ทรัมป์เตือนอิหร่านให้ “รีบขยับ” ไม่อย่างนั้น “อาจไม่เหลืออะไร” ความตึงเครียดในตะวันออกลางส่งหุ้นเอเชียเปิดตลาดลดลง บอนด์ยีลด์โลกพุ่ง ฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐทรงตัว
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอาทิตย์ (17 พ.ค. 69) ที่ผ่านมาได้ขู่เตือนอิหร่านให้ “รีบขยับ” ไม่เช่นนั้นอาจต้องเผชิญกับผลลัพธ์บางอย่าง
“สำหรับอิหร่าน เวลาเดินอยู่ พวกเขาควรรีบขยับให้เร็วที่สุด ไม่งั้นจะไม่เหลืออะไรให้พวกเขาเลย ‘เวลา’ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้!” ทรัมป์ระบุในโพสต์บนสื่อโซเชียล Truth Social
ทรัมป์ไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าผลลัพธ์ที่ว่าเป็นอะไร และคาดหวังให้อิหร่านทำอะไรเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น
สหรัฐและอิหร่านยังคงขัดแย้งกันอย่างหนักในการเจรจายุติสงคราม นับตั้งแต่มีการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางในช่วงต้นเดือนเมษายน สหรัฐยังคงปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านก็ปิดช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่เริ่มต้นความขัดแย้ง
อย่างไรก็ดี คำขู่ที่ดูรุนแรงในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ใช้ถ้อยคำแข็งกร้าวต่อเตหะรานบนโซเชียลมีเดีย ก่อนหน้าข้อตกลงหยุดยิงในเดือนเมษายน เขาเคยเตือนว่า “อารยธรรมทั้งมวลจะตายคืนนี้ และจะไม่มีวันหวนกลับมาอีก” หากอิหร่านไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของสหรัฐเขายังเคยขู่จะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลเรือนของอิหร่าน รวมถึงโรงไฟฟ้าและสะพาน ซึ่งอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงคราม
การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งน้ำมัน ได้สร้างความปั่นป่วนอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงทั่วโลกและดันราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐให้ทะยานขึ้น ค่าเฉลี่ยราคาน้ำมันเบนซินขายปลีกในสหรัฐอยู่ที่ 4.51 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเมื่อวันอาทิตย์ ตามข้อมูลของ AAA
สหรัฐเรียกร้องให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่อิหร่านเรียกร้องค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม การยุติการปิดล้อม และการยุติการสู้รบโดยทันที รวมถึงในเลบานอนด้วย
- เปิดตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ลดลงรับข่าวทรัมป์
ตลาดเอเชีย–แปซิฟิกปรับตัวลดลงในวันจันทร์ (18 พ.ค.69) ขณะที่นักลงทุนชั่งน้ำหนักความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากทรัมป์เตือนอิหร่านให้ “รีบขยับให้เร็วที่สุด” ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อความเสี่ยงการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและโอกาสที่อาจกระทบต่ออุปทานน้ำมันโลก
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นมากกว่า 1% โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม เพิ่มขึ้น 1.34% มาอยู่ที่ 110.72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับขึ้น 1.75% มาอยู่ที่ 107.26 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ที่ออสเตรเลีย ดัชนี S&P/ASX 200 ลดลง 0.76%
ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น Nikkei 22 ลดลง 0.2% ขณะที่ดัชนี Topix เพิ่มขึ้น 0.1% ส่วนดัชนี Kospi และ Kosdaq (หุ้นขนาดเล็ก) ของเกาหลีใต้ ร่วงลงมากกว่า 2%
- ยีลด์บอนด์ทั่วโลกพุ่ง วิตกดอกเบี้ยสูง
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปี พุ่งขึ้นกว่า 8 จุด สู่ระดับ 2.785% ต่อเนื่องจากการเทขายพันธบัตร ท่ามกลางการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกจากความหวั่นเกรงเงินเฟ้อที่รุนแรงขึ้น
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงอยู่ที่ระดับ 25,733 จุด ต่ำกว่าระดับปิดล่าสุดของดัชนีที่ 25,962.73 จุด
- ฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐทรงตัว
ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐ เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย หลังจากสัปดาห์ก่อนตลาดทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยนักลงทุนรอผลประกอบการไตรมาสใหม่ของบริษัท Nvidia และผู้ค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐ
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ Dow Jones Industrial Average futures ลดลง 100 จุด หรือราว 0.2% ส่วน S&P 500 ฟิวเจอร์และ Nasdaq-100 ฟิวเจอร์ แกว่งตัวใกล้ระดับไม่เปลี่ยนแปลง
ที่วอลล์สตรีทเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ดัชนีหลักปิดลบในวันศุกร์ จากแรงกดดันการปรับฐานในหุ้นเทคโนโลยี และการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังการประชุมสุดยอดระหว่างทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนสิ้นสุดลงโดยไม่มีความคืบหน้าด้านนโยบายสำคัญ ทำให้นักลงทุนกังวล
ดัชนี S&P 500 ร่วง 1.24% มาปิดที่ 7,408.50 จุด ดัชนี Nasdaq Composite ลดลง 1.54% มาที่ 26,225.14 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 537.29 จุด หรือ 1.07% ปิดที่ 49,526.17 จุด
นักลงทุนทยอยขายทำกำไรในกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี หลังราคาปรับขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า โดยหุ้น Intel ร่วงลงมากกว่า 6% ขณะที่หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) และ Micron Technology ลดลง 5.7% และ 6.6% ตามลำดับ หุ้น Nvidia ร่วง 4.4% ส่วนหุ้น Cerebras Systems ซึ่งพุ่งขึ้นถึง 68% เมื่อวันพฤหัสบดี หลังเริ่มซื้อขายในตลาด Nasdaq ลดลง 10%

