มอง ‘นครหลวงเวียงจันทน์’ ศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของลาว ที่ปัจจุบันมีความเจริญรุดหน้าไปมากในเชิงโลจิสติกส์ แต่ยังคงมีเสน่ห์ในแบบฉบับลาวยุคใหม่
ถ้าถามว่าเมืองหลวงของ สปป. ลาวคือเมืองใด เราก็คงตอบกันอย่างรวดเร็วว่า “เวียงจันทน์” แต่จริงๆ แล้ว ถ้าจะตอบให้ถูกกว่านั้น ต้องตอบว่าคือ “นครหลวงเวียงจันทน์”
ลาวแบ่งการปกครองเป็น 18 แขวง จริงๆ แล้ว คือ 17 แขวงกับ 1 นครหลวง และ 1 นครหลวงนี้ก็คือนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งมีสถานะเทียบเท่าแขวง โดยแขวงเวียงจันทน์เป็นอีกแขวงหนึ่งที่ไม่ใช่นครหลวงเวียงจันทน์ (แบ่งแยกจากกันเมื่อปี 2532) และแขวงเวียงจันทน์มีศูนย์กลางการปกครองของแขวงคือเมืองโพนโฮง โดยนครหลวงเวียงจันทน์มีพื้นที่ประมาณ 4 พัน ตร.กม. มีประชากรประมาณ 1.03 ล้านคน ในขณะที่แขวงเวียงจันทน์มีพื้นที่ใหญ่กว่าถึง 1.6 หมื่น ตร.กม. แต่มีประชากรน้อยกว่าเพียงประมาณ 4.4 แสนคน
สมัยก่อนบริเวณนครหลวงเวียงจันทน์นี้ ถูกเรียกว่า “กำแพงนครเวียงจันทน์” ซึ่งในปัจจุบันยังมีร่องรอยให้เห็นได้จากป้ายทะเบียนรถยนต์รุ่นเดิมๆ ที่ยังเขียนว่ากำแพงนครเวียงจันทน์ ในขณะที่ป้ายรถใหม่จะเขียนว่านครหลวงเวียงจันทน์แล้ว
ในบริเวณนครหลวงฯ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการเมืองและเศรษฐกิจของลาว ปัจจุบันก็มีความเจริญรุดหน้าไปมาก ในเชิง logistics ก็มีสะพานมิตรภาพที่ข้ามแม่น้ำโขงมาไทยได้สะดวก และมีรถไฟลาว-จีน ที่สามารถไปถึงคุนหมิงได้เพียงเวลาประมาณ 10 ชม. การเดินทางไปไหนมาไหนก็ไม่ยากสำหรับคนไทย เพราะใช้ภาษาไทยพูดคุยถามทางได้ตลอด ไปโน่นมานี่ก็สามารถโบกรถสะกายแลบที่มีทั่วไป หรือใช้แอปเรียกรถ Loca ซึ่งเป็นของคนลาวพัฒนาเอง หรือแอป Kokkok MOVE ซึ่งเกาหลีมาลงทุนก็ได้ และคนลาวพอรู้ว่าเป็นนักท่องเที่ยวไทยก็จะยิ้มแย้มแจ่มใสต้อนรับเป็นอย่างดี เวลาเดินไปไหนมาไหนแล้วเห็นป้ายร้านรวงต่างๆ ในฐานะคนไทยก็จะอดไม่ได้ที่จะพยายามอ่านป้ายภาษาลาวด้วยทักษะภาษาไทย ซึ่งหลายป้ายก็อ่านไม่ยากนัก พออ่านได้ก็จะกรุ้มกริ่มด้วยความภูมิใจเล็กน้อย
โดยที่ลาวทางตอนใต้ช่วงแขวงจำปาศักดิ์ มีที่ราบสูงแห่งหนึ่งคือที่ราบสูงโบลาเวน สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,300 กม. มีอุณหภูมิประมาณ 18–22 องศาตลอดทั้งปี มีดินภูเขาไฟที่ทำให้แร่ธาตุในดินมีความอุดมสมบูรณ์ ประกอบกับมีแหล่งน้ำจากธรรมชาติที่เพียงพอและสะอาด ทำให้ที่ราบสูงแห่งนี้เป็นบริเวณใช้ปลูกกาแฟคุณภาพเยี่ยม เกษตรกรลาวปลูกกาแฟกันกว่า 6 แสนไร่ ส่งผลให้มีผลผลิตกว่า 1.6 แสนตันต่อปี เป็นผลผลิตทางการเกษตรหนึ่งที่สำคัญของลาว เวลาไปเดินเล่นในนครหลวงฯ หรือเมืองใหญ่ต่างๆ ก็จะพบร้านคาเฟ่เก๋ ๆ อยู่ไม่น้อย เสิร์ฟกาแฟรสชาติดี ราคาไม่แพง พนักงานมีเสน่ห์ชวนมอง แถมประวัติศาสตร์ช่วงหนึ่งที่อยู่ใต้การปกครองของฝรั่งเศส ทำให้ยังมีความคุ้นเคยในการทำเบเกอรี่อร่อยๆ ขายร่วมกับกาแฟด้วย ร้านกาแฟจึงเป็นมุมนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาลาว และกาแฟลาวก็เป็นของฝากของขวัญยอดนิยมประเภทหนึ่ง
นอกจากกาแฟแล้ว ผลิตภัณฑ์อีกอย่างหนึ่งที่ขึ้นชื่อก็คือผ้าลาว โดยคนลาวยังผูกพันและใช้ผ้าซิ่นในชีวิตประจำวันกันอยู่มาก ข้าราชการหญิงจะใส่เสื้อเชิ้ต สวมสูท และผ้าซิ่น ทำให้ดูสง่างามแบบมีวัฒนธรรม โดยผ้าซิ่นจะยาวประมาณครึ่งหน้าแข้ง ในขณะที่ผ้าถุงไทยจะยาวเกือบตาตุ่ม ทำให้สาวๆ สวมผ้าซิ่นดูเดินได้ทะมัดทะแมง ชาวบ้านทั่วไป แม้จะมีใส่กางเกงตามสมัยนิยมเพื่อความสะดวกและความคล่องตัวกันพอสมควร แต่จำนวนไม่น้อยก็ยังใส่ผ้าซิ่น ดูเรียบร้อยและงามตา โดยนอกจากผ้าลาวแบบสไตล์ดั้งเดิมแล้ว ก็มีความพยายามในการนำผ้าไหมและผ้าพื้นเมือง มาออกแบบให้ทันสมัย ทั้งเป็นเครื่องแต่งกายและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เป็นของฝากอีกประเภทหนึ่งที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

