”สีหศักดิ์“ เผย ประเด็นไทยตกลงใช้ UNCLOS ประณอมข้อพิพาททางทะเลกับกัมพูชา แค่ข่าวลือ มองเป็นการชิงให้ความเห็นก่อนเจรจา หวังสร้างความได้เปรียบ ย้ำประเทศไทยเสียเปรียบแน่นอน เป้าหมายไทยคือฟื้นฟูความสัมพันธ์
นายสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สำนักข่าวกัมพูชาได้เผยแพร่ข่าว ว่า ฝ่ายไทยได้ตกลงที่จะเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับ (Compulsory Conciliation) ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ในวันจันทร์ (11 พ.ค.)
โดยรองนายกฯ กล่าวว่า การเจรจาภายใต้กรอบอนุสัญญากฎหมายทะเล ภายหลังจากการยกเลิก MOU44 จะต้องมีการเจรจาภายใต้กรอบของอนุสัญญาว่าด้วยกฎหมายของทะเล ซึ่งมีหลายขั้นตอนและวิธีการหลักที่ควรใช้คือการเจรจาระหว่างสองฝ่ายให้ถึงที่สุดก่อน
หากตกลงกันไม่ได้ จึงค่อยพิจารณากลไกอื่นๆ ภายใต้อนุสัญญา เช่น กลไกลการประนีประนอมภาคบังคับ ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงยินยอมร่วมกัน ซึ่งลักษณะของกลไกและท่าทีของกัมพูชา ผลที่ได้จากกลไกเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่ต้องปฏิบัติตามในทันที แต่เป็นเพียงการเสนอแนะแนวทางเพื่อแก้ไขปัญหา จึงไม่มีเรื่องที่น่ากังวล
รัฐมนตรีสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ฝ่ายกัมพูชามีท่าทีที่อยากจะได้ผลลัพธ์บางอย่างและมักจะมีการสรุปความเห็นไปก่อนที่จะเริ่มการพูดคุยกัน ซึ่งอาจเป็นสไตล์การเจรจาของเขาเพื่อให้ตนเองได้เปรียบ
“ การพยายามแถลงฝ่ายเดียวเช่นนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และกระบวนการใหม่ภายใต้กรอบอนุสัญญากฎหมายทะเลควรเริ่มต้นด้วยความใจกว้างและมีความจริงใจต่อกัน ”
ในส่วนของการพบปะกันระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทยและนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ก็เป็นเพียงการพูดคุยกันและยังไม่มีการให้คำมั่นใดๆ
รมว.กต.ย้ำ ฝ่ายไทยระบุว่าก่อนจะไปถึงจุดของการประชุมเรื่องเขตแดนทางบกหรือการปักปันเขตแดน จะต้องมีการสร้างความไวเนื้อเชื่อใจต่อกันก่อน ซึ่งในขณะนี้ยังไปไม่ถึงขั้นนั้น
สีหศักดิ์ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าการเจรจาจะไม่มีทางทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบแน่นอน และย้ำว่าเป้าหมายหลักคือการฟื้นฟูความสัมพันธ์ ไม่ใช่การพูดคุยเพื่อให้อีกฝ่ายนำไปอ้างว่าเป็นชัยชนะของตน เพราะหากเริ่มต้นด้วยทัศนคติเช่นนั้นกระบวนการเจรจาก็อาจไม่สามารถคืบหน้าต่อไปได้
“ไทยมีความเปิดกว้างและจริงใจมาโดยตลอด แต่ความจริงใจจากฝ่ายกัมพูชายังไม่ชัดเจน และควรหันมาคุยกันในลักษณะเพื่อนบ้าน ไม่ควรมุ่งสร้างความได้เปรียบหรือบิดเบือนผลของการหารือเพื่อประโยชน์ฝ่ายตน แต่ควรปรับแนวทางการทำงานร่วมกันใหม่เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด“ รองนายกฯ สีหศักดิ์กล่าว

