สรุป 4 เรื่อง ในการเยือนจีนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งถ้ามองโดยรวมแล้ว สหรัฐและจีนมีเศรษฐกิจที่แปรผันตรงต่อกัน มีความเชื่อมโยงและจำต้องพึ่งพากันอย่างมาก การเยือนจึงสำคัญอย่างมาก ไม่เพียงต่อสหรัฐและจีน แต่กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก
การเยือนจีนของประธานาธิบดีสหรัฐในรอบเกือบ 10 ปี นักวิเคราะห์ต่างลงความเห็นตรงกันว่าจะโฟกัสอยู่ที่ 4 เรื่องหลัก
1. การค้าการลงทุน สหรัฐและจีนคือประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดอันดับ 1 และ 2 ของโลก ซึ่งเชื่อมโยง พึ่งพาและขาดจากกันไม่ได้ สหรัฐมีจุดแข็งคือตลาดขนาดใหญ่ ขณะที่จีนมีจุดแข็งคือความคุ้มค่าด้านการผลิต เป็นฐานการผลิตให้กับสินค้าสหรัฐ ในขณะเดียวจีนก็เป็นผู้ซื้อรายใหญ่ของสินค้าจำนวนมากจากสหรัฐ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการเยือนจีนรอบนี้ของคณะทรัมป์จึงประกอบไปด้วยซีอีโอมากมาย ตั้งแต่บ.โบอิ้ง ที่หวังจะเข้าตีตลาดจีนอีกครั้งกับดีลขายเครื่องบิน 500 ลำซึ่งถือว่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ บ.แอปเปิ้ล ที่ยังคงต้องพึ่งจีนในฐานะฐานการผลิต หรือ บ.เมตา เจ้าของเฟซบุ๊ก ที่หวังจะเข้าตีตลาดโซเชียลของพลเมืองจีนกว่า 1,410 ล้านคน
ยังไม่นับรวมสินค้าเกษตร อาทิ ถั่วเหลืองที่จีนและสหรัฐเคยเป็นคู่ค้าหลัก จีนคือผู้นำเข้าถั่วเหลืองอันดับ 1 จากสหรัฐ และสหรัฐก็ส่งไปจีนมากที่สุด ก่อนจะเกิดสงครามการค้าที่จีนใช้ถั่วเหลืองเป็นอาวุธโจมตีทรัมป์และฐานเสียงพรรครีพัคริกันตามชนบท โดยการโยกไปซื้อจากบราซิล หากทรัมป์สามารถดีลขายถั่วเหลืองได้ ก็จะคือควิกวินที่นำมาซึ่งคะแนนเสียงอันจะเป็นประโยชน์อย่างมากก่อนช่วงเลือกตั้งกลางเทอมที่กำลังจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้
2. ปัญหาสงครามในอิหร่านและการปิดช่องแคบฮอร์มุช ที่ขณะนี้สหรัฐมีทีท่าจะติดหล่ม เพราะไม่เพียงสงครามไม่สามารถหยุดอยู่ในกรอบเวลาที่สหรัฐตั้งใจไว้ แต่ยังลุกลามไปยังประเทศพันธมิตรและส่งผลโดยตรงต่อภาวะพลังงานขาดแคลนทั่วโลก ชะลอเศรษฐกิจทั่วโลกซึ่งก็กระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจสหรัฐ-จีน
3. กรณีไต้หวัน ที่จีนมีจุดยืนที่เด็ดเดี่ยวแต่เดิมและมีทีท่าแข็งกร้าวขึ้นเรื่อยๆ พร้อมไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการทหารที่ก้าวหน้าขึ้น ถึงแม้จะไม่สามารถทัดเทียมสหรัฐได้ในวันนี้ แต่การเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้งก็ทำให้สหรัฐจำต้องใช้ความรอบคอบยิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับการเริ่มใช้ซอฟต์พาวเวอร์ของจีนต่อไต้หวัน ทั้งการหันประนีประนอมทอดเยื่อใยจากการต้อนรับผู้นำพรรคฝ่ายค้านไต้หวัน ตลอดจนการเสนอผลประโยชน์หากเกิดการรวมชาติ เช่นเดียวกับไม้แข็งที่จีนมีต่อรัฐบาลขวาจัดของญี่ปุ่น ทั้งการแบนสินค้าอาหารทะเล การสั่งห้ามพลเมืองเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นตัวอย่างต่อสหรัฐและชาติอื่นๆ หากเข้ามายุ่งย่ามเรื่องไต้หวัน ซึ่งจีนถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนอย่างมาก
4. แร่แรร์เอิร์ธ อุตสาหกรรมเทคฯ และเอไอ จีนคือประเทศผู้ผูกขาดแร่แรร์เอิร์ธ (90% ของโลก) ซึ่งถือเป็นต้นกำเนิดของเซมิคอนดักเตอร์ ในอุตสาหกรรมเทคฯ มือถือ เรื่อยไปจนถึงเครื่องบินและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ถึงแม้แร่แรร์เอิร์ธจะสามารถหาได้ทั่วโลก แต่การถลุงนั้นไม่ง่ายและกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมากทำให้แร่แรร์เอิร์ธจีนนั้นถูกและเข้าถึงได้ และที่ผ่านมาจีนก็ใช้แร่แรร์เอิร์ธเป็นอาวุธหลักในการเอาชนะสงครามการค้ากับสหรัฐมาแล้ว
สหรัฐและจีนมีเศรษฐกิจที่แปรผันตรงต่อกัน มีความเชื่อมโยงและจำต้องพึ่งพากันอย่างมาก การเยือนจึงสำคัญอย่างมาก ไม่เพียงต่อสหรัฐและจีน แต่กับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

