ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เผย ตั้งตารอพบประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน แม้เกิดความตึงเครียดรอบใหม่ระหว่างสองเขตเศรษฐกิจใหญ่สุดของโลก
“ผมจะได้พบกับประธานาธิบดี สี ในสองอาทิตย์ผมรอคอยสิ่งนั้น”
“จริงๆ แล้วมันเป็นทริปที่สำคัญมาก” ทรัมป์ กล่าวในงานที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.69) ตามเวลาท้องถิ่น
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ผู้นำทั้งสองมีกำหนดพบกันในวันที่ 14-15 พ.ค.69 ที่กรุงปักกิ่ง ด้วยเดิมพันที่สูงทั้งสหรัฐ และจีนที่พยายามฝ่าความท้าทายด้านการค้า และอื่นๆ รวมถึงประเด็นไต้หวัน และอิหร่าน ทางการสหรัฐ และจีน เตรียมการประชุมผู้นำมาหลายเดือน รวมถึงได้หารือกันเรื่องการสร้างกลไกทวิภาคีใหม่เพื่อช่วยจัดการความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจ
ความขัดแย้งตะวันออกกลางทำให้การพบกันต้องเลื่อนมาแล้วรอบหนึ่ง สงครามอิหร่านทำให้เกิดความตึงเครียดรอบใหม่ เมื่อช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดผลพวงจากความขัดแย้ง ประเทศนำเข้าน้ำมันดิบอย่างจีนต้องพยายามป้องกันไม่ให้น้ำมันภายในประเทศขาดแคลน สหรัฐก็กดดันรัฐบาลเตหะรานอย่างหนัก ส่งผลให้ต้องคว่ำบาตรโรงกลั่นน้ำมันในจีนที่กลั่นน้ำมันอิหร่าน
ขณะนี้จีนสั่งการให้บริษัททั้งหลายอย่าทำตามมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐต่อโรงกลั่นเอกชนเกี่ยวข้องกับการค้าขายน้ำมันอิหร่าน การท้าทายดังกล่าวจะเป็นตัวทดสอบระบบคว่ำบาตรของสหรัฐ
ทรัมป์ เองก็มีคำถามว่าปักกิ่งอาจกำลังช่วยเหลืออิหร่านในสงคราม เขาเคยกล่าวโดยไม่เผยรายละเอียดว่า กองทัพเรือสหรัฐสกัด “ของขวัญ” ที่มุ่งหน้าสู่อิหร่าน
ไม่เพียงเท่านั้น สหรัฐยังกดดันจีน และประเทศอื่นๆ ที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมันให้ช่วยกันเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และปักกิ่ง และพันธมิตรสหรัฐไม่มีใครตอบรับ
ในวันจันทร์เช่นกัน นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ เรียกร้องจีนให้ร่วมปฏิบัติการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบ
“มาดูกันว่าพวกเขาจะใช้การทูตอย่างจริงจังแค่ไหน เพื่อโน้มน้าวให้อิหร่านเปิดช่องแคบ” เบสเซนต์ กล่าวกับฟ็อกซ์นิวส์
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


