ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตรียมพบกันเป็นวันที่ 2 คาดสหรัฐจี้จีนกล่อมอิหร่านทำดีลวอชิงตัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า สองผู้นำมีกำหนดดื่มชาและรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกันก่อนทรัมป์ เดินทางกลับสหรัฐ
“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความสัมพันธ์ของเรากับจีนจะแข็งแกร่งขึ้นและดีขึ้นกว่าที่เคย!” ทรัมป์โพสต์ทรูธโซเชียลเมื่อเช้าตรู่วันศุกร์ (15 พ.ค.)
การพบกันครั้งนี้มีเป้าหมายรักษาการสงบศึกการค้าอันแสนบอบบางที่สองผู้นำทำกันไว้เมื่อเดือน ต.ค.ให้คงอยู่
คาดด้วยว่า ทรัมป์จะจี้จีนกล่อมอิหร่านให้ทำข้อตกลงยุติสงครามกับวอชิงตัน หลังผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวอเมริกันไม่พอใจอย่างหนัก
การพบกันวันแรกเมื่อวันพฤหัสบดี (14 พ.ค.) ทำเนียบขาวสรุปว่า ผู้นำทั้งสองต่างต้องการให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และดูเหมือนสีจะสนใจซื้อน้ำมันอเมริกันเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง
ด้านทรัมป์เผยกับฟ็อกซ์นิวส์ว่า จีนเห็นชอบสั่งเครื่องบินโบอิง 200 ลำ เป็นการซื้อเครื่องบินพาณิชย์สหรัฐครั้งแรกในรอบเกือบสิบปี
อย่างไรก็ตาม จำนวนดังกล่าวต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก สื่อคาดการณ์ว่า โบอิงน่าจะขายเครื่องบินให้จีนได้ไม่น้อยกว่า 500 ลำ หุ้นโบอิงร่วงลงกว่า 4% หลังมีรายงาน
นโยบายสหรัฐต่อไต้หวันไม่เปลี่ยน
รอยเตอร์รายงานว่า การพบกันวันแรกเป็นไปอย่างชื่นมื่น แต่สีได้ยกเรื่องไต้หวันมาคุยด้วยน้ำเสียงตรงไปตรงมา ซึ่งไม่ใช่เรื่องเหนือการคาดหมาย ส่วนเรื่องอื่นๆ บรรยากาศผ่อนคลายและเป็นมิตร กระทรวงการต่างประเทศจีนเผยว่า การประชุมวงปิดระหว่างสีกับทรัมป์ ใช้เวลานานกว่าสองชั่วโมง
ไต้หวัน ซึ่งห่างจากชายฝั่งจีนไปเพียง 80 กิโลเมตร เป็นประเด็นร้อนระหว่างสหรัฐและจีนมานาน รัฐบาลปักกิ่งไม่เคยปฏิเสธการใช้กำลังทหารเข้าควบคุมเกาะแห่งนี้ ส่วนสหรัฐก็มีกฎหมายจัดหาเครื่องมือให้ไต้หวันป้องกันตนเอง
นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ผู้เดินทางมาจีนกับทรัมป์ด้วย กล่าวกับเอ็นบีซีนิวส์ว่า เรื่องไต้หวันได้ถูกนำมาหารือ และว่า จีน “ยกเรื่องนี้มาพูดเสมอ เราก็บอกชัดถึงจุดยืนของเราเสมอ แล้วเราก็ไปพูดเรื่องอื่น”
“นโยบายสหรัฐในประเด็นไต้หวันถึงวันนี้ไม่เปลี่ยนแปลง” นายรูบิโอย้ำ
ในงานเลี้ยงอาหารค่ำแบบรัฐพิธี สีเรียกความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ ว่า สำคัญที่สุดในโลก
“เราต้องทำให้มันใช้การได้และอย่าทำให้ปั่นป่วน”

