ขณะที่ความร่วมมือพลังงานเป็นวาระสำคัญในการประชุมสุดยอด การเยือนจีนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อาจปูทางไปสู่การประสานความร่วมมือไตรภาคีระหว่างจีน รัสเซีย และสหรัฐ นี่คือ คาดการณ์ของชุย หงเจี้ยน อดีตนักการทูต และหัวหน้าภาควิชายุโรปศึกษา มหาวิทยาลัยการศึกษาต่างประเทศปักกิ่ง
แต่ชุยบอกว่า สหรัฐอาจยังเป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอนที่สุดในระหว่างการหารือกับผู้นำรัสเซียในวันพุธ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน กล่าวว่า สองประเทศควรยกระดับความร่วมมือยุทธศาสตร์เพื่อต่อสู้กับ “กฎแห่งป่า” ในระเบียบโลก
การเยือนจีนของปูตินมีขึ้นหลายวันหลังจากที่ผู้นำอเมริกันเยือนเมืองหลวงจีน และปักกิ่งกับวอชิงตันตกลงที่จะแสวงหา “ความสัมพันธ์เชิงสร้างสรรค์ที่มีเสถียรภาพเชิงกลยุทธ์”
นอกจากนี้ การประชุมครั้งนี้ยังดึงดูดความสนใจในแง่ที่ว่า มันอาจบ่งชี้ถึงทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างจีน สหรัฐและรัสเซีย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่กำหนดระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ชุย กล่าวว่า การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคในเดือนพฤศจิกายน ที่จีนจะเป็นเจ้าภาพที่เมืองเซินเจิ้นนั้น อาจเป็นโอกาสให้ทั้งสามประเทศได้ทดสอบความเป็นไปได้ของการประสานงานแบบไตรภาคี
“ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นการเผชิญหน้ากันเป็นคู่ๆ คือ การเผชิญหน้าในระดับหนึ่งระหว่างจีนกับสหรัฐ รวมถึงระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย ในขณะที่จีน และรัสเซีย ยังคงรักษาความสัมพันธ์แบบร่วมมือกัน ซึ่งจีน และรัสเซีย ก็กำลังใกล้ชิดกันมากขึ้น เช่นเดียวกับยุโรป และสหรัฐ” ชุย กล่าว และบอกว่า ความเสี่ยงเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มแม้ว่ายังคงมีอยู่ แต่มันกำลังลดลง เนื่องจากตอนนี้สหรัฐกำลังปรับความสัมพันธ์กับยุโรป และลดการใช้ถ้อยคำที่รุนแรงลง
ชุย กล่าวต่อว่า ความเป็นไปได้ใหม่ได้เกิดขึ้นแล้ว แต่ความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างจีน สหรัฐ และรัสเซีย จะพัฒนาไปสู่ความสัมพันธ์ไตรภาคีเดียวได้หรือไม่นั้น ปูตินเองควรต้องได้ทราบว่ามีการหารือเกี่ยวกับรัสเซียอย่างไร ในระหว่างประชุมสุดยอดทรัมป์-สี
“ความมั่นคงในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ และจีน เริ่มปรากฏให้เห็นชัดเจน ซึ่งส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าความตึงเครียดกำลังลดลง ดังนั้น ขณะนี้ความกดดันจึงตกอยู่กับรัสเซีย” ชุย กล่าว แต่ก็เตือนว่า สหรัฐยังคงเป็นปัจจัยที่ไม่แน่นอนที่สุดในการสร้างความร่วมมือแบบไตรภาคี
เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ ระบุว่า สหรัฐจะหลีกเลี่ยงหล่มสงครามอิหร่านอย่างไร การเลือกตั้งกลางเทอมจะเป็นอย่างไร และสหรัฐจะสามารถสร้างฉันทามติระหว่างพรรคการเมืองได้หรือไม่นั้น ยังเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอนอย่างมาก
ไม่ใช่การทูตสามเส้า
จ้าว หลง นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยระหว่างประเทศแห่งเซี่ยงไฮ้ แย้งว่า ปักกิ่งไม่ได้พยายามฟื้นฟูการทูตสามเส้าในยุคสงครามเย็น ที่มหาอำนาจหนึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกับอีกสองมหาอำนาจ และย้ำว่า มหาอำนาจทั้งสามในปัจจุบันมีวาระร่วมกัน และผลประโยชน์ทับซ้อนในหลายด้าน รวมถึงเสถียรภาพด้านอุปทาน และอุปสงค์พลังงาน การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในด้านการทหาร และความร่วมมือในการพัฒนาในแถบอาร์กติก
จ้าวมองว่า ปฏิสัมพันธ์ไตรภาคีในบรรดาผู้นำทั้งสามประเทศอาจมีมากขึ้นหลายครั้งในปีนี้ โดยเฉพาะในการประชุมสุดยอดกลุ่มประเทศ G7 ในฟลอริดา
“อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ได้บ่งบอกว่าปักกิ่งพยายามจัดตั้งสามเหลี่ยมยุทธศาสตร์จีน-สหรัฐ-รัสเซีย เพื่อแบ่งเขตอิทธิพลกัน หรือทำการทูตแบบมหาอำนาจที่อาศัยการต่อรองผลประโยชน์กันเท่านั้น” จ้าวย้ำ
‘จีน’ พันธมิตรที่รัสเซียพึ่งพาได้
ระหว่างการเจรจาช่วงวันพุธ ปูตินได้เน้นย้ำถึงข้อตกลงด้านพลังงานระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้าน โดยพรรณนาว่ารัสเซียเป็นซัปพลายเออร์ที่ “น่าเชื่อถือ” และจีนเป็นผู้บริโภคที่ “มีความรับผิดชอบ”
ชุย บอกว่า รัสเซียกำลังพึ่งพาจีนเพื่อแก้ไขปัญหาความท้าทายด้านการส่งออกพลังงาน และย้ำว่าการก่อสร้างท่อส่งก๊าซพาวเวอร์ออฟไซบีเรีย 2 จากทางตะวันตกของรัสเซียไปยังทางเหนือของจีนผ่านมองโกเลีย จะช่วยเพิ่มความร่วมมือด้านพลังงานได้เกือบสองเท่า และทดแทนรายได้จากตลาดในยุโรปที่สูญเสียไปได้บางส่วน
แต่สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดของเศรษฐกิจในประเทศรัสเซีย และสมรภูมิสงครามในยูเครน ทำให้รัสเซียต้องการ การสนับสนุนจากจีนมากขึ้น
ชุย ชี้ให้เห็นว่า “การพึ่งพาตลาดขนาดใหญ่อย่างจีน หมายความว่า ปักกิ่งสามารถให้การสนับสนุนทางการเงิน และเศรษฐกิจที่สำคัญได้” หากการเผชิญหน้ากับยูเครนและยุโรปยังคงเกิดขึ้น
แต่ชุย บอกว่า ปักกิ่งอาจต้องการมากกว่าความสัมพันธ์แบบผู้ซื้อ-ผู้ขายกับมอสโกสำหรับความร่วมมือด้านพลังงาน ชุย บอกว่า
ลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของจีนอาจเป็นเรื่องของการสร้างความร่วมมืออย่างครอบคลุม ตลอดจนห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั้งหมด ทั้งในภาคต้นน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐาน
เมื่อบ่ายวันพุธที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในเอกสารหลายสิบฉบับ ครอบคลุมข้อตกลงด้านการค้า และความร่วมมือทางเทคโนโลยี พลังงาน นวัตกรรม และความร่วมมือด้านสื่อ และข่าวสาร ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิทางปัญญา
ในการแถลงข่าวหลังการลงนาม สี จิ้นผิง กล่าวว่า จีน และรัสเซีย ควรต่อต้านการข่มขู่ฝ่ายเดียวทุกรูปแบบ และความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะกระชับความไว้วางใจซึ่งกัน และกัน และขยายการค้าทวิภาคีให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

