สหรัฐและอิหร่านยิงตอบโต้กันในอ่าวเปอร์เซีย ทรัมป์เผยกองทัพสหรัฐทำลายเรือเร็วติดอาวุธของอิหร่านไป 7 ลำ อิหร่านโจมตียูเออีการปะทะสั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงสี่สัปดาห์
บลูมเบิร์ก รายงานว่า สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดฉากยิงตอบโต้กันในอ่าวเปอร์เซียเมื่อวันจันทร์ (4 พ.ค.69) ในความรุนแรงที่ปะทุขึ้นอีกครั้งและลุกลามไปถึงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จนก่อให้เกิดเสียงเรียกร้องให้กลับมาโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน และทำให้อนาคตของข้อตกลงหยุดยิงสี่สัปดาห์ต้องตกอยู่ในความสงสัย
พลเรือเอกแบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (US Central Command) แถลงต่อสื่อมวลชนเมื่อวันจันทร์ว่า กองทัพสหรัฐได้ต่อต้านการโจมตีจากโดรน ขีปนาวุธ และเรือเล็กติดอาวุธของอิหร่าน ขณะอำนวยความสะดวกให้เรือที่ชักธงสหรัฐ สองลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
“เราได้ยิงเรือเล็กไปเจ็ดลำ หรืออย่างที่พวกเขาชอบเรียกกันว่าเรือเร็ว” ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ลงบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social พร้อมเสริมว่ารัฐมนตรีกลาโหม พีท เฮกเซธ จะจัดแถลงข่าวในวันอังคาร
- อิหร่านโจมตียูเออี
การโจมตีเพิ่มความตึงเครียดขึ้นไปอีก ยูเออีกล่าวว่าสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธร่อนของอิหร่านได้ และโทษการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านว่าเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ที่ท่าเรือฟูไจราห์ ซึ่งทำให้มีผู้บาดเจ็บสามคน รัฐอ่าวแห่งนี้ออกประกาศเตือนมิสไซล์หลายครั้งต่อประชาชนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ข้อตกลงหยุดยิงระหว่างวอชิงตันกับเตหะรานเริ่มมีผลเกือบหนึ่งเดือนก่อน
การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันที่เป็นของบริษัทน้ำมันแห่งชาติของยูเออี Abu Dhabi National Oil Co ถูกโดรนของอิหร่านโจมตีในอีกเหตุการณ์หนึ่งนอกช่องแคบฮอร์มุซ
- น้ำมันดิบพุ่งขึ้น
ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นหลังมีข่าวว่าอิหร่านได้โจมตีฟูไจราห์ และมีภัยคุกคามครั้งใหม่ต่อเรือบรรทุกน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งก่อนสงครามจะปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เส้นทางนี้เป็นทางผ่านของน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกประมาณหนึ่งในห้า
น้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานสากล พุ่งขึ้นราว 6% ปิดตลาดเหนือระดับ 114 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบสหรัฐ ปรับตัวขึ้นมากกว่า 4% ไปปิดใกล้ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความรุนแรงครั้งนี้ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงที่โดยรวมยังคงยืนอยู่ตั้งแต่มีผลเมื่อวันที่ 8 เมษายน ต้องสั่นคลอน
นอกจากนี้ยังทำให้เกิดเสียงเรียกร้องให้สหรัฐ และพันธมิตรอย่างอิสราเอลกลับมาโจมตีอิหร่านต่อ หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายไปแล้วนับพันแห่ง สังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านและเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่น ๆ และปิดช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่ด้านพลังงานของโลก จนทำให้ราคาพลังงานทะยานสูง
เมื่อวันจันทร์ วุฒิสมาชิกรีพับลิกัน ลินด์ซีย์ เกรแฮม โพสต์บน X ระบุว่าการที่อิหร่านเลือกโจมตียูเออีและเรือบรรทุกสินค้า “ถือเป็นเหตุผลเพียงพออย่างยิ่งสำหรับการตอบโต้ครั้งใหญ่ หนักหน่วง และสั้น กระชับ เพื่อสร้างความเสียหายต่อเครื่องจักรสงครามของอิหร่านให้มากยิ่งขึ้น”
