วันอังคาร ที่ 5 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เปิดเส้นทางวิบากประธานาธิบดีไต้หวันถึง'เอสวาตินี'จนได้!

เปิดเส้นทางวิบากประธานาธิบดีไต้หวันถึง'เอสวาตินี'จนได้!

ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อเดินทางถึงเอสวาตินี แจ้งกษัตริย์ ไต้หวันมีสิทธิมีปฏิสัมพันธ์กับโลกไม่มีประเทศไหนหยุดยั้งได้ ด้านจีนประณามทำตัวเหมือน “หนู”

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน เดินทางถึง เอสวาตินี รัฐเล็กๆ ทางตอนใต้ของแอฟริกาแล้วเมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค.) เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระกษัตริย์เอ็มสวาตีที่ 3 ครองราชย์ครบ 40 ปี หลังจากไต้หวันแถลงเมื่อไม่กี่วันก่อนว่า จีนบีบสามประเทศมหาสมุทรอินเดียเพิกถอนคำอนุญาต ไม่ให้เครื่องบินของนายไล่ชิงเต๋อบินผ่านน่านฟ้า

เอสวาตินีเป็นหนึ่งใน 12 รัฐที่ยังมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ที่จีนมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตน ไม่มีสิทธิมีความสัมพันธ์แบบรัฐต่อรัฐ

ซึ่งจุดยืนนี้รัฐบาลไต้หวันต่อต้านแข็งขันมาโดยตลอด นอกจากนี้ปักกิ่งยังเรียกร้องให้นานาประเทศหยุดปฏิสัมพันธ์กับไต้หวัน

ล่าสุดสำนักประธานาธิบดีไต้หวันแถลงว่า นายไล่ได้แจ้งต่อกษัตริย์ “สาธารณรัฐจีน, ไต้หวัน เป็นชาติอธิปไตยและไต้หวันเป็นของโลก”

"ประชาชน 23 ล้านคนของไต้หวัน มีสิทธิมีส่วนร่วมกับโลกไม่มีประเทศใดมีสิทธิ หรือควรที่ประเทศใดจะพยายามขัดขวางไม่ให้ไต้หวันมีส่วนร่วมกับโลก”

นายไล่เดินทางถึงเอสวาตินีหรือชื่อเดิมสวาซิแลนด์ ที่มีประชากรราว 1.3 ล้านคน เมื่อวันเสาร์ ด้วยเครื่องบินของรัฐบาลเอสวาตินีโดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า

เจ้าหน้าที่ระดับสูงฝ่ายความมั่นคงไต้หวันรายหนึ่งเผยกับรอยเตอร์แบบไม่เปิดเผยตัวตนว่าโมเดล “มาถึงแล้วค่อยประกาศ” เป็นการทูตที่ใช้กันทั่วไป เพื่อลดความเสี่ยง “ถูกแทรกแซงจากภายนอก”

ด้านสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนออกแถลงการณ์เมื่อกลางดึกวันเสาร์ว่า นายไล่ ได้ “ลักลอบ” เดินทางไปเอสวาตินี

“พฤติกรรมที่น่ารังเกียจของไล่ ชิงเต๋อ เปรียบเสมือนหนูที่วิ่งข้ามถนน ย่อมจะถูกเยาะเย้ยจากประชาคมระหว่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” โฆษกระบุ

ด้านสภากิจการแผ่นดินใหญ่ ผู้กำหนดนโยบายจีนของไต้หวันกล่าวว่า นายไล่จะไปไหนไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากปักกิ่ง

“ความเห็นของสำนักงานกิจการไต้หวันนั้นหยาบคายสุดๆ และน่าเบื่อ” สภากิจการแผ่นดินใหญ่ระบุ

ทั้งนี้ การที่นายไล่ต้องยกเลิกแผนเดินทางเมื่อหลายวันก่อนเพราะปัญหาเรื่องเที่ยวบิน กระตุ้นให้สหรัฐวิจารณ์จีน ส่วนสหภาพยุโรป อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนีต่างแสดงความกังวล