วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ทรัมป์' โพสต์ภาพ 'ธงสหรัฐปกคลุมอิหร่าน' เสี่ยงกระทบเจรจาสันติภาพ

'ทรัมป์' โพสต์ภาพ 'ธงสหรัฐปกคลุมอิหร่าน' เสี่ยงกระทบเจรจาสันติภาพ

ประธานาธิบดีทรัมป์ โพสต์ภาพธงชาติสหรัฐปกคลุมแผนที่ประเทศอิหร่าน นักวิเคราะหิเตือน เสี่ยงกระทบเจรจาสันติภาพที่เปราะบาง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ โพสต์ภาพธงชาติสหรัฐปกคลุมแผนที่ประเทศอิหร่าน ในทรูธโซเชียลเมื่อวันเสาร์ (23 พ.ค.) พร้อมระบุแคปชันคำถามว่า “สหรัฐแห่งตะวันออกกลาง?”

สำนักข่าวอัลจาซีรา อ้างอิงผู้เชี่ยวชาญรายงานว่า โพสต์ดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งข้อความที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ท่ามกลางการเจรจาหยุดยิงถาวรในสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน

โดยข้อความดังกล่าวอาจสร้างความปั่นป่วนให้กับทั้งพันธมิตรและศัตรูในภูมิภาค เนื่องจากวอชิงตันเคยแทรกแซงตะวันออกกลางในอดีต โดยเฉพาะการรุกรานอิรักของสหรัฐระหว่างปี 2003 ถึง 2011 รวมถึงความพยายามของรัฐบาลทรัมป์ในการเพิ่มอิทธิพลในต่างประเทศ

ความคิดเห็นในโพสต์ของทรัมป์ยังดูขัดแย้งกับคำแถลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าของรัฐบาลสหรัฐที่ระบุว่า สหรัฐไม่ได้ต้องการยึดครองอิหร่านเป็นเวลานาน และยืนยันว่าไม่ได้ต้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในสงครามที่เริ่มขึ้นพร้อมกับอิสราเอลเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่ก็ยินดี หากเกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวซึ่งเป็นผลพลอยได้มาจากปฏิบัติการทางทหาร

วาลี นาสร์ ศาสตราจารย์ด้านกิจการระหว่างประเทศและตะวันออกกลางศึกษา จากมหาวิทยาลัยจอห์นส์ ฮอปกินส์ เตือนว่า โพสต์ดังกล่าวประธานาธิบดีที่ขึ้นชื่อเรื่องการโพสต์ข้อความแปลกๆ ในโซเชียลมีเดียและการสื่อสารที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสงคราม อาจมีผลกระทบต่อการเจรจาที่กำลังดำเนินอยู่เพื่อการหยุดยิงที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

นาสร์ยังได้อ้างอิงคำขู่ของทรัมป์เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ระบุว่า “อารยธรรมทั้งหมด(ของอิหร่าน)จะล่มสลาย” หากอิหร่านไม่ยอมตกลงในเวลานั้น แต่ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ทั้งสองฝ่ายก็สามารถตกลงหยุดยิงชั่วคราวได้

สถานการ์สงบนับแต่นั้น แต่ก็เกิดเหตุการณ์ปะทะกันเล็กน้อย และสหรัฐยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านอยู่ ขณะที่เตหะรานยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ

“ก่อนหน้านี้เขาประกาศว่าต้องการทำลายอารยธรรมอิหร่าน ตอนนี้เขากำลังประกาศว่าต้องการเปลี่ยนอิหร่านให้เป็นสมบัติของอเมริกา” นาสร์โพสต์ใน X

“พฤติกรรมที่น่ารังเกียจเช่นนี้บ่อนทำลายการทูตและรวมพลังชาวอิหร่านปกป้องประเทศของตน” และเสริมว่า ท่ามกลางการทูตที่ละเอียดอ่อน ทรัมป์กลับก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับเจตนาที่แท้จริงของอเมริกา

ด้านทำเนียบขาวไม่ได้ตอบคำขอความคิดเห็นจากอัลจาซีราในทันที