วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ลิ้มรสมาเลเซีย ทูตลงครัวสาธิตอาหารหลากวัฒนธรรม

ลิ้มรสมาเลเซีย ทูตลงครัวสาธิตอาหารหลากวัฒนธรรม

เป็นธรรมดาที่ประเทศเพื่อนบ้านย่อมมีความเหมือนกันในหลายๆ อย่าง อาหารก็เป็นหนึ่งในนั้น ภายใต้ความเหมือนสะท้อนถึงการมีวัฒนธรรมร่วมมิใช่การฉกฉวยช่วงชิง

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตที่แข็งแกร่งและยาวนานระหว่างมาเลเซียและไทย ดาโต๊ะ วัน ไซดี บิน วัน อับดุลละฮ์ เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย และมาดามดาติน ซูไฮลา อับดุล ลาติฟ ภริยา จัดสาธิตการทำอาหารจานเด็ดจากมาเลเซียที่โรงเรียนสอนทำอาหาร Mrs. Balbir's เมนูที่นำเสนอได้แก่ โรตีจาลา (Roti Jala) , แกงกะหรี่ไก่ (Kari Ayam) และลักซาปีนัง (Laksa Asam Penang)  บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน ลิ้มรสมาเลเซีย ทูตลงครัวสาธิตอาหารหลากวัฒนธรรม

ท่านทูตเล่าให้ฟังว่า อาหารมาเลเซียเป็นเหมือนผืนผ้าอันงดงามที่ถักทอขึ้นจากมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยของสามชุมชนหลัก ได้แก่ ชาวมาเลย์ ชาวจีน และชาวอินเดีย รวมถึงชนพื้นเมืองของซาบาห์และซาราวัก ทั้งยังได้อิทธิพลจากพ่อค้าชาวอาหรับ โปรตุเกส ดัตช์ และอังกฤษที่มีมานานหลายศตวรรษ การหลอมรวมของวัฒนธรรมเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลายและมีชีวิตชีวาที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

หัวใจสำคัญของการทำอาหารมาเลเซียคือเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมจัดจ้าน เช่น ตะไคร้ ข่า ขมิ้น ใบเตย มะกรูด พริกสดและพริกแห้งหลากหลายชนิด กะทิช่วยเพิ่มความเข้มข้นและรสชาติชัดเจนให้กับอาหารหลายเมนู ในขณะที่กะปิหรือเบลาจันช่วยให้อาหารมาเลเซียรสชาติกลมกล่อมไม่เหมือนใคร ลิ้มรสมาเลเซีย ทูตลงครัวสาธิตอาหารหลากวัฒนธรรม

สิ่งที่ทำให้อาหารมาเลเซียมีความโดดเด่นเป็นพิเศษคือ  ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่มีทั้งอาหารมาเลย์ดั้งเดิมสืบรากมาจากหมู่บ้านชนบท มรดกหาบเร่ชาวจีนผู้สร้างสตรีทฟูดที่หลายคนหลงใหล แกงและขนมปังรสชาติเข้มข้นที่ได้รับอิทธิพลจากอาหารอินเดีย รวมถึงอาหารเปอรานากันหรือญอนยา  ซึ่งเกิดจากการแต่งงานระหว่างชาวจีนที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในมาเลเซียกับชาวมาเลย์ท้องถิ่น แต่ละประเพณีมีอัตลักษณ์เฉพาะตัว แต่ก็มีการหยิบยืมซึ่งกันและกันก่อให้เกิดวัฒนธรรมอาหารที่หลากหลายกลายเป็นคุณลักษณะเฉพาะของมาเลเซียอย่างชัดเจน ลิ้มรสมาเลเซีย ทูตลงครัวสาธิตอาหารหลากวัฒนธรรม

  •  ความแตกต่างจากสิงคโปร์

 อาหารมาเลเซียแตกต่างจากอาหารสิงคโปร์ มาเลเซีย และภาคใต้ของไทยอย่างไร และจะแยกได้อย่างไรว่านี่คืออาหารมาเลเซีย   