ในโพสต์โซเชียลมีเดียของเขา อดีตนายกรัฐมนตรีอิสราเอล นาฟตาลี เบนเน็ตต์ ระบุว่าการโจมตียูเออีของอิหร่านเท่ากับเป็น “การประกาศกลับมาเริ่มสงครามของอิหร่านต่อพันธมิตรของสหรัฐ และอิสราเอลทั่วทั้งภูมิภาค”
คูเปอร์ จากเซนต์คอม ปฏิเสธที่จะตอบคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าเกี่ยวกับการที่ว่าข้อตกลงหยุดยิงได้ถูกละเมิดแล้วหรือไม่ ขณะที่ในอีกการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ ไมก์ วอลต์ซ เอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่าเขาจะ “ขอมอบให้ทำเนียบขาวเป็นผู้ประกาศ” ว่ามีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงหรือไม่
“สถานการณ์ยังผันผวนอยู่” เขากล่าว
- ‘ปฏิบัติการเสรีภาพ Project Freedom’
เมื่อประกาศแผนการนำเรือที่ติดค้างออกจากอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งมีชื่อรหัสว่า “ปฏิบัติการเสรีภาพ” ทรัมป์กล่าวว่ามีหลายประเทศร้องขอให้สหรัฐ ช่วยเหลือในการปลดปล่อยเรือของตน
บ่ายวันจันทร์ ทรัมป์กล่าวว่าเรือพาณิชย์จากทั่วโลกถูก “ลักพาตัวโดยสถานที่ที่ชั่วร้ายมากแห่งหนึ่ง แต่เรากำลังจัดการอยู่” และย้ำว่าสหรัฐจะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ความรุนแรงในวันจันทร์ทำให้ความล้มเหลวของสหรัฐ และอิหร่านในการบรรลุข้อตกลงระยะยาว ยิ่งถูกจับตามองมากขึ้น
“ทั้งหมดนี้ตอกย้ำว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านนั้นเปราะบาง” เบกกา วอสเซอร์ หัวหน้าด้านการป้องกันประเทศของ Bloomberg Economics เขียนในบันทึกวิจัยเมื่อวันจันทร์ “เรายังเชื่อว่าผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มมากที่สุดคือความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ โดยมีความตึงเครียดและการปะทะประปรายต่อเนื่อง ทำให้ราคาน้ำมันทรงตัวในระดับสูง”
ศูนย์กลางของข้อพิพาทคือช่องแคบฮอร์มุซ ที่ซึ่งอิหร่านได้ปิดกั้นการเดินเรือแทบทั้งหมด เตหะรานระบุว่าจะเปิดช่องแคบอีกครั้งก็ต่อเมื่อสหรัฐยกเลิกการปิดล้อมทางเรือที่ท่าเรือของอิหร่าน
เมื่อถูกถามถึงทุ่นระเบิดทางทะเลของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ คูเปอร์จากเซนต์คอมกล่าวว่า “มันไม่ได้กว้างขวางถึงขนาดที่เราจะไม่สามารถใช้เทคโนโลยีชั้นยอดของเราเคลียร์เส้นทางได้” เขาเสริมว่าสหรัฐใช้ “ขีดความสามารถแบบพรางตัวต่ำ” ในการดำเนินการ ซึ่งมีนัยถึงการใช้โดรนใต้น้ำ
สงครามที่เริ่มต้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มทิ้งระเบิดใส่สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 5,500 ราย ส่วนใหญ่ในอิหร่านและเลบานอน
- ความคืบหน้าอื่น ๆ ของสงครามมีดังนี้
ทรัมป์กล่าวว่าเขาตั้งตารอที่จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม หลังจากสงครามกับอิหร่านทำให้การพบกันครั้งก่อนต้องเลื่อนออกไป
มีรายงานการโจมตีเรือเพิ่มขึ้นอีก เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งรายงานว่าถูกโจมตีด้วยวัตถุระเบิดทางเหนือของท่าเรือฟูไจราห์ของยูเออี ตามข้อมูลของ UK Maritime Trade Operations
ขณะที่เกาหลีใต้ยืนยันว่ามีรายงานการระเบิดและไฟไหม้ตามมาบนเรือลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของสำนักข่าวยอนฮับที่อ้างกระทรวงการต่างประเทศ
จีนได้ออกคำสั่งให้บริษัทของตนเพิกเฉยต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ ที่มุ่งเป้าไปยังโรงกลั่นน้ำมันเอกชนซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันของอิหร่าน ซึ่งถือเป็นการท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเสี่ยงทำให้ภาคการธนาคารขนาดใหญ่ติดอยู่ในวงล้อความขัดแย้ง ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของโลก


