นานาชาติประณามการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเออี อิหร่านยังไม่แสดท่าทีหลังถูกกล่าวหายิงขีปนาวุธใส่ประเทศเพื่อนบ้านเพื่อตอบโต้สหรัฐปฎิบัติการเปิดช่อแคบฮอร์มุซ
อัลจาซีรา รายงานว่า นายกรัฐมนตรี เคียร์ สตาร์เมอร์ของสหราชอาณาจักรระบุว่า ‘ต้องยุติการยกระดับความตึงเครียด’ พร้อมประณามการโจมตีของอิหร่านต่อยูเออี
นายกรัฐมนตรีสตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร ออกมาประณามอิหร่านจากกรณีการโจมตีใส่ยูเออี โดยระบุว่าเขาจะ “ยังคงสนับสนุนการป้องกันประเทศของพันธมิตรของเราในอ่าวต่อไป”
“การยกระดับความตึงเครียดครั้งนี้ต้องยุติลง อิหร่านจำเป็นต้องเข้าร่วมการเจรจาอย่างจริงจังเพื่อให้การหยุดยิงในตะวันออกกลางดำรงอยู่ต่อไป และเพื่อให้ได้มาซึ่งทางออกทางการทูตในระยะยาว” สำนักข่าวรอยเตอร์อ้างคำกล่าวของเขา
ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส กล่าวว่าการโจมตีดังกล่าวเป็น “การกระทำที่ไม่มีเหตุอันสมควรและยอมรับไม่ได้”
- “แคนาดายืนเคียงข้างยูเออี” ท่ามกลางการโจมตีของอิหร่าน
นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดา แสดงความเป็นหนึ่งเดียวกับยูเออี หลังถูกโจมตีด้วยมิสไซล์และโดรนจากอิหร่าน
“เรายืนหยัดเคียงข้างชีค โมฮาเหม็ด บิน ซาเยด และชาวสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และขอชื่นชมความพยายามในการปกป้องพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน” คาร์นีย์กล่าวในถ้อยแถลงบน X
แคนาดาย้ำเรียกร้องให้ลดระดับความตึงเครียดและใช้การทูตในภูมิภาค
- ‘อิหร่านต้องเลิกจับโลกเป็นตัวประกัน’ นายกฯ เยอรมนี กล่าว
นายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ ของเยอรมนี เรียกร้องให้เตหะรานกลับสู่โต๊ะเจรจา ภายหลังมีรายงานการโจมตีของอิหร่านต่อยูเออี
“สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตกเป็นเป้าการโจมตีด้วยโดรนและมิสไซล์จากอิหร่านอีกครั้งหนึ่ง เราประณามการโจมตีเหล่านี้อย่างรุนแรง ความเป็นหนึ่งเดียวของเราขอส่งไปยังประชาชนของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และพันธมิตรของเราในภูมิภาค” เขากล่าว
แมร์ซเรียกร้องให้อิหร่านกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา พร้อมเสริมว่าประเทศ “ต้องหยุดการจับภูมิภาคและโลกไว้เป็นตัวประกัน”
“การปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซต้องยุติลง เตหะรานต้องไม่ถูกปล่อยให้ได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และต้องไม่มีการข่มขู่หรือโจมตีพันธมิตรของเราต่อไป” เขาระบุ
- ยูเออีเผยระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัด 19 ขีปนาวุธและโดรนในวันจันทร์
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศได้ “เข้าปะทะ” กับมิสไซล์และโดรนของอิหร่าน 19 ลูก/ลำเมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค. 69)
“ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเออีได้เข้าโจมตีสกัดกั้นมิสไซล์บอลิสติก 12 ลูก มิสไซล์ร่อน 3 ลูก และอากาศยานไร้คนขับ (UAV) อีก 4 ลำที่ถูกยิงมาจากอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บปานกลาง 3 ราย” กระทรวงกลาโหมยูเออีกล่าวในแถลงการณ์ ทั้งนี้ยังไม่ชัดเจนในทันทีว่ากี่ลูกจากทั้งหมดถูกสกัดทำลายได้โดยสมบูรณ์
ก่อนหน้านั้น ทางการในเอมิเรตฟูไจราห์เปิดเผยว่าการโจมตีด้วยโดรนใส่ท่าเรือน้ำมันแห่งหนึ่งได้ทำให้เกิดเพลิงไหม้และมีชาวอินเดียบาดเจ็บ 3 คน
- ชาติอาหรับหนุนยูเออี
รัฐบาลกาตาร์ออกแถลงการณ์สนับสนุนประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียเมื่อค่ำวันจันทร์ โดยให้คำมั่น “ยืนหยัดเป็นหนึ่งเดียวอย่างเต็มที่กับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์” และสนับสนุน “ทุกมาตรการที่ยูเออีดำเนินการเพื่อรักษาอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพเหนือดินแดนของตน”
กาตาร์เองก็เคยตกเป็นเป้าโจมตีด้วยมิสไซล์และโดรนของอิหร่านหลายครั้งตลอดช่วงสงคราม และเคยมีการสู้รบทางอากาศระหว่างเครื่องบินรบกาตาร์กับเครื่องบินทิ้งระเบิดของอิหร่านเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ซาอุดีอาระเบียก็แสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับยูเออีเช่นกัน โดยระบุว่าสนับสนุน “มาตรการใด ๆ ที่ยูเออีดำเนินการ เพื่อรักษาอธิปไตย ความมั่นคง และบูรณภาพเหนือดินแดนของตน” กระทรวงการต่างประเทศซาอุฯ ยังออกแถลงการณ์ประณาม “อย่างรุนแรงที่สุด” ต่อการที่อิหร่านโจมตี “เป้าหมายพลเรือนและเศรษฐกิจ” ในยูเออี รวมถึงเรือของบริษัทสัญชาติเอมิเรตด้วย
