งใน 12 พันธมิตรทางการทูตที่เหลืออยู่ของไต้หวัน ด้วยการขอให้สามชาติมหาสมุทรอินเดียไม่อนุญาตให้เครื่องบินของไล่ใช้น่านฟ้า

ในแถลงการณ์เมื่อเดือนเมษายน สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศจีนไม่ได้กล่าวถึงประเด็นไต้หวัน แต่ประณามสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “การโจมตีเสรีภาพสื่อในจีนอย่างต่อเนื่อง” แนวโน้มที่สมาคมฯ กล่าวว่าเลวร้ายลงตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์