จับตา ‘ยูเครนและรัสเซีย’ ประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียว โดยยูเครนจะหยุดยิงวันที่ 5-6 พ.ค. ขณะที่รัสเซียจะหยุดยิงวันที่ 8-9 พ.ค. เพื่อเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2
สำนักข่าวอัลจาซีรารายงานในวันจันทร์ (4 พ.ค.) ว่า รัสเซียและยูเครนต่างประกาศหยุดยิงฝ่ายเดียวในสงครามที่ดำเนินมานาน 4 ปี
รัสเซียประกาศในวันจันทร์ว่า การหยุดยิงของฝ่ายตนจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8-9 พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะในมหาสงครามของผู้รักชาติ (Great Patriotic War) ซึ่งเป็นคำที่ใช้เรียกสงครามโลกครั้งที่ 2 ของรัสเซีย โดยในช่วงวันดังกล่าวจะมีขบวนพาเหรดกองทัพในมอสโก ขณะที่เคียฟออกมาประกาศภายหลังว่าจะหยุดยิงเช่นกัน
กระทรวงกลาโหมรัสเซียประกาศผ่านแอปพลิเคชันส่งข้อความ MAX ของรัฐบาลว่า “ตามมติของพลเอกวลาดิมีร์ ปูติน ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพรัสเซีย ได้มีการประกาศหยุดยิงระหว่างวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2026” และเสริมว่า “เราหวังว่าฝ่ายยูเครนจะดำเนินการเช่นเดียวกัน”
กระทรวงฯ ระบุ กองทัพจะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อรับประกันความปลอดภัยของขบวนพาเหรดวันแห่งชัยชนะ และได้เตือนยูเครนไม่ให้โจมตีในระหว่างการประกาศหยุดยิง โดยบอกว่า หากเคียฟพยายามขัดขวางการเฉลิมฉลองวันแห่งชัยชนะครบรอบ 81 ปี กองทัพรัสเซียจะตอบโต้ด้วยการโจมตีด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่ใจกลางกรุงเคียฟ และเตือนประชาชนในกรุงเคียฟและเจ้าหน้าที่ของคณะทูตต่างประเทศให้รีบออกจากเมืองโดยเร็ว
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวระหว่างพบปะผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) ว่า การตัดสินใจของรัสเซียที่จะไม่แสดงยุทโธปกรณ์ทางทหารในขบวนพาเหรดนั้น เป็นเพราะรัสเซียหวาดกลัวโดรนของยูเครน และเป็นหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงความอ่อนแอที่เพิ่มมากขึ้นของมอสโกครั้งแรกในรอบหลายปี
ทั้งนี้ เซเลนสกีประกาศหยุดยิงหลังจากประกาศของรัสเซียไม่นาน โดยบอกว่าเขาไม่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการจากรัสเซีย และยูเครนจะประกาศหยุดยิงแยกต่างหาก โดยเริ่มตั้งแต่เที่ยงคืนของวันอังคารที่ 5 พ.ค. ถึงวันที่ 6 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น
ประธานาธิบดียูเครนยังได้ย้ำด้วยว่า “ชีวิตมนุษย์มีค่ามากกว่าการ ‘เฉลิมฉลอง’ ในวันครบรอบใดๆ อย่างหาที่เปรียบมิได้” และเสริมว่า “ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำรัสเซียจะต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อยุติสงครามของพวกเขา”
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ปูตินได้เสนอให้มีการหยุดยิงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในระหว่างหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ซึ่งในเวลานั้น ยูเครนกล่าวว่าจะขอรายละเอียดการหารือเพิ่มเติมจากวอชิงตัน พร้อมทั้งย้ำว่า ยูเครนสนับสนุนการหยุดยิงอย่างยั่งยืนและการเจรจาสันติภาพที่ได้รับการสนับสนุนจากการรับประกันด้านความมั่นคง

