วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์อ้างจีนเสนอตัวช่วยแก้ปัญหาอิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์อ้างจีนเสนอตัวช่วยแก้ปัญหาอิหร่าน เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ทรัมป์บอกจีนเสนอตัวช่วยแก้ปัญหาสงครามอิหร่าน ขณะเดียวกันมีรายงานเรือถูกยึดใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้านสื่ออิหร่านรายงานปล่อยเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซมากกว่า 30 ลำ

บลูมเบิร์ก รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าจีนยินดีสนับสนุนการเจรจากับอิหร่าน ขณะที่เขากำลังผลักดันแนวทางการทูตเพื่อยุติสงคราม และเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังมีรายงานว่าเรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกยึดใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

ทรัมป์ ซึ่งกำลังเยือนประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่กรุงปักกิ่ง ระบุว่าผู้นำจีนเสนอความช่วยเหลือ แม้ทางการจีนยังไม่ได้ยืนยันเรื่องนี้อย่างชัดเจน ในถ้อยแถลงสรุปการประชุมระหว่างทรัมป์ และสี เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวคนหนึ่งกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดอยู่เสมอเพื่อให้การไหลเวียนของพลังงานเป็นไปอย่างเสรี

 

“เขาบอกว่าเขาจะไม่ขายอาวุธให้พวกเขา” ทรัมป์ กล่าว ระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ “ประธานาธิบดีสี อยากเห็นข้อตกลงเกิดขึ้น เขาอยากเห็นให้มีข้อตกลง และเขาเสนอความช่วยเหลือ โดยบอกว่าถ้ามีอะไรที่เขาจะช่วยได้ เขาก็อยากช่วย”

 

จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน และเป็นพันธมิตรทางการทูตที่สำคัญ ทำให้จีนมีอิทธิพลทางการทูตต่ออิหร่านในระดับหนึ่ง จีนส่งออกสินค้าให้เตหะรานตั้งแต่สินค้าอุปโภคบริโภคไปจนถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

มีรายงานว่าเรือพาณิชย์ลำหนึ่งถูกบุคคลที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ายึดใกล้สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เมื่อเช้าวันพฤหัสบดี ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ เรือที่ไม่เปิดเผยชื่อดังกล่าวถูกยึดห่างจากชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 38 ไมล์ทะเล โดยศูนย์ปฏิบัติการ การค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UK Maritime Trade Operations) ระบุว่า เรือกำลังมุ่งหน้าไปยังอิหร่าน

 

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ดูเหมือนจะมีเรือจำนวนมากขึ้นแล่นผ่านช่องแคบนี้ ซึ่งตามปกติรองรับการขนส่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติเหลวราวหนึ่งในห้าของทั้งโลก การปิดใช้งานช่องแคบอย่างมีผลในทางปฏิบัตินับตั้งแต่สหรัฐ และอิสราเอลเริ่มโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ได้พลิกสถานการณ์ตลาดพลังงาน และทำให้เกิดภาวะขาดแคลนพลังงานทั่วโลก

  • สื่ออิหร่านอ้างอิหร่านปล่อยเรือผ่านช่องแคบมากกว่า 30 ลำ

อิหร่านกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า จะมีเรือจีนหลายลำผ่านช่องแคบดังกล่าว หลังจากมีการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศของจีน ตามรายงานของสำนักข่าวกึ่งทางการ ฟาร์ส ที่อ้างแหล่งข่าวซึ่งไม่เปิดเผยชื่อ โดยเสริมว่า เรือเหล่านี้จะได้รับอนุญาตให้ผ่านตาม “ระเบียบการจัดการของอิหร่าน”

 

รายงานอีกฉบับของสถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านระบุว่า มีเรือมากกว่า 30 ลำ ได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบตั้งแต่คืนวันพุธ ตามคำกล่าวของเจ้าหน้าที่กองทัพเรือสังกัดหน่วยพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)

 

 

สหรัฐยังไม่ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของเรือผ่านคอขวดในอ่าวเปอร์เซียแห่งนี้ ซึ่งสหรัฐปฏิเสธที่จะยกเลนปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเรือบรรทุกน้ำมัน น้ำมันเชื้อเพลิง และก๊าซ 10 ลำแล่นผ่านได้เพิ่มขึ้นจากช่วงสัปดาห์ก่อนๆ

  • ราคาน้ำมันดิบทรงตัว

ราคาน้ำมันทรงตัวในวันพฤหัสบดี โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดเหนือระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากร่วงลง 2% เมื่อวันก่อน ราคาน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นเกือบ 50% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้เตือนถึงการชะลอตัวของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลกในวงกว้าง

 

การหยุดยิงระหว่างสหรัฐกับอิหร่านที่มีผลตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2569 ยังคงถือว่าถูกยึดถือโดยรวม แม้ว่าการเจรจาจะถึงทางตันแล้วก็ตาม อิหร่านยังคงปฏิเสธข้อเรียกร้องของสหรัฐที่ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยระบุว่าจะทำเช่นนั้นก็ต่อเมื่อวอชิงตันยุติการปิดล้อมทางเรือเท่านั้น อิหร่านยังยืนยันให้สหรัฐปลดล็อกทรัพย์สินของอิหร่านมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์และยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ

 

ผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐในตะวันออกกลางให้การต่อสภาคองเกรสเมื่อวันพฤหัสบดี ว่า สหรัฐ ทำลายทุ่นระเบิดทางทะเลของอิหร่านไปแล้วมากกว่า 90% จากทั้งหมดราว 8,000 ลูก พร้อมลดทอนความสำคัญของศักยภาพการรบของอิหร่าน เช่น การโจมตีด้วยโดรนต่อเรือสินค้า และสถานีพลังงานในภูมิภาค

 

ถึงแม้จะถูกโจมตีอย่างหนักต่อเนื่องหลายสัปดาห์จากสหรัฐ และอิสราเอล กองทัพอิหร่านยังคงมีอำนาจการยิงเหลืออยู่อีกมาก การประเมินด้านข่าวกรองของสหรัฐชี้ว่า อิหร่านยังสามารถใช้งานฐานยิงขีปนาวุธได้ 30 แห่งจากทั้งหมด 33 แห่งตามแนวช่องแคบฮอร์มุซ และยังคงมีสต๊อกขีปนาวุธประมาณ 70% ของจำนวนก่อนสงคราม ตามรายงานของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ที่อ้างข้อมูลลับ

 

อินเดียประณามการโจมตีเรือบรรทุกสินค้าของตนในอ่าวโอมาน ซึ่งจมลงหลังถูกจุดไฟเผา โดยเรียกเหตุการณ์นี้ว่า “ไม่อาจยอมรับได้” เจ้าหน้าที่จากกระทรวงการขนส่งทางเรือของอินเดีย ระบุว่า ลูกเรือทั้ง 14 คนได้รับการช่วยเหลือโดยหน่วยยามฝั่งโอมาน

 

สงครามครั้งนี้กำลังพลิกโฉมภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง โดยหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือ ความร่วมมือด้านการทหารและข่าวกรองที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นระหว่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอิสราเอล ทั้งสองประเทศสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตผ่าน “ข้อตกลงอับราฮัม” ที่สหรัฐหนุนหลัง ระหว่างสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกของทรัมป์ โดยทั้งสองได้ประสานงานกันในการโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านเมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน ตามรายงานของบลูมเบิร์ก

 

สำนักงานของนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ระบุเมื่อวันพุธว่า เขาได้แอบเดินทางเยือนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระหว่างช่วงสงคราม แต่ทางการสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวอ้างดังกล่าว

 

  • ประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสงคราม มีดังนี้  

อินเดียเรียกร้องความเป็นเอกภาพในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มบริกส์ BRICS เมื่อวันพฤหัสบดี ขณะที่นิวเดลีพยายามเชื่อมความแตกแยกภายในกลุ่มต่อกรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลาง  

อิหร่านจะไม่เข้าร่วมการเจรจารอบใหม่กับสหรัฐ เว้นแต่จะมีการปฏิบัติตามเงื่อนไขสร้างความเชื่อมั่น 5 ข้อ รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร และการปลดล็อกเงินทุนที่ถูกอายัด ตามรายงานของสำนักข่าวฟาร์ส  

เรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นลำหนึ่งโผล่ในอ่าวโอมานหลังจากครั้งล่าสุดส่งสัญญาณว่าอยู่ในอ่าวเปอร์เซีย บ่งชี้ว่าเรือจากญี่ปุ่นลำนี้น่าจะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซแบบลับๆ ซึ่งพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก

 

 

 

พิสูจน์อักษร....สุรีย์  ศิลาวงษ์