กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐแถลง ไต้หวันเป็นพันธมิตร “ที่มีความสามารถและเชื่อถือได้” ความสัมพันธ์ของไทเปกับโลกรวมถึงเอสวาตินีก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมาก
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ตามที่ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อของไต้หวัน เดินทางเยือนเอสวาตินี หรืออดีตสวาซิแลนด์ ทางตอนใต้ของแอฟริกาโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า เมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค.) เพื่อเฉลิมฉลองวาระกษัตริย์ครองราชย์ครบรอบ 40 ปี
ล่าสุด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกแถลงการณ์
“ไต้หวันเป็นพันธมิตรที่น่าเชื่อถือและมีศักยภาพของสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศ และความสัมพันธ์ที่ไต้หวันมีกับทั่วโลกก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากต่อพลเมืองของประเทศเหล่านั้น รวมถึงเอสวาตินีด้วย”
ประธานาธิบดีไต้หวัน ทุกคนล้วนเดินทางไปเยือนพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน คนก่อนหน้าประธานาธิบดีไล่ เคยไปเยือนเอสวาตินีในปี 2023 และ 2018 โดยโฆษกระบุ “เป็นการเดินทางตามปกติ ไม่ควรทำให้เป็นเรื่องการเมือง”
เอสวาตินี ที่มีประชากรราว 1.3 ล้านคน เป็นหนึ่งใน 12 ประเทศที่ยังมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน และเป็นประเทศเดียวในแอฟริกา ภูมิภาคที่จีนมีสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจอย่างลึกซึ้ง
จีนประณามการเดินทางของนายไล่ ที่ไปกับเครื่องบินรัฐบาลเอสวาตินี โดยกล่าวว่า นายไล่ “เหมือนหนูที่กำลังวิ่งข้ามถนน”
ส่วนสหรัฐนั้น เป็นผู้สนับสนุนต่างชาติสำคัญที่สุดของไต้หวัน และเป็นผู้จัดหาอาวุธสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับรัฐบาลปักกิ่งที่มองว่า ไต้หวันคือดินแดนของตน
นายหวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวกับนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ เมื่อวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.) ก่อนการพบกันของผู้นำจีนและสหรัฐในกรุงปักกิ่งเดือนนี้ว่า
ไต้หวันเป็น “จุดเสี่ยงใหญ่สุด” ในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐ
ขณะที่นายไล่ กล่าวว่า มีเพียงประชาชนไต้หวันเท่านั้นที่จะตัดสินอนาคตของตน และไต้หวันมีสิทธิมีปฏิสัมพันธ์กับส่วนต่างๆ ของโลก ในวันอาทิตย์ (3 พ.ค.) เขาได้เชิญให้กษัตริย์เอ็มสวาตีมาเยือนไต้หวันอีกครั้ง


