วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2569

Login
Login

คาด ‘ทรัมป์-สี’ หารือเน้นอิหร่าน หวั่นแก้ปม‘ภาษี-แรร์เอิร์ธ’ ไม่คืบ

คาด ‘ทรัมป์-สี’ หารือเน้นอิหร่าน หวั่นแก้ปม‘ภาษี-แรร์เอิร์ธ’ ไม่คืบ

การพบกันระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิงรอบนี้ คาดว่า สงครามอิหร่านน่าจะเป็นประเด็นสำคัญของการหารือ ลดโอกาสการแก้ไขประเด็นอื่นๆ เช่น ภาษีและอุปทานแร่หายาก 

เว็บไซต์ซีเอ็นบีซีรายงาน สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ กล่าวไว้แล้วว่า การพบกันของสองผู้นำจะมีขึ้นในวันที่ 14-15 พ.ค. และอิหร่านจะเป็นหัวข้อการสนทนา 

สัปดาห์ก่อนจีนต้อนรับรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ก่อให้เกิดความหวังว่าคู่สงครามจะทำข้อตกลงกันได้ ส่งผลราคาน้ำมันลดลง ตลาดหุ้นขยับขึ้น 

แหล่งข่าววงในผู้บริหารสหรัฐรายหนึ่งเผยว่า รัฐบาลสหรัฐปฏิเสธคำเชิญที่จีนขอให้จัดการประชุมรายอุตสาหกรรม ระหว่างผู้นำระดับสูงของจีนกับซีอีโอสหรัฐ โดยมองว่า อาจทำให้ธุรกิจอเมริกันดูใกล้ชิดกับรัฐบาลปักกิ่งเกินไป เมื่อวันอังคาร (5 พ.ค.) ทำเนียบขาวยังไม่เชิญผู้บริหารอย่างเป็นทางการให้ร่วมเดินทางไปกับทรัมป์ รายชื่อที่เสนอไว้ 24 คนถูกหั่นเหลือครึ่งหนึ่ง แหล่งข่าวอีกสองรายเผยว่า หนึ่งในนั้นคือซีอีโอโบอิงและซิตีกรุ๊ป คาดด้วยว่า โบอิงน่าจะปิดดีลออเดอร์ใหญ่ชุดแรกจากจีนในรอบเกือบสิบปี

ต่อมารอยเตอร์รายงานเมื่อวันศุกร์ (8 พ.ค.) อ้างแหล่งข่าววงในห้าราย ทรัมป์ลดจำนวนซีอีโอตามคณะ สะท้อนว่า คนในรัฐบาลเกิดความแตกแยกด้านนโยบายเศรษฐกิจ และความคาดหวังต่อผลการประชุมมีจำกัด

ปีนี้ สีต้อนรับผู้นำต่างชาติ 12 คน ตั้งแต่สหราชอาณาจักรไปจนถึงเกาหลีใต้ การมาของผู้นำมักนำตัวแทนภาคธุรกิจมาด้วย แต่บริษัทต่างๆ อาจไม่ติดใจหากพวกเขาถูกลดความสำคัญ ถ้านั่นช่วยให้แก้ปัญหาความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ได้

ไห่ จ้าว ผู้อำนวยการฝ่ายศึกษาการเมืองระหว่างประเทศสถาบันสังคมศาสตร์แห่งประเทศจีน กลุ่มคลังสมองของรัฐบาลปักกิ่ง มองว่า การยุติสงครามอิหร่านจะเป็น “ความโล่งใจครั้งใหญ่ของธุรกิจทั่วโลก” จะถูก “จดจำในฐานะความสำเร็จอันยิ่งใหญ่” ของการประชุมทรัมป์-สี

ตอนทรัมป์เยือนจีนในปี 2017 มีผู้บริหารชื่อดังไปด้วย 29 คน ลงนามข้อตกลงใหญ่ 37 ฉบับ มูลค่ากว่า 2.5 แสนล้านดอลลาร์ การเยือนซาอุดีอาระเบีย เมื่อเดือน พ.ค.ปีก่อน ผู้บริหารธุรกิจสหรัฐเดินทางร่วมคณะทรัมป์ไปกว่า 30 คน รอบนี้ลดเหลือ 12 คน

อย่างไรก็ตาม ไมเคิล ฮาร์ท ประธานหอการค้าอเมริกันในจีน คาดว่า การมีภาพร่วมระหว่างทรัมป์กับสี อาจเป็นการส่งสัญญาณภายในว่าการทำธุรกิจกับสหรัฐเป็นที่ยอมรับได้มากขึ้นอีกครั้ง

“นับตั้งแต่สหรัฐมีปฏิบัติการทางทหารเมื่อก่อนหน้านี้ ทางการจีนลังเลมากขึ้นในการมีปฏิสัมพันธ์กับภาคธุรกิจอเมริกัน” ฮาร์ทกล่าว

กระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า จีนยินดีต้อนรับการขยายตัวของธุรกิจสหรัฐ และหวังว่าบริษัททั้งสองฝ่ายจะสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทวิภาคีต่อไปได้ ด้านกระทรวงพาณิชย์จีนไม่ได้ให้ความเห็นกับซีเอ็นบีซีในประเด็นนี้

ขณะที่บางประเด็นธุรกิจกำลังลดความเร่งด่วนลง มีรายงานว่า ทั้งสองประเทศกำลังถอยห่างจากการเผชิญหน้าเรื่องมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐและเทคโนโลยี หันมามองหาความร่วมมือรับมือภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่เพิ่มขึ้นจากปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) และความคืบหน้าก็อาจเกิดขึ้นได้ สก็อตต์ เคนเนดี ที่ปรึกษาอาวุโส ศูนย์เพื่อยุทธศาสตร์และการต่างประเทศศึกษา ในกรุงวอชิงตันคาดว่า ทรัมป์จะตอบรับข้อตกลงจีนซื้อถั่วเหลืองสหรัฐและเครื่องบินโบอิง และจะหารือแผนการตั้ง “คณะกรรมการ” การค้าและการลงทุนเพื่อจัดการประเด็นทวิภาคีเป็นการเฉพาะ

“การประชุมครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะเสริมสร้างความได้เปรียบที่จีนได้รับในช่วงปีที่ผ่านมาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” เคนเนดีกล่าวและว่า รัฐบาลปักกิ่งน่าจะเน้นเรื่องภาษี สถานะของไต้หวัน และข้อจำกัดของสหรัฐต่อจีนในการเข้าถึงเทคโนโลยีก้าวหน้า จีนเป็นประเทศใหญ่ประเทศแรกที่ตอบโต้มาตรการภาษีที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศเมื่อเดือน เม.ย.2025 ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ จะส่งผลกระทบไปทั่วโลก และส่งผลต่อทุกประเทศ ไม่ใช่แค่สหรัฐเท่านั้น

  • ทรัมป์เล็งนำซีอีโอกลุ่มเล็กลงร่วมเยือนปักกิ่ง

รอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวห้าราย ทำเนียบขาวเชิญผู้บริหารภาคธุรกิจร่วมเดินทางไปจีนกับประธานาธิบดีทรัมป์ ลดจำนวนลง เช่น ซีอีโอเอ็นวิเดีย, แอปเปิ้ล, ควอลคอม, ซิตี้กรุ๊ป และโบอิง โดยซีอีโอจะได้ร่วมอาหารเย็นแบบรัฐพิธีกับทรัมป์ ที่ประธานาธิบดีสี เป็นเจ้าภาพด้วย

คำเชิญเกิดขึ้นนาทีสุดท้ายซึ่งถือเป็นเรื่องผิดปกติ ส่วนหนึ่งอาจมาจากความไม่ลงรอยกันในรัฐบาลเรื่องจำนวนซีอีโอและผู้ที่จะได้รับเชิญ

นี่ยังเป็นการเชิญตัวแทนภาคธุรกิจน้อยกว่าผู้นำตะวันตกคนอื่นๆ ที่ไปเยือนปักกิ่งเมื่อเร็วๆ นี้มาก เมื่อเดือน ม.ค.นายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของอังกฤษนำผู้บริหารภาคธุรกิจและวัฒนธรรมร่วมทางไปด้วย 60 คน นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนีนำยักษ์ใหญ่ภาคอุตสาหกรรมไปด้วย 29 คน ในเดือน ก.พ.

ตอนประชุมเตรียมงานในเดือน มี.ค. เจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ ลังเลที่จะนำตัวแทนซีอีโอไปปักกิ่งเป็นจำนวนมาก เพื่อจะได้ให้ความสำคัญกับ “การจัดการการค้า” ได้อย่างเต็มที่

“การส่งคณะซีอีโอกลุ่มเล็กที่สอดคล้องกับข้อเสนอและประเด็นการเจรจาอย่างแท้จริงน่าจะเหมาะสม กรีเออร์ดูเหมือนจะตระหนักดีว่าไม่ควรตั้งความคาดหวังไว้สูงเกินไป” เรวา กูฌง นักยุทธศาสตร์ด้านภูมิรัฐศาสตร์จากบริษัทที่ปรึกษาโรเดียมกรุ๊ปกล่าว คาด ‘ทรัมป์-สี’ หารือเน้นอิหร่าน หวั่นแก้ปม‘ภาษี-แรร์เอิร์ธ’ ไม่คืบ