แหล่งข่าวบอกกับซีเอ็นเอ็นว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศ Iron Dome ของอิสราเอลถูกนำมาใช้สกัดกั้นจรวดของอิหร่านเหนือเขตน่านฟ้าของยูเออี ขณะนี้สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นอยู่ระหว่างการติดต่อกระทรวงการต่างประเทศยูเออีเพื่อขอแสดงความคิดเห็น
สำนักข่าวแอ็กซิออส รายงานก่อนหน้านี้ว่าอิสราเอลได้ลำเลียงระบบโดมเหล็ก Iron Dome เข้าไปช่วยยูเออีเป็นการลับ ซึ่งถือเป็นสัญญาณของความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดขึ้นระหว่างสองประเทศที่เพิ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อเพียงหกปีก่อน
อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำ NATO นายอีโว ดาลเดอร์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็น บิอันนา โกลอดริกา ว่าการที่ยูเออีถูกยิงด้วยมิสไซล์ “เป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่อาจปล่อยผ่านได้โดยไม่ตอบโต้”
- ผู้บริหารเดินเรือระส่ำ ‘Project Freedom’ หลังเรือและท่าเรือยูเออีถูกโจมตี
หลังจุดชนวนให้ความรุนแรงในอ่าวปะทุขึ้นอีกครั้ง “Project Freedom” ดูเหมือนจะย้อนศรใส่ตัวเอง และทำให้ผู้บริหารบริษัทเดินเรือยังคงกังวลอย่างยิ่งต่อการเดินเรือข้ามช่องแคบฮอร์มุซ
“ช่องแคบยังคงเป็นพื้นที่ที่อันตรายอย่างยิ่ง และผมคาดว่าเรือส่วนใหญ่จะยังหลีกเลี่ยงการผ่านไปจนกว่าทั้งสองฝ่ายจะได้ข้อสรุปที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้” ทิม ฮักซ์ลีย์ ประธานบริษัท Mandarin Shipping กล่าว
ข้อตกลงหยุดยิงกำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดัน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐเปิดปฏิบัติการ “Project Freedom” เมื่อวันจันทร์ เพื่อ “นำทาง” ให้เรือพาณิชย์แล่นผ่านช่องแคบ ขณะที่อิหร่านตอบโต้กลับอย่างรุนแรง
มีเรือพาณิชย์หลายลำในภูมิภาคที่ถูกโจมตี รวมถึงเรือสัญชาติเกาหลีใต้ลำหนึ่งด้วย
ยูเออีระบุว่าอิหร่านยิงมิสไซล์และโดรนใส่ท่าเรือน้ำมันหลักที่ฟูไจราห์ ซึ่งตั้งอยู่เลยช่องแคบออกไปเล็กน้อย ทำเลของท่าเรือดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นหนึ่งในไม่กี่เส้นทางส่งออกน้ำมันจากตะวันออกกลางที่ไม่จำเป็นต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
นี่ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่มีการประกาศหยุดยิงเมื่อสี่สัปดาห์ก่อน
ขณะเดียวกัน ปริมาณการเดินเรือก็ยังไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น สหรัฐระบุว่ามีเรือพาณิชย์ที่ชักธงสหรัฐสองลำแล่นผ่านช่องแคบได้สำเร็จ แต่อิหร่านปฏิเสธ สหรัฐยังอ้างด้วยว่าสามารถทำลายเรือเล็กของอิหร่านอย่างน้อยหกลำ ข้อกล่าวหาที่อิหร่านก็ปฏิเสธเช่นกัน
แผนของสหรัฐทำให้ผู้บริหารในอุตสาหกรรมเดินเรือต้องงุนงง เพราะทั้งจากฝั่งทรัมป์และกองบัญชาการกลางสหรัฐยังให้รายละเอียดของปฏิบัติการนี้น้อยมาก
ภายหลังการประกาศ Project Freedom อิหร่านระบุว่าเรือพาณิชย์และเรือบรรทุกน้ำมันจำเป็นต้องประสานงานกับกองทัพของตน และเตือนว่าจะโจมตีหากกองกำลังสหรัฐเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ
“ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีประเทศใดบ้างที่ร้องขอให้มีภารกิจด้านมนุษยธรรมนี้ และจะมีการประสานงานกับอิหร่านหรือไม่ และอย่างไร” ไซมอน เคย์ ผู้อำนวยการฝ่ายรีอินชัวรันซ์ระดับโลกของ NorthStandard ซึ่งเป็นบริษัทประกันความรับผิดชอบสำหรับเรือพาณิชย์ส่วนใหญ่ของโลก กล่าว
ในขณะที่อุตสาหกรรมเดินเรือกำลังรอความชัดเจน ราคาน้ำมันก็ยังพุ่งสูงขึ้นต่อไป ราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐทะยานขึ้นแตะ 4.46 ดอลลาร์ต่อแกลลอน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบสี่ปี
ผู้เชี่ยวชาญตลาดน้ำมันรายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ ซีเอ็นเอ็น ว่าราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐอาจพุ่งแตะ 5 ดอลลาร์ต่อแกลลอนได้ หากช่องแคบยังคงปิดอยู่ต่อไป

