วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ทรัมป์ยืนยันแผนเยือนจีนเดินหน้า กูรูหวังจัดการความเสี่ยง

ทรัมป์ยืนยันแผนเยือนจีนเดินหน้า กูรูหวังจัดการความเสี่ยง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยัน การเยือนจีนเร็วๆ นี้ยังเดินหน้าตามแผนและจะเป็นงานที่น่าตื่นตาตื่นใจ ขณะนักสังเกตการณ์จีนกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก

เว็บไซต์เซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์รายงาน ประธานาธิบดีทรัมป์ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ (1 พ.ค.) ถึงการเดินทางไปเยือนปักกิ่ง

“มันจะน่าทึ่งมากการไปเยือนจีนและท่านประธานสี (จิ้นผิง) จะยิ่งใหญ่แน่ๆ”

“เรากำลังจะไปจีน และผมคิดว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นมาก”

เดิมทีทรัมป์มีแผนเยือนปักกิ่งช่วงปลายเดือน มี.ค. แต่เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 14-15 พ.ค. หลังเริ่มทำสงครามกับอิหร่าน

นักวิเคราะห์ชาวจีนกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้จะสำคัญต่อทั้งสองประเทศในการบริหารจัดการความเสี่ยงในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงทั่วโลก

สำนักข่าวทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ยื่นข้อเสนอใหม่ผ่านปากีสถานคนกลางเพื่อเจรจาสันติภาพรอบสองกับสหรัฐ แต่รายงานข่าวไม่ได้เผยรายละเอียด กระนั้นทรัมป์กล่าวว่า เขา “ไม่พอใจ” กับข้อเสนอ แต่ก็ไม่บอกรายละเอียดเช่นกัน

“คอยดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพราะพวกเขาไม่มีทหารเหลือแล้ว” ทรัมป์กล่าว

 ขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้ขยายมาตรการคว่ำบาตรต่อคิวบา พุ่งเป้าไปที่บริษัทต่างชาติและสถาบันการเงินที่ถูกมองว่าสนับสนุนรัฐบาลในฮาวานา และเสี่ยงที่จะทำให้ความสัมพันธ์กับยุโรปตึงเครียดมากขึ้นไปอีก ด้วยการประกาศว่าจะถอนทหารสหรัฐ5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังจากนายกรัฐมนตรีฟรีดริช แมร์ซ แสดงความเห็นว่า สหรัฐกำลังถูกผู้นำอิหร่าน “ดูหมิ่น” และรัฐบาลวอชิงตันไม่ม่ียุทธศาสตร์

 เปิดมุมมองนักวิเคราะห์

เจิ้น ติงลี่ อาจารย์ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในเซี่ยงไฮ้กล่าวว่า การเยือนปักกิ่งของทรัมป์ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการจัดการความเสี่ยง

“วอชิงตันไม่อยากตัดขาดจากห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์เช่น แร่หายากไปอย่างสิ้นเชิงและไม่ต้องการให้จีนจัดหาอาวุธให้อิหร่าน ส่วนจีนนั้นจุดสนใจอยู่ที่ประเด็นไต้หวัน” เจิ้นกล่าว

หม่า ป๋อ อาจารย์วิทยาลัยการต่างประเทศศึกษา มหาวิทยาลัยหนานจิง กล่าวว่า เป้าหมายเบื้องต้นของทรัมป์คือต้องการปรับความสัมพันธ์กับจีน

“ในเมื่อไม่มีทางออกที่ชัดเจนจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน หรือสงครามในอิหร่าน วอชิงตันจึงไม่อาจเปิดแนวรบใหม่ที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในช่องแคบไต้หวันหรือทะเลจีนใต้ได้” หม่ากล่าวและว่าความขัดแย้งทางการค้าและเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจได้คลี่คลายลงสู่ “สถานะปกติ” แล้ว โดยการปรับเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐไม่ได้มุ่งเป้าไปที่จีนเพียงฝ่ายเดียว

“สิ่งที่อ่อนไหวกว่าคือประเด็นความมั่นคงรอบๆ จีน ทั้งช่องแคบไต้หวัน ทะเลจีนใต้ และเกาหลีเหนือในระดับหนึ่ง”

“ประเด็นเหล่านี้อาจสร้างปัญหาใหญ่กว่าเรื่องอื่นๆ และอาจกลายเป็นหัวข้อสำคัญที่สองฝ่ายต้องคุย” หม่าเสริม