องค์การอนามัยโลกแถลง คาดไวรัสฮันตา บนเรือสำราญอาจเป็นการติดต่อระหว่างคนสู่คน ซึ่งเกิดขึ้นได้ยากโดยการสัมผัสใกล้ชิด มีผู้ต้องสงสัยหรือยืนยันติดเชื้อเจ็ดคน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานถ้อยแถลงจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อวันอังคาร (5 พ.ค.69) ตามเวลาท้องถิ่น ต้องสงสัยว่าอาจมีการติดเชื้อไวรัสฮันตาระหว่างคนสู่คนซึ่งเกิดขึ้นได้ยากบนเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุซ เป็นเหตุให้คู่สามีภรรยาชาวดัตช์และชาวเยอรมัน เสียชีวิตรวมสามคน ชาวอังกฤษหนึ่งคนได้รับการย้ายตัวจากเรือไปเข้าห้องไอซียูในแอฟริกาใต้
บริษัท Oceanwide Expeditions สัญชาติดัตช์ ผู้ให้บริการเรือเอ็มวี ฮอนดิอุซ เผยว่า ลูกเรือสองคนเข้ารับการรักษาเร่งด่วน ส่วนอีกหนึ่งคนบนเรือที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ มีอาการเป็นไข้ต่ำๆ เท่านั้น
WHO ย้ำว่า ความเสี่ยงต่อสาธารณชนในวงกว้างยังต่ำ จากไวรัสชนิดนี้ที่ปกติจะแพร่กระจายจากการสัมผัสสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ
กระทรวงการต่างประเทศเนเธอร์แลนด์ แถลงว่า กำลังเตรียมการย้ายบุคคลสามคนจากเรือมายังเนเธอร์แลนด์ ขณะนี้เรืออยู่นอกฝั่งเคปเวิร์ด ประเทศเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกนอกฝั่งแอฟริกาตะวันตก ซึ่งเป็นปลายทางสุดท้ายแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำผู้โดยสารขึ้นฝั่งเพราะเกิดโรคระบาด
Oceanwide Expeditions กล่าวในวันเดียวกันว่า เครื่องบินแพทย์สองลำกำลังมุ่งหน้าสู่เคปเวิร์ดเพื่ออพยพ แต่ไม่ได้มีกรอบเวลาชัดเจน จึงยังไม่ทราบแน่ชัดว่าประชาชนเกือบ 150 คนที่ติดอยู่บนเรือจะได้ขึ้นฝั่งที่ไหนเมื่อใดแม้บริษัทจะกล่าวกำลังเจรจากับทางการเกาะแกรนคานาเรีย และเกาะเตเนริเฟเพื่อจอดเรือที่นั่นก็ตาม ทั้งสองอยู่ในหมู่เกาะคานารี ต้องใช้เวลาล่องเรือสามวันจากเคปเวิร์ด
ด้านกระทรวงสาธารณสุขสเปน กล่าวก่อนหน้านั้นว่า ไม่เห็นความจำเป็นที่เรือต้องมาจอด ณ หมู่เกาะคานารี ถ้าทุกคนที่ป่วยได้รับการอพยพในเคปเวิร์ดแล้ว โดยไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ โฆษกกระทรวงไม่ได้ให้ความเห็นกับรอยเตอร์ ขณะที่หัวหน้ารัฐบาลท้องถิ่นหมู่เกาะคานารี กล่าวว่า แนวทางที่เหมาะสมที่สุดคือ ให้เรือกลับไปยังประเทศเนเธอร์แลนด์
- WHO รู้ ประชาชนกลัว!
โดยทั่วไปผู้คนมักติดเชื้อไวรัสฮันตา ผ่านการสัมผัสกับหนูที่ติดเชื้อ หรือปัสสาวะ มูลหรือน้ำลายของหนูเหล่านั้น
อย่างไรก็ตาม การแพร่กระจายผ่านการสัมผัสใกล้ชิดก็มีบ้างอย่างที่เคยเกิดขึ้นตอนที่สายพันธุ์แอนดิส ระบาดในอเมริกาใต้รวมถึงอาร์เจนตินา ซึ่ง WHO เชื่อว่า เกี่ยวข้องในกรณีนี้ การตรวจสอบกำลังดำเนินอยู่ โดยเรือฮอนดิอุซ ออกจากเมืองอูชัวยาทางตอนใต้ของอาร์เจนตินาในเดือนมี.ค.
WHO ได้รับแจ้งว่าบนเรือไม่มีหนู
“เราเชื่อว่าอาจมีการติดต่อระหว่างคนสู่คนซึ่งเกิดขึ้นจากการสัมผัสใกล้ชิดมากๆ อย่างคู่สามีภรรยาที่พักห้องเดียวกัน” มาเรีย แวน เคอร์คอฟ ผู้อำนวยการฝ่ายความพร้อม และป้องกันโรคระบาดกล่าวและว่า ขณะนี้เป้าหมายหลักคือ การอพยพผู้โดยสารที่ป่วยสองคนที่ยังอยู่บนเรือ จากนั้นเรือจะเดินทางต่อไปยังหมู่เกาะคานารี
“เราได้ยินจากหลายคนบนเรือ เราอยากให้คุณรู้ว่าเรากำลังทำงานร่วมกับผู้ประกอบการเรือ เรากำลังทำงานร่วมกับประเทศต้นทางของคุณ เรารับฟังคุณ เรารู้ว่าคุณหวาดกลัว” เธอกล่าวพร้อมเสริมว่าพวกเขากำลังทำงานอย่างหนักเพื่อให้ผู้คนกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย
ทั้งนี้ WHO สันนิษฐานเบื้องต้นว่า ในเคสแรกสามีภรรยาชาวดัตช์ ผู้มาท่องเที่ยวในอาร์เจนตินาพวกเขาติดเชื้อก่อนขึ้นเรือที่นั่น
ส่วนผู้ติดเชื้อรายอื่นๆ อาจติดเชื้อระหว่างทริปดูนกตามเกาะต่างๆ ที่มีนก และสัตว์ฟันแทะอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทริปล่องเรือด้วย
- เริ่มออกเดินทางจากอาร์เจนตินาตอนใต้
ผู้โดยสารบนเรือสำราญหรูฮอนดิอุซส่วนใหญ่เป็นชาวอังกฤษ อเมริกัน และสเปน ออกเดินทางจากตอนใต้สุดของอาร์เจนตินาเมื่อปลายเดือนมี.ค. เรือแวะคาบสมุทรแอนตาร์กติกา รวมถึงเกาะเซาท์จอร์เจีย และทริสตันดาคุนฮา ซึ่งเป็นเกาะที่ห่างไกลที่สุดส่วนหนึ่งบนโลก
ทริปนี้ได้รับการโฆษณาว่า เป็นการท่องธรรมชาติแอนตาร์กติกา สนนราคาตั้งแต่ 16,000-25,000 ดอลลาร์ ผู้โดยสารที่ป่วยคนแรกเป็นชายชาวดัตช์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 เม.ย. ร่างยังอยู่บนเรือจนกระทั่งวันที่ 24 เม.ย. “จึงนำลงที่เซนต์เฮเลนากับภรรยาเพื่อส่งร่างกลับประเทศ”
ภรรยาของเขาซึ่งมีอาการระบบทางเดินอาหารเมื่อลงจากเรืออาการทรุดลงระหว่างเที่ยวบินไปยังโจฮันเนสเบิร์ก เธอเสียชีวิตก่อนถึงแผนกผู้ป่วยฉุกเฉินเมื่อวันที่ 26 เม.ย. WHO กำลังติดตามผู้โดยสารคนอื่นๆ บนเที่ยวบินนั้น
ทางการแอฟริกาใต้ยืนยันว่า ผู้ป่วยชาวอังกฤษผู้กำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในโจฮันเนสเบิร์ก ตรวจพบติดไวรัสฮันตา เนเธอร์แลนด์ก็ยืนยันว่าหญิงชาวดัตช์ผู้เสียชีวิตติดไวรัสฮันตาเช่นกัน
แวน เคอร์คอฟ กล่าวว่า สถาบันโรคติดต่อแห่งชาติแอฟริกาใต้กำลังหาสายพันธ์ุของไวรัส เป็นไปได้ว่าจะทราบผลภายในวันพุธ (6 พ.ค.)
ในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา WHO แถลงว่า การติดเชื้อส่วนใหญ่ในภูมิภาคอเมริกาอยู่ในอาร์เจนตินา อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ราว 32% สูงกว่าค่าเฉลี่ย และสูงกว่าไวรัสฮันตาสายพันธุ์อื่นๆ
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