"เป็นคำถามที่ผมถูกถามบ่อยครับ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งของวัฒนธรรมอาหารในภูมิภาคเรา เรามีส่วนผสมและอาหารหลายอย่างเหมือนกับเพื่อนบ้าน แต่แต่ละประเทศก็มีความเป็นตัวของตัวเอง เมื่อเทียบกับสิงคโปร์อาหารของเราเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิด อันนี้เข้าใจได้เพราะเรามีประวัติศาสตร์ร่วมกัน" ท่านทูตกล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม อาหารมาเลเซียมีแนวโน้มที่จะมีรสชาติจัดจ้านกว่า มีกลิ่นอายแบบดั้งเดิม และใช้เครื่องเทศเข้มข้นกว่า 

“คุณจะพบความหลากหลายทางภูมิภาคในอาหารมาเลเซียมากกว่า ตั้งแต่อาหารที่อุดมไปด้วยมะพร้าวของชายฝั่งตะวันออก ไปจนถึงรสเปรี้ยวที่เน้นมะขามของปีนัง ในขณะที่อาหารสิงคโปร์ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมในเมืองที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม รสชาติจึงผสมกลมกลืนกันอย่างสมดุล”

  •  เผ็ดน้อยกว่าอาหารไทย

เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารไทยภาคใต้ ความแตกต่างหลักๆ อยู่ที่ความเผ็ดและความเปรี้ยว อาหารไทยภาคใต้มีรสเผ็ดจัดและมักเปรี้ยวกว่า โดยมีการใช้ขมิ้นสดและเครื่องเทศแห้งอย่างโดดเด่น ซึ่งได้รับอิทธิพลจากประเพณีการทำอาหารของชาวมุสลิม อาหารมุสลิมมาเลเซียมีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่มักจะตัดความเผ็ดด้วยความนุ่มนวลของกะทิ ทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อมและนุ่มนวลขึ้น

ส่วนอาหารอินโดนีเซีย โดยเฉพาะอาหารชวาหรือสุมาตรานั้น จะพบว่ามีความคล้ายคลึงกันมาก โดยเฉพาะในอาหารอย่างเรินดัง (แกงเนื้อ) ซึ่งทั้งสองชาติต่างก็ชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง  อาหารอินโดนีเซียโดยรวมจะหวานกว่าตามธรรมเนียมชวาซึ่งใช้ซีอิ๊วหวานมาก ในขณะที่รสชาติอาหารมาเลเซียจะเน้นความกลมกล่อมและกลิ่นหอมมากกว่า โดยเฉพาะอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากสุมาตราซึ่งมีความคล้ายคลึงกันมาก แต่รสนิยมของชาวมาเลเซียจะเน้นรสเปรี้ยวของมะขามมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

  •  เห็นปุ๊บรู้ปั๊บอาหารมาเลเซีย

ท่านทูตเผยเคล็ดความเป็นมาเลเซียชนิดที่เห็นปุ๊บรู้ปั๊บมีสามอย่างคือ ใช้กะปิซึ่งจะทำให้อาหารเข้มข้นกลมกล่อมไม่มีอะไรมาเลียนแบบได้, ความเปรี้ยวจากมะขามโดยเฉพาะอาหารจากปีนัง และกลิ่นหอมจากมะพร้าวคั่วและตะไคร้ที่โชยมาทักทายก่อนอาหารมาถึงโต๊ะเสียอีก ลิ้มรสมาเลเซีย ทูตลงครัวสาธิตอาหารหลากวัฒนธรรม

  •  เบื้องหลังอาหารสามจานเด็ด

 น่าสนใจว่า การสาธิตอาหารในวันนั้นทำไมถึงเป็นเมนูโรตีจาลา , แกงกะหรี่ไก่ และขนมจีนน้ำยาปีนัง ท่านทูตให้เหตุผลว่า ตั้งใจเลือก เพราะทั้งสามจานล้วนบอกเล่าเรื่องราวความงดงามของมาเลเซีย 

 โรตีจาลา แป้งเครปเนื้อบางเบาคล้ายตาข่าย แสดงถึงความสง่างามและศิลปะแห่งการทำอาหารพื้นบ้านของชาวมาเลย์ ชื่อของมันมีความหมายตรงตัวว่า "ขนมปังตาข่าย" และตามประเพณีแล้วจะเสิร์ฟในงานเฉลิมฉลองและงานสังสรรค์ในครอบครัว ส่วนผสมก็ง่ายๆ แต่จำเป็นต้องใช้ทักษะและความประณีตในการทำ เป็นอะไรที่ดึงดูดความสนใจและสร้างความประหลาดใจตั้งแต่แรกเห็น

 แกงกะหรี่ไก่น่าจะเป็นเมนูที่สากลที่สุด พบได้ในทุกบ้าน ทุกรัฐ ทุกชุมชน แต่ละที่มีแตกต่างกันไป สะท้อนถึงจิตวิญญาณการปรุงอาหารมาเลเซีย การผสมผสานของเครื่องเทศ การใช้สมุนไพรสด และความเข้มข้นของกะทิ เป็นอาหารที่ชาวมาเลเซียทุกคนนึกถึงเมื่อคิดถึงบ้าน

"ส่วนลักซาปีนังถูกเลือกมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงมิติที่แตกต่างกันอย่างมากในอาหารของเรา มรดกทางวัฒนธรรมเปอรานากัน มาเลย์-จีน และอัตลักษณ์ของอาหารปีนังที่มีรสชาติเข้มข้น เปรี้ยว และหอมกรุ่นเป็นพิเศษ จานนี้รสชาติแรง แต่ก็เป็นหนึ่งในอาหารมาเลเซียที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ผมเชื่อว่าใครได้ชิมจะประทับใจไม่รู้ลืม" 

ท่านทูตสรุปว่า อาหารทั้งสามเมนูนี้รวมกันแล้วเป็นการผสมผสานระหว่างประเพณีอาหารมาเลย์ อาหารอินเดีย และอาหารเปอรานากัน เปรียบเสมือนภาพจำลองย่อส่วนของมาเลเซียบนจานเดียว

  •  การทูตวัฒนธรรมแสนสนุก

ลิ้มรสมาเลเซีย ทูตลงครัวสาธิตอาหารหลากวัฒนธรรม ฟังท่านทูตอธิบายความเป็นมาเป็นไปพร้อมๆ กับเห็นบรรยากาศการทำอาหารอันแสนสนุกสนาน แล้วอย่างนี้เมื่อใดคนไทยจะได้ลิ้มรสอาหารมาเลเซียอีก

"เรากำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อนำประสบการณ์ด้านอาหารมาเลเซียมาสู่ประเทศไทยมากขึ้น และผมยินดีที่จะบอกว่าความต้องการนั้นมีอยู่มาก สถานทูตมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ และอาหารก็เป็นรูปแบบการทูตทางวัฒนธรรมที่สนุกสนานและเข้าถึงได้ง่ายที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย

เราตั้งใจจัดงานสาธิตการทำอาหารในกรุงเทพฯ ในเร็วๆ นี้ครับ และเราขอเชิญชวนคนไทยผู้รักอาหารไปเยือนมาเลเซียโดยเฉพาะปีนัง กัวลาลัมเปอร์ และมะละกา พวกเขาจะได้ค้นพบสวรรค์แห่งอาหารไม่แพ้ที่ใดในโลก ระหว่างนี้เราจะค่อยๆ แนะนำอาหารมาเลเซียกับคนไทยทีละเล็ก ทีละน้อย" ท่านทูตกล่าวทิ้งท้าย สำหรับคนไทยที่รักการชิมอาหารกรุณารอติดตามข่าวจากสถานเอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทยอย่างใกล้ชิด! ลิ้มรสมาเลเซีย ทูตลงครัวสาธิตอาหารหลากวัฒนธรรม