ไม่กี่วันก่อนธนาคารกลางอิสราเอลเพิ่งปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจปีนี้ อ้างว่าเพราะสงครามในตะวันออกกลาง แต่สิ่งที่โดดเด่นสำหรับประเทศที่อยู่ในสงครามมาเกือบสามปีคือ ธนาคารกลางยังคงคาดว่าปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโต 3.6% แม้ปรับลดลง 1.4% แล้วก็ตาม
อามีร์ ยารอน ผู้ว่าการธนาคารกลางอิสราเอล เผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซี เมื่อวันที่ 16 เม.ย. หากแก้ไขความขัดแย้งในภูมิภาคได้ ปี 2026 เศรษฐกิจอิสราเอล สามารถฟื้นตัวมาเติบโต5.5%
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า เศรษฐกิจอิสราเอลจะขยายตัว 3.5% ในปีนี้ เทียบกับสหรัฐโต 2.3% และสหภาพยุโรป 1.3% นอกจากนี้ยังหมายความว่าผลผลิตมวลรวมภายในประเทศของอิสราเอล (GDPอิสราเอล) คาดว่าจะเติบโตแซงหน้าประเทศกลุ่มจี7ทั้งหมดในปี 2026 โดยในปีหน้าไอเอ็มเอฟคาดการณ์ว่า อิสราเอลจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ 4.4% ซึ่งจะยังคงเติบโตแซงหน้าประเทศพัฒนาแล้วรายใหญ่หลายประเทศ
อิสราเอลมีสัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีต่ำมากเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ หลายประเทศ ไอเอ็มเอฟประเมินไว้ปีนี้อยู่ที่ 69.8% แม้จะเพิ่มขึ้นจากปี 2025 เล็กน้อย แต่ก็ต่ำกว่าอัตรา 123.7% ของกลุ่มจี7 อยู่มาก
อัตราการว่างงานก็ขยับขึ้นมาเล็กน้อยอยู่ที่ 3.2% ในเดือน มี.ค. แต่ก็ต่ำกว่าสหรัฐที่อัตราว่างงาน 4.3% และยูโรโซน 6.2%
ขณะที่เงินเฟ้อยังทรงตัวในช่วงสองเดือนนับตั้งแต่เริ่มสงครามอิหร่าน โดยผ่อนคลายลงมาอยู่ที่ 1.9% ในเดือน มี.ค. ขณะที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงทำให้ค่าครองชีพในสหรัฐ อียู และสหราชอาณาจักรพุ่งตาม พิสัยเงินเฟ้อเป้าหมายในอิสราเอลอยู่ที่ 1%-3%
อิสราเอลนั้นอยู่ในความขัดแย้งต่อเนื่องมาตั้งแต่ถูกฮามาสโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค.2023 เป็นเหตุให้อิสราเอลต้องตอบโต้ด้วยการโจมตีกาซา ต่อมาอิสราเอลร่วมกับสหรัฐเล่นงานอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. รวมทั้งต่อกรกับฮิซบอลเลาะห์ที่มีอิหร่านหนุนหลังในเลบานอน แถมยังตกเป็นเป้าการโจมตีของกลุ่มฮูตีในเยเมนด้วย
เคเรน ยูซิเยล นักวิเคราะห์อาวุโสจากอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า แม้เศรษฐกิจอิสราเอลโตต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเพราะทำสงครามมาหลายปี แต่ภาคเอกชนที่ปรับตัวได้ เงินเฟ้อต่ำ แรงงานทักษะสูงมาก และการเติบโตอย่างต่อเนื่องช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากวิกฤติ
“การส่งออกสินค้าและบริการไฮเทคเป็นปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและการสร้างความมั่งคั่งในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา แต่เศรษฐกิจก็เติบโตอย่างดีในด้านอื่นๆ ด้วย เช่น การพัฒนาทรัพยากรก๊าซและการส่งออกด้านการป้องกันประเทศ”
“ในปี 2025 อิสราเอลได้ดีลการลงทุนจากต่างประเทศครั้งใหญ่สุดสองรายการทั้งสองรายการอยู่ในอุตสาหกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้แก่ กูเกิลซื้อกิจการวิซ มูลค่า 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ และพาโลอัลโตเน็ตเวิร์กซื้อกิจการไซเบอร์อาร์ก 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ทั้งสองรายการเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมีนาคม 2026” ยูซิเยลกล่าวและว่า โครงสร้างประชากรของอิสราเอลก็เอื้อต่อเศรษฐกิจ อัตราการเติบโตเฉลี่ยเกือบ 2% ต่อปีเป็นส่วนใหญ่ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา
“เมื่อเทียบกับมาตรฐานของประเทศพัฒนาแล้ว ประชากรของประเทศนี้ค่อนข้างอายุน้อย”
“ต่อให้พิจารณารายหัวผลงานทางเศรษฐกิจก็แข็งแกร่งมาตลอด 20 ปีที่ผ่านมา” ยูซิเยลอธิบายต่อ พร้อมเสริมว่าหากการหยุดยิงยังอยู่แม้อ่อนแอ คาดว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้อย่างค่อนข้างแข็งแกร่งภายในกลางปีนี้ ส่งผลเศรษฐกิจโดยรวมขยายตัวราว 3% ในปีนี้
“อัตราการว่างงานต่ำ ความต้องการสินค้าและบริการด้านเทคโนโลยีของอิสราเอลจากต่างประเทศที่แข็งแกร่ง รวมถึงการส่งออกด้านกลาโห การลงทุนด้านเทคโนโลยีในระดับโลกคึกคักและผลประโยชน์ที่ครัวเรือนได้รับ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากการลงทุนขนาดใหญ่หลายโครงการ จะช่วยส่งเสริมการเติบโต” นักวิเคราะห์รายนี้กล่าว และไม่เพียงเท่านั้นภาคพลังงานก็จะมีการลงทุนสูงมากในปี 2026-2027 ทั้งด้านพลังงานหมุนเวียนในประเทศ และการสนับสนุนขีดความสามารถในการผลิตและส่งออกก๊าซธรรมชาติ
แต่โจเอา โกเมส อาจารย์ด้านการเงินจากวิทยาลัยธุรกิจวอร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย กล่าวกับซีเอ็นบีซีว่า เศรษฐกิจของอิสราเอลเริ่มได้รับผลกระทบจากสงครามอิหร่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขาดแคลนแรงงานวัยทำงานที่ถูกระดมพลไปร่วมรบ และการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ลดลงเนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย การท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นกันส่งผลกระทบต่อการเติบโตและรายได้ของรัฐบาลด้วย
โกเมสมองว่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับข้อตกลงสันติภาพในตะวันออกกลางและความมั่นคงในมุมมองของอิสราเอลเป็นหลัก
“หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างมากและจำเป็นต้องมีการปรับปรุงทางการคลัง แต่ยังคงอยู่ในระดับที่จัดการได้ ตราบใดที่อิสราเอลสามารถสร้างกรอบสันติภาพที่เปิดให้ลดค่าใช้จ่ายด้านกลาโหมลงอย่างมากและต่อเนื่อง [และ] รักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติและฐานบุคลากรที่มีความสามารถ”
“สิ่งที่สำคัญน้อยกว่า แต่ก็ยังมีความเกี่ยวข้อง คือ ผลกระทบของสงครามต่อชื่อเสียงของอิสราเอลและความมีเสน่ห์ต่อนักเดินทางทั่วโลก” โกเมสกล่าวเสริม
ตลาดทุนคึกคัก
ควบคู่ไปกับเศรษฐกิจตลาดทุนอิสราเอลก็มีเงินไหลเข้ามากมาย ตั้งแต่ต้นปี ดัชนีเทลอาวีฟ 35 พุ่งขึ้นราว 20% จากที่ขึ้นมาแล้ว 51.6% ในปี 2025 ตลอดช่วงสองเดือนของสงครามกับอิหร่าน ดัชนีเพิ่มขึ้นราว 1% นับถึงขณะนี้ดัชนีเทลอาวีฟ 125 ขึ้นมาแล้วกว่า 17%
ขณะเดียวกันค่าเงินเชเกลของอิสราเอลแข็งค่าขึ้นเกือบ 7% เมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้ โดยเพิ่มขึ้นประมาณ 4% ตลอดช่วงสงคราม แม้นักลงทุนจะแห่กลับไปลงทุนในดอลลาร์ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยก็ตาม
ผลงาน 35 ปีนับถึงวันนี้ของตลาดหุ้นเทลอาวีฟนำหน้าคู่แข่งตลาดพัฒนาแล้วอื่นๆ รวมถึงดัชนีสำคัญทั้งสามตัวของวอลล์สตรีท
“ตลาดไม่ใช่แค่ปรับตัวได้ แต่ยังแข็งแกร่งอย่างเห็นได้ชัดเปลี่ยนจากความช็อกมาเป็นความปกติ” ยูซิเยลกล่าวพร้อมตั้งข้อสังเกตว่านักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนมากอย่างมีนัยสำคัญและกำลังซื้อขายเพิ่มจำนวนขึ้น
“เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเงินทุนจากต่างประเทศกำลังไหลกลับเข้ามาในตลาดท้องถิ่นส่วนใหญ่ไหลเข้ามาในภาคเทคโนโลยี การเงิน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันประเทศ” ยูซิเยลสรุป
หลีกเลี่ยงผลกระทบจากสงครามไม่ได้
ยูซิเยล นักวิเคราะห์อาวุโสจากอีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต กล่าวด้วยว่า ระหว่างความขัดแย้งรอบล่าสุด "รัฐบาลยกเลิกมาตรการปิดเมืองที่ไม่จำเป็นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกังวลว่าการปิดเมืองเป็นเวลานานจะทำให้เศรษฐกิจหดตัวรุนแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อรายได้ของรัฐบาลมากขึ้น”
“กระนั้นเราคาดว่า กิจกรรมของผู้บริโภคจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างเดือน มี.ค.-เม.ย. (ปกติจะเป็นช่วงพีคของเทศกาลวันหยุด)”
แม้รัฐบาลอิสราเอลต้องการลดทอนขีดความสามารถของทั้งรัฐบาลอิหร่านและฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน“ลงอย่างมาก” แต่เป็นไปได้ว่าต้องปฏิบัติตามสหรัฐในขั้นตอนต่อไป สัปดาห์ก่อนรัฐบาลทรัมป์ขยายเส้นตายการหยุดยิงออกไปเพื่อให้มีเวลาเจรจาสันติภาพกับอิหร่านมากขึ้น แต่ทรัมป์ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 23 เม.ย.ว่า เขาไม่รีบทำข้อตกลงหรือกำหนดกรอบเวลายุติสงคราม
และต่อให้การเจรจาได้ผลลัพธ์ใหม่ๆ “การหยุดยิงใดๆ จะเปราะบางอย่างที่สุด และความเสี่ยงที่อิสราเอลจะดำเนินการแต่เพียงฝ่ายเดียวอย่างน้อยๆ ก็ในเลบานอนนั้นมีความเป็นไปได้สูง” นักวิเคราะห์รายนี้กล่าว


