หวัง อี้’ หารือ ‘มาร์โก รูบิโอ’ เรียกร้องสหรัฐรักษาเสถียรภาพระหว่างสองมหาอำนาจ ย้ำ ‘ไต้หวัน’ คือจุดเสี่ยงขนาดใหญ่ที่สุดของความสัมพันธ์สองประเทศ
หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน เรียกร้องในวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.) ให้สหรัฐรักษา “เสถียรภาพ” ระหว่างสองมหาอำนาจ และเตือนว่าไต้หวันเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุด การเรียกร้องดังกล่าวมีขึ้นหลายสัปดาห์ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐจะเดินทางเยือนปักกิ่งในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
กระทรวงการต่างประเทศจีนรายงานว่า ในการสนทนาทางโทรศัพท์กับ มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวว่า ปักกิ่งและวอชิงตันควร “ปกป้องเสถียรภาพที่ได้มาอย่างยากลำบาก” ในความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐ
“ทั้งสองฝ่ายควรปกป้องเสถียรภาพที่ได้มาอย่างยากลำบาก เตรียมพร้อมให้ดีสำหรับการปฏิสัมพันธ์ระดับสูงที่สำคัญ ขยายขอบเขตความร่วมมือ และจัดการความเห็นต่างของกันและกัน" หวังกล่าวกับรูบิโอ
แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า หวังและรูบิโอได้ “แลกเปลี่ยนความคิดเห็น” เกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางด้วย แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
จีนเป็นพันธมิตรสำคัญของเตหะราน แต่ได้รักษาระยะห่างไว้เป็นส่วนใหญ่หลังจากที่ทรัมป์เข้าร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนหนัก
เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยืนยันการสนทนาทางโทรศัพท์ดังกล่าว และกล่าวว่าเป็นการเตรียมการสำหรับการเยือนของทรัมป์ แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม
รายงานของกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุต่อว่า แม้ความสัมพันธ์ “โดยทั่วไปยังคงมีเสถียรภาพ” ภายใต้การนำของทรัมป์และสี จิ้นผิง แต่หวังเน้นย้ำว่า
"ประเด็นไต้หวันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลักของจีน และเป็นจุดเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐ”
ปักกิ่งอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตนที่รอการรวมชาติ และวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐ แