วันเสาร์ ที่ 23 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เจรจาสหรัฐ-อิหร่านสะดุด ติดปมยูเรเนียม–ช่องแคบฮอร์มุซ

เจรจาสหรัฐ-อิหร่านสะดุด ติดปมยูเรเนียม–ช่องแคบฮอร์มุซ

ความคืบหน้าเวทีเจรจาสหรัฐ-อิหร่านสะดุด ปมยูเรเนียม–เก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการบรรลุข้อตกลงสันติภาพถาวร อิสราเอลรอโจมตีอิหร่านอีกรอบ 

บลูมเบิร์ก รายงานว่า อิหร่าน ระบุว่า ข้อเสนอฉบับล่าสุดจากสหรัฐช่วย “ลดช่องว่าง” ระหว่างคู่กรณีลงได้บางส่วน แต่ถ้อยแถลงของผู้นำสูงสุดแห่งสาธารณรัฐอิสลามว่าด้วยการเก็บรักษาคลังยูเรเนียมของเตหะรานไว้ในประเทศ และข้อพิพาทเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางในช่องแคบฮอร์มุซ กลับทำให้แนวโน้มการบรรลุข้อตกลงไม่ชัดเจน  

 

เตหะราน กำลังจัดทำคำตอบต่อร่างข้อความที่สหรัฐส่งมาให้ ซึ่ง “ช่วยลดช่องว่างลงได้ในระดับหนึ่ง” สำนักข่าวกึ่งทางการ Iranian Students’ News Agency รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค. 69) โดยไม่ได้เปิดเผยแหล่งที่มา พร้อมระบุคำพูดว่า “การลดช่องว่างเพิ่มเติม จำเป็นต้องยุติความคิดล่อใจให้ทำสงครามจากฝั่งวอชิงตันเสียก่อน”  

แม้ข้อความดังกล่าวจะบ่งชี้ถึงความคืบหน้า แต่รายงานของสำนักข่าวรอยเตอร์ที่ระบุว่า โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน มีคำสั่งห้ามส่งยูเรเนียมระดับเกือบใช้ทำอาวุธได้ออกนอกประเทศในระยะแรก ทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในทันที จากนั้นประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ออกมาระบุว่า เขาคัดค้านความพยายามของอิหร่านและโอมานในการจัดตั้งระบบเรียกเก็บค่าผ่านทางถาวรบางรูปแบบในช่องแคบฮอร์มุซ  

 

“เราต้องการให้ช่องแคบเปิด เราต้องการให้ใช้ได้อย่างเสรี เราไม่ต้องการให้มีการเก็บค่าผ่านทาง” ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดี “ที่นั่นเป็นน่านน้ำสากล ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้เก็บค่าผ่านทาง”  

มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุว่า ระบบเก็บค่าผ่านทางดังกล่าวจะทำให้การทำข้อตกลงกับสหรัฐ “เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ”  

 

ถ้อยแถลงที่ขัดแย้งกันในประเด็นสำคัญเหล่านี้ ทำให้ยังไม่ชัดเจนว่าทั้งสองฝ่ายเข้าใกล้ข้อตกลงกันมากขึ้นหรือไม่ หลังจากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเพิ่งมีการขู่ยกระดับสถานการณ์กันอีกระลอก  

 

ราคาน้ำมันเหวี่ยงตัวในกรอบกว้างตลอดวันพฤหัสบดี ขณะที่ผู้ค้าจับตาอย่างใกล้ชิดว่าการเจรจาสันติภาพจะเดินหน้าหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าการลำเลียงน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาได้เร็วเพียงใด ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ร่วงลงมากกว่า 1.5% ลงไปซื้อขายต่ำกว่า 104 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากก่อนหน้านี้ในวันเดียวกันเคยพุ่งขึ้นมากกว่า 3%  

 

ธนาคารโกลด์แมน แซคส์ ระบุว่า คลังสำรองน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันทั่วโลกกำลังถูกดึงออกในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือนนี้ สะท้อนกันชนด้านอุปทานของโลกที่หดแคบลงอย่างรวดเร็ว  

 

สหรัฐเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้อิหร่าน “ส่งมอบ” ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะทั้งหมด เนื่องจากกังวลว่าเตหะรานอาจใช้สร้างระเบิดปรมาณู และให้คำมั่นว่าจะยุติการเสริมสมรรถนะอย่างน้อยหนึ่งทศวรรษ ขณะที่ผู้นำอิหร่านแสดงท่าทีคัดค้านเงื่อนไขเหล่านี้อย่างเปิดเผย โดยประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่านกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า “เราไม่มีวันถอย” ในกระบวนการเจรจา  

คำเตือนจากทรัมป์  

เมื่อวันพุธ ทรัมป์ เตือนว่าเขาอาจกลับมาโจมตีอิหร่านในไม่ช้า หากอิหร่านไม่ยอมรับเงื่อนไขของเขา ซึ่งเป็นคำขู่ที่เขาใช้ซ้ำหลายครั้งนับตั้งแต่มีการหยุดยิงเมื่อวันที่ 8 เมษายน “เราจะต้องมีข้อตกลง หรือไม่อย่างนั้นเราก็จะต้องทำอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างรุนแรง” เขากล่าว “แต่หวังว่าจะไม่ถึงขั้นนั้น”  

 

ก่อนหน้านี้ บรรยากาศดูเหมือนจะเป็นบวกมากขึ้นเมื่ออิหร่านส่งสัญญาณว่าความเห็นต่างกับสหรัฐกำลังแคบลง ในกรอบร่างข้อเสนอ 14 ข้อที่หารือกันเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ข้อเสนอดังกล่าวโดยสาระคือดีลระยะสั้นที่ให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่สหรัฐจะยกเลิกการปิดล้อมท่าเรืออิหร่าน จากนั้นทั้งสองฝ่ายจึงค่อยเข้าสู่การเจรจาเชิงลึกมากขึ้นเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน  

 

อิหร่านไม่ได้ระบุกรอบเวลาชัดเจนว่าจะตอบสนองอย่างเป็นทางการต่อสหรัฐ เมื่อใด กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านยืนยันจุดยืนว่าต้องการ “คำมั่น” ว่าการสู้รบจะยุติลง “ในทุกสมรภูมิ รวมถึงเลบานอน” และยังเรียกร้องให้มีการปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัดภายใต้มาตรการคว่ำบาตรด้วย  

 

เกือบสามเดือนหลังความขัดแย้งปะทุ เปเซชเคียนยังยืนกรานว่าประเทศของเขาไม่ได้อยู่บนเส้นแบ่งของการยอมแพ้ “การพยายามบีบให้อิหร่านยอมจำนนด้วยการบังคับ คือภาพลวงตาล้วน ๆ” เขาโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันพุธ  

 

ด้าน พลเอกอาซิม มูนีร์ แห่งปากีสถาน ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนกลางมาตลอดช่วงสงคราม เลื่อนแผนการเยือนเตหะรานในวันพฤหัสบดีออกไป ตามรายงานของสำนักข่าว อัล อาราบิยา หลังมีรายงานก่อนหน้านี้ว่าเขาจะเดินทางไปยังกรุงเตหะราน โดยอัล อาราบิยา อ้าง “แหล่งข่าวระดับสูง” โดยไม่เปิดเผยชื่อ  

อิสราเอลต้องการโจมตีอิหร่านอีกรอบ

สำนักข่าวแอ็กซิออสซึ่งอ้างแหล่งข่าวไม่เปิดเผยตัว ระบุเพิ่มเติมว่าทรัมป์และนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู มีการสนทนาทางโทรศัพท์ที่ “ตึงเครียด” เมื่อวันอังคาร โดยไม่ได้ให้รายละเอียดว่าผู้นำสหรัฐพูดอะไรกับเนทันยาฮู ซึ่งก่อนหน้านี้เคยระบุว่าเขาไม่เชื่อใจว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามข้อตกลงสันติภาพใด ๆ และส่งสัญญาณว่าการโจมตีสาธารณรัฐอิสลามจะต้องกลับมาในบางจังหวะ อิสราเอลยืนยันมาตลอดว่าศักยภาพทางทหารของอิหร่านควรถูกทำลายลงมากกว่านี้  

 

รายงานดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่นานหลังทรัมป์บอกผู้สื่อข่าวว่า เนทันยาฮูจะ “ทำทุกอย่างที่ผมต้องการให้เขาทำ”  

 

เอลี โคเฮน รัฐมนตรีพลังงานของอิสราเอล กล่าวว่า หากการสู้รบกลับมาอีกครั้ง “จะไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์” ในอิหร่าน โดยระบุว่า “ขั้นต่อไปจะรวมถึงการโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจ แหล่งพลังงาน  น้ำมัน ก๊าซ และโรงไฟฟ้า” เขากล่าวในรายการของสถานีวิทยุคิม บารัม เมื่อวันพุธ  

 

อีกหนึ่งประเด็นขัดแย้งสำคัญคือสถานการณ์ในเลบานอน ที่ซึ่งอิสราเอล กำลังสู้รบกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ซึ่งได้รับการหนุนหลังจากเตหะราน  อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านร่วมกับสหรัฐ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์จนจุดชนวนสงครามกับฮิซบอลเลาะห์ด้วย

 

อิสราเอลต่อต้านแนวคิดที่จะถอนทหารออกจากประเทศอาหรับดังกล่าว โดยการหยุดยิงในสมรภูมินี้ยังคงเปราะบาง เพราะอิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ยังคงเปิดฉากโจมตีกันแทบทุกวัน