รู้จัก “สวีเดน” ประเทศที่มีเกาะเยอะที่สุดในโลก และธรรมชาติที่สวยงามได้หล่อหลอมวิถีคิดและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างแนบแน่น จนทำให้สวีเดนเป็นดินแดนที่มนุษย์ เมือง และธรรมชาติ อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและงดงามในแบบของยุโรปเหนือ
หากถามว่าประเทศใดเป็นประเทศที่มีเกาะเยอะที่สุดในโลก แว่บแรกที่เราจะนึกถึง อาจจะเป็นอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์ ด้วยความที่ทั้งสองประเทศอยู่ใกล้เราเลยคุ้นหน่อย และถูกสอนกันมาว่าเป็นประเทศหมู่เกาะ แต่จริงๆ แล้ว ประเทศที่มีเกาะเยอะที่สุดในโลกคือ "สวีเดน" ซึ่งมีเกาะแก่งมากกว่า 2.67 แสนเกาะ ในขณะที่อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อยู่ในลำดับที่ 6 (1.7 หมื่นเกาะ) และลำดับที่ 9 (7.6 พันเกาะ) ของโลกตามลำดับ
สวีเดนมักจะถูกเรียกรวมอยู่กับกลุ่มประเทศอื่นๆ เช่น กลุ่มสแกนดิเนเวียบ้าง กลุ่มนอร์ดิกบ้าง เวลาที่พูดถึงประเทศสแกนดิเนเวีย เราก็คงพอทราบกันแล้วว่า หมายรวมถึงอีก 2 ประเทศ คือ นอร์เวย์และเดนมาร์ก ซึ่ง 3 ประเทศนี้ มีประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมร่วมกันอย่างเข้มข้น แถมสวีเดนและนอร์เวย์ ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวียซึ่งมีเทือกเขาสแกนดิเนเวียตั้งอยู่ เลยถูกเหมาเรียกด้วยชื่อดังกล่าว แต่หากพูดถึงกลุ่มนอร์ดิกจะเอา 3 ประเทศนี้พ่วงอีก 2 ประเทศ คือ ไอซ์แลนด์และฟินแลนด์เข้าไปด้วย โดย Nord ก็หมายถึงกลุ่มประเทศที่อยู่ทางเหนือของยุโรปนั่นเอง
สวีเดนมีพื้นที่ประมาณ 4.5 แสน ตร.กม. เล็กกว่าประเทศไทยนิดหน่อย แต่มีประชากรเพียง 10.6 ล้านคน เมืองหลวงของสวีเดนคือสตอกโฮล์ม โดย Stock ในภาษาสวีเดนโบราณแปลว่า ขอนไม้หรือซุง ส่วน holm แปลว่า เกาะเล็กๆ ทั้งนี้เพราะสตอกโฮล์มตั้งอยู่บนพื้นที่ของเกาะ 14 เกาะ เมืองถูกเชื่อมกันด้วยสะพาน 50 แห่ง เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำมาลาเรนและทะเลบอลติก และแม่น้ำมาลาเรนนี้ยังได้ฟอร์มตัวเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ กว่า 1.1 พัน ตร.กม. ใหญ่กว่าบึงบอระเพ็ดซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของไทยกว่า 5 เท่า แถมทะเลสาบมาลาเรนยังมีความใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ไม่ใช่ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดด้วยซ้ำ โดยทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในสวีเดนคือวาเนิร์น ซึ่งใหญ่กว่ามาลาเรนอีก 5 เท่า!! .. ด้วยความที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ ประชากรไม่มาก สภาพภูมิประเทศเป็นเทือกเขาและป่าไม้ ทำให้สวีเดนเป็นประเทศที่พระเจ้าอวยพรให้มีทัศนียภาพสวยงาม เป็นภูเขา ต้นไม้เยอะ และลำน้ำเต็มไปหมด ผู้คนที่นี่จึงคุ้นเคยกับธรรมชาติ ความสงบ และความเรียบง่าย
นอกจากมีภูมิประเทศที่สวยงามแล้ว สวีเดนยังมีโชคมหาศาลที่ไม่ได้ถูกทำลายในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เหมือนประเทศเพื่อนบ้านหรือประเทศในยุโรปอื่นๆ เนื่องจากสวีเดนยึดนโยบายเป็นกลาง ไม่เข้าข้างมหาอำนาจใด ทำให้พระราชวังหรือตึกรามบ้านช่องในสตอกโฮล์มหรือเมืองใหญ่ต่างๆ ในสวีเดน เป็นอาคารร้านรวงที่เป็นตึกเก่าจริงๆ ในขณะที่หลายเมืองในยุโรป เป็นตึกที่สร้างขึ้นใหม่หลังสงครามโลก แม้พยายามสร้างโดยคงแบบเดิมไว้ให้มากที่สุดก็ตาม แต่ก็เป็นของใหม่ ไม่ใช่ของอายุนับร้อยปี
สิ่งที่พบเห็นได้ในตัวเมืองสตอกโฮล์มคือความเป็นระเบียบ มีทางจักรยานเป็นระบบที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าให้เช่าที่หาได้ง่าย ผู้คนยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นมิตร ถนนหนทางก็มีทางม้าลายที่พอคนแตะปุ๊บรถก็จะหยุดปั๊บ แต่ท่ามกลางความเจริญนี้ก็ยังมีความเป็นธรรมชาติอยู่มาก เวลาเดินไปเดินในสวนสาธารณะจะพบนกพิราบตัวอ้วนพี การเจอกระต่ายป่าหรือหมาจิ้งจอกตัวไม่ใหญ่มากวิ่งอยู่ในพื้นที่สวนหลังบ้านก็เป็นเรื่องปกติ เวลาขับรถไปนอกเมืองซักนิด ก็มักจะพบเห็นกวางเล็มหญ้าอยู่ตามทุ่งกว้างริมทาง หรือบางทีก็อาจหลุดเข้ามาเดินถึงในเมือง
ท่ามกลางภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยผืนป่า ทะเลสาบ และหมู่เกาะนับไม่ถ้วน ชาวสวีเดนเติบโตมากับความใกล้ชิดธรรมชาติซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ความสงบ ความเรียบง่าย และการให้คุณค่ากับพื้นที่สีเขียวจึงไม่ได้เป็นเพียงภาพจำของประเทศแห่งนี้ หากแต่ยังหล่อหลอมวิถีคิดและวิถีชีวิตของผู้คนอย่างแนบแน่น จนทำให้สวีเดนเป็นดินแดนที่มนุษย์ เมือง และธรรมชาติ ดูจะอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนงดงามในแบบของยุโรปเหนือ

