ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน โว 'รัสเซีย-จีน' คือพลังแห่งเสถียรภาพโลก! ก่อนหารือกับ 'สี จิ้นผิง' ในกรุงปักกิ่งวันพุธที่ 20 พ.ค. ย้ำสองชาติไม่ประสงค์ต่อต้านประเทศใด และพยายามปกป้องกฎหมายระหว่างประเทศ
ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย กล่าวยกย่องความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างมอสโกและปักกิ่งว่าเป็น "ขุมกำลังแห่งเสถียรภาพบนเวทีโลก" ก่อนหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน
ในการให้สัมภาษณ์ก่อนเยือนจีนระหว่างวันที่ 19-20 พ.ค. ปูตินกล่าวว่ามอสโกและปักกิ่งไม่ประสงค์ที่จะร่วมมือกันต่อต้านประเทศใด แต่ต้องการทำงานร่วมกันเพื่อ “สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองถ้วนหน้า”
“ด้วยเจตนารมณ์นี้ มอสโกและปักกิ่งจึงประสานความพยายามปกป้องกฎหมายระหว่างประเทศ และบรรทัดฐานของกฎบัตรสหประชาติทั้งหมด” ปูตินผู้รุกรานยูเครน กล่าว ซึ่งการรุกรานของเขาถูกประณามเป็นวงกว้างว่าละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ปูตินเสริมด้วยว่า รัสเซียและจีนยังได้สนับสนุนความร่วมมือภายใต้กรอบการทำงานของสหประชาชาติ (ยูเอ็น), องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้, บริกส์ และแพลตฟอร์มพหุภาคีอื่นๆ ที่มีส่วนสำคัญในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนระดับโลกและระดับภูมิภาค
ปูตินกล่าวต่อว่า ความสัมพันธ์ระหว่างมอสโกและปักกิ่งได้พัฒนาสู่ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งทั้งสองฝ่ายตอนนี้ก็สนับสนุนซึ่งกันและกันในเรื่องพื้นฐานต่างๆ เช่น “การปกป้องอธิปไตยและความเป็นเอกภาพของชาติ”
“รัสเซียและจีนมองอนาคตด้วยความมั่นใจ โดยมุ่งมั่นพัฒนาความร่วมมือในด้านการเมือง เศรษฐกิจ การป้องกันประเทศ ขยายการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคล โดยสรุปก็คือ ร่วมกันทำทุกวิถีทางเพื่อกระชับความร่วมมือทวิภาคีและส่งเสริมการพัฒนาโลกเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของทั้งสองประเทศ” ปูตินกล่าวสุนทรพจน์ผ่านสื่อรัฐบาล
ทั้งนี้ ผู้นำรัสเซียมีกำหนดการเดินทางถึงจีนในวันอังคาร (19 พ.ค.) ก่อนหารือกับสี จิ้นผิงวันพุธ (20 พ.ค.)
การประชุมสุดยอดครั้งนี้ ซึ่งเป็นการพบปะกันแบบตัวต่อตัวครั้งที่สองระหว่างผู้นำทั้งสองในรอบไม่ถึงหนึ่งปี เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสที่รัสเซียและจีนถูกมองว่ากำลังร่วมมือกันมากขึ้นในการท้าทายสถานะมหาอำนาจที่โดดเด่นในเวทีโลกของสหรัฐ
การเยือนของปูติน ซึ่งมีขึ้นเพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 25 ปีของสนธิสัญญาว่าด้วยความสัมพันธ์ฉันมิตรระหว่างสองฝ่าย ยังเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่สี จิ้นผิง และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดสองวันในกรุงปักกิ่ง
ด้านอเล็กซานเดอร์ โคโรเลฟ อาจารย์อาวุโสสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า ปูตินและสี จิ้นผิง จะใช้การประชุมสุดยอดครั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างกัน ในช่วงเวลาที่ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญกับแรงกดดันทางยุทธศาสตร์
“สำหรับรัสเซีย การเยือนครั้งนี้แสดงให้เห็นว่ารัสเซียยังคงรักษาการเข้าถึงทางการเมืองระดับสูงและพันธมิตรทางเศรษฐกิจไว้ได้ แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดันจากชาตะวันตกก็ตาม” โคโรเลฟกล่าว และว่าสำหรับจีนแล้ว ข้อตกลงนี้เป็นการยืนยันว่าความสัมพันธ์กับรัสเซียยังคงเป็นเสาหลักที่มั่นคงของสภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ของจีน
“การเยือนครั้งนี้ยังเน้นย้ำถึงบทบาทในการกำหนดนโยบายต่างประเทศของปักกิ่ง และข้อเท็จจริงที่ว่านโยบายต่างประเทศของจีนมีความเป็นอิสระและไม่ได้ถูกกำหนดโดยความต้องการของผู้อื่น” โคโรเลฟกล่าว
ปูตินและสี จิ้นผิง ซึ่งเคยพบกันอย่างเป็นทางการหลายสิบครั้ง และได้กระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการทูตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการถูกโดดเดี่ยวจากนานาชาติของมอสโก เนื่องจากรุกรานยูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2022
ตามข้อมูลของสถาบันจีนศึกษาเมอร์เคเตอร์ ระบุว่า การค้าสองทางระหว่างรัสเซียและจีนเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าจากปี 2020 ถึง 2024 โดยมีมูลค่าถึง 2.45 แสนล้านดอลลาร์
สินค้าที่รัสเซียส่งออกไปจีนส่วนใหญ่ประกอบด้วยน้ำมัน ก๊าซ และถ่านหิน ซึ่งเป็นสินค้าที่ช่วยให้มอสโกมีแหล่งรายได้สำคัญท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ ส่วนจีนส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทไปยังรัสเซีย รวมถึงเครื่องจักร ยานยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า และสิ่งทอ

