นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นให้คำมั่นกระชับสัมพันธ์เวียดนาม เน้นย้ำความสำคัญภาคพลังงาน-แร่ธาตุ เร่งเร้าอาเซียนหนุนซัพพลายเชนภูมิภาค
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน นายกฯญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ หารือกับ นายกฯเวียดนาม เล มินห์ ฮุง ของ ที่กรุงฮานอยเมื่อวันเสาร์ (2 พ.ค.) ถึงการกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่สถาปนากันในปี 2023 ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เน้นในภาคส่วนพลังงาน ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เซมิคอนดักเตอร์ และอวกาศ
“เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่จำเป็นต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ญี่ปุ่นและอาเซียนต้องร่วมกันเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นายกฯ ญี่ปุ่นกล่าว
ฮุงกล่าวว่า ภายใต้โครงการ Power Asia Initiative มูลค่า หนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ซึ่งมีเป้าหมายสนับสนุนการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานของประเทศในเอเชีย ญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือจัดหาน้ำมันดิบให้กับโรงกลั่นและโรงงานปิโตรเคมี Nghi Son ของเวียดนาม
นางทาคาอิจิเชื่อมโยงโครงการดังกล่าวเข้าเข้า ยุทธศาสตร์ “อินโดแปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง” ที่ญี่ปุ่นนำกลับมาใช้ใหม่จากยุคของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เมื่อสิบปีก่อน โดยรัฐบาลโตเกียวพยายามเสริมสร้างให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เน้นความมั่นคงทางเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ในโอกาสนี้นายฮุงได้แสดงจุดยืนของเวียดนามที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ระดับภูมิภาคของญี่ปุ่นรวมถึงวิสัยทัศน์ “อินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง” ด้วย
ร่วมมือด้านเศรษฐกิจ-แร่ธาตุ
นางทาคาอิจิกล่าวว่า การ์ตูนญี่ปุ่นและแกดเจ็ตยอดนิยมอย่างแอร์พอดของแอปเปิ้ลและสวิตช์ของนินเทนโด เป็นสัญลักษณ์บทบาทของเวียดนามที่เพิ่มขึ้นทุกขณะในภาคการผลิตของโลก
แม้ญี่ปุ่นยังคงเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดของเวียดนามรายหนึ่ง แต่ข้อมูลทางการชี้ว่า ในปี 2025 การลงทุนใหม่ของญี่ปุ่นในเวียดนามลดลง 75% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เหลือเพียง 233 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก
แต่การประกาศลงทุนในปี 2025เพิ่มขึ้น 19.4% จากปีก่อนหน้า มาอยู่ที่3.08 พันล้านดอลลาร์ขณะที่การค้าทวิภาคีเพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่1.37 หมื่นล้านดอลลาร์
ญี่ปุ่นนั้นพยายามลดการพึ่งพา แรร์เอิร์ธจีน ด้วยการกระชับห่วงโซ่อุปทานแร่ธาตุสำคัญให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ขณะที่เวียดนามแม้มีแหล่งแรร์เอิร์ธและแกลเลียมมหาศาล แต่ยังต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแปรรูปเนื่องจากขาดแคลนเทคโนโลยีและจีนมีบทบาทเด่นในการแปรรูป
นางทาคาอิจิกล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมมือกันด้านแร่ธาตุหายากให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อรับประกันเสถียรภาพอุปทาน และเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทาน
“ญี่ปุ่น อาเซียน และภูมิภาคอินโดแปซิฟิกทั้งหมด จะยืดหยุ่นและมั่งคั่งกว่าเดิมด้วยกัน” นายกฯ ญี่ปุ่น ย้ำ


