วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์จบการประชุมดีลอิหร่านไร้ประกาศ “ข้อสรุปขั้นสุดท้าย”

ทรัมป์จบการประชุมดีลอิหร่านไร้ประกาศ “ข้อสรุปขั้นสุดท้าย”

ทรัมป์ ปิดฉากการประชุมในห้องสถานการณ์ฉุกเฉินโดยไม่ได้ประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะเห็นชอบข้อตกลงเพื่อพักรบกับอิหร่านซึ่งดำเนินมาแล้ว 3 เดือนหรือไม่

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปิดฉากการประชุมในห้องสถานการณ์ฉุกเฉินของทำเนียบขาว (Situation Room) โดยไม่ได้ประกาศการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะเห็นชอบข้อตกลงเพื่อสงบศึกกับอิหร่านซึ่งดำเนินมาแล้วสามเดือนหรือไม่ เจ้าหน้าที่รัฐบาลคนหนึ่งให้ข้อมูลกับซีเอ็นบีซี เมื่อบ่ายวันศุกร์ (29 พ.ค. 69) ตามเวลาท้องถิ่น

 

ก่อนหน้านั้นในวันศุกร์ ทรัมป์ โพสต์บนแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ Truth Social ว่าเขาจะทำ “ข้อสรุปขั้นสุดท้าย” ระหว่างการประชุมดังกล่าว หลังจากที่ระบุเงื่อนไขทั้งหมดที่อิหร่าน “ต้องทำ” เพื่อให้เขาอนุมัติข้อตกลง

ยังไม่ชัดเจนจากโพสต์ของทรัมป์ ว่าเงื่อนไขที่เป็นตัวชี้ขาดของเขาข้อใดบ้างที่ถูกรวมอยู่ในข้อตกลงเบื้องต้นที่คณะผู้เจรจาสหรัฐและอิหร่านกำลังหารือกันเพื่อหยุดสงคราม

 

ทรัมป์ระบุว่า อิหร่าน “ต้องยอมรับ” ที่จะไม่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์เลย และช่องแคบฮอร์มุซต้อง “เปิดทันที” ให้มีการเดินเรืออย่างเสรี โดยไม่มีการเก็บค่าผ่านทางใด ๆ ตามที่เขาโพสต์ในเช้าวันศุกร์

 

เขายังกล่าวด้วยว่ามาตรการตอบโต้ของสหรัฐที่ปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านในอ่าวโอมาน “จะถูกยกเลิก” แม้จะยังไม่ชัดเจนว่าเขาหมายถึงจะยกเลิกก็ต่อเมื่ออิหร่านปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนหน้าหรือไม่

 

ทรัมป์ยังระบุว่า ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่ถูกฝังไว้ในสถานที่ที่ถูกโจมตีเมื่อปีที่แล้วซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะถูก “ขุดขึ้นมา” โดยสหรัฐ “โดยประสานงานและดำเนินการอย่างใกล้ชิดร่วมกับสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) แล้วจะถูกทำลาย”

 

“จะไม่มีการแลกเปลี่ยนให้เงินใด ๆ จนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม” ทรัมป์เสริม “ประเด็นอื่น ๆ ซึ่งมีความสำคัญน้อยกว่ามาก ได้มีการตกลงกันแล้ว”

 

“ผมกำลังจะเข้าประชุมเดี๋ยวนี้ในห้องสถานการณ์เพื่อทำข้อสรุปขั้นสุดท้าย” เขากล่าว

 

ราคาน้ำมันลดลงหลังจากโพสต์ของทรัมป์

ข้อโต้แย้งเรื่องเนื้อหาข้อตกลง

เงื่อนไขที่แน่ชัดของข้อตกลงที่กำลังหารือกันยังไม่ชัดเจน ฟาร์สสื่อทางการอิหร่าน รายงานภายหลังโพสต์ของทรัมป์ในวันศุกร์ แย้งคำกล่าวอ้างของประธานาธิบดี โดยระบุว่าโพสต์นั้น “หยิบยกประเด็นที่ขัดแย้งกับเนื้อหาข้อความในข้อตกลง”

แม้ทรัมป์จะอ้างถึงการยกเลิกค่าผ่านทางในช่องแคบ แต่ “ไม่มีข้อกำหนดดังกล่าวอยู่ในข้อความของข้อตกลงเลย” ฟาร์ส รายงานผ่านโพสต์ในเทเลแกรม (ฉบับแปล) โดยอ้างอิง “แหล่งข่าวที่เชื่อถือได้”

ร่างข้อตกลงที่กำลังพูดคุยกันนั้นยังไม่มีการระบุให้อิหร่านรื้อถอนหรือทำลายวัสดุนิวเคลียร์ของตน ตามรายงานของฟาร์ส เช่นกัน

ฟาร์ส ยังย้ำว่า “ส่วนที่สำคัญที่สุดของข้อตกลง” คือ “การจ่ายเงินทันทีมูลค่า 12,000 ล้านดอลลาร์จากทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัดไว้” และระบุว่า อิหร่านจะปฏิเสธการเจรจาใด ๆ ต่อไปหากยังไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าว

ทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำถามของซีเอ็นบีซี เกี่ยวกับโพสต์ของทรัมป์และคำโต้แย้งจากฟาร์ส

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีตามรายงานของสำนักข่าวแอ็กซิออส ว่าคณะผู้เจรจาสหรัฐและอิหร่านได้บรรลุบันทึกความเข้าใจ (MOU) ซึ่งจะขยายการหยุดยิงที่มีอยู่เป็นระยะเวลา 60 วัน และเปิดทางสู่การเจรจานิวเคลียร์

บันทึกความเข้าใจดังกล่าวจะยกเลิกข้อจำกัดในช่องแคบ และกำหนดให้อิหร่านต้องเก็บกู้ทุ่นระเบิดทั้งหมดออกจากเส้นทางเดินเรือภายใน 30 วัน ขณะที่สหรัฐจะยกเลิกการปิดล้อมตามลำดับ

การจัดการกับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงของอิหร่านและเป้าหมายด้านการเสริมสมรรถนะจะเป็นลำดับความสำคัญสูงสุดในช่วง 60 วันนี้ ตามรายงานของแอ็กซิออส ร่างข้อตกลงยังจะปูทางสู่การเจรจาเรื่องการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรและการปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านที่ถูกอายัด

สถานการณ์ในช่องแคบ

สัญญาณล่าสุดจากทรัมป์ ที่บ่งชี้ถึงความคืบหน้าไปสู่ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน ขัดแย้งกับการปะทะทางเศรษฐกิจและการทหารระหว่างทั้งสองประเทศในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงท่าทีแข็งกร้าวต่อต้านสหรัฐจากเจ้าหน้าที่และสื่อของรัฐอิหร่านอย่างต่อเนื่อง

เพนตากอนระบุเมื่อเช้าวันพฤหัสบดีว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธโจมตีไปทางคูเวต และส่งโดรนโจมตีเข้าไปในและรอบ ๆ ช่องแคบ ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่นว่ากองทัพของประเทศได้ยิงขีปนาวุธใส่เป้าหมายที่ไม่ระบุชื่อ

 

กระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศมาตรการคว่ำบาตรใหม่ต่ออิหร่านเมื่อวันพุธและพฤหัสบดี รวมถึงมาตรการที่พุ่งเป้าไปยังความพยายามล่าสุดของเตหะรานที่จะควบคุมการขนส่งผ่านช่องแคบ

 

เจ้าหน้าที่อิหร่านในโพสต์บน X ที่เผยแพร่ก่อนคำแถลงของทรัมป์ในเช้าวันศุกร์ แสดงท่าทีท้าทายต่อสหรัฐโดยยกย่องความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง รวมทั้งโอมาน ซึ่งเพิ่งถูกทรัมป์ขู่โจมตีไม่นานมานี้

 

มีรายงานว่าโอมานกำลังเจรจากับอิหร่านเกี่ยวกับการเก็บค่าผ่านทางเรือที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกที่ถูกขัดขวางอย่างมากจากการขู่ของอิหร่านตั้งแต่สงครามเริ่มต้น

 

ทรัมป์กล่าวในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันพุธว่า “โอมานจะต้องทำตัวเหมือนทุกคน ไม่อย่างนั้นเราก็จะต้องระเบิดพวกเขาให้ย่อยยับ” ขณะที่เมื่อวันพฤหัสบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ สก็อตต์ เบสเซนต์ เตือนโอมานว่าสหรัฐจะ “เล่นงานอย่างดุเดือด” กับผู้ที่มีส่วนร่วมในการ “อำนวยความสะดวกการเก็บค่าผ่านทาง” ในช่องแคบ

 

บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งอ้างว่าเป็นของนายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานสภาผู้แทนราษฎรอิหร่าน โพสต์บน X เมื่อเช้าวันศุกร์ (ฉบับแปล) โดยให้ภาพสะท้อนการเจรจาที่คลุมเครือแต่มีท่าทีแข็งกร้าว

“เราได้มาซึ่งข้อยินยอมต่าง ๆ ไม่ใช่ผ่านการเจรจา แต่ด้วยขีปนาวุธ ในการเจรจา เราเพียงทำให้พวกเขาเข้าใจเท่านั้น” บัญชีของกาลิบาฟระบุ

“เราไม่เชื่อถือในหลักประกันหรือคำพูด มีเพียงการกระทำเท่านั้นที่เป็นตัวชี้วัด จะไม่มีการดำเนินการใด ๆ ก่อนที่อีกฝ่ายจะลงมือก่อน” โพสต์ระบุ “ผู้ชนะของข้อตกลงใด ๆ คือผู้ที่เตรียมพร้อมสำหรับสงครามได้ดีกว่าตั้งแต่วันถัดไปหลังจากลงนามข้อตกลง”

ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน โพสต์ว่าเขาได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศของโอมาน และ “แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอิหร่านต่อโอมานต่อหน้าภัยคุกคามใด ๆ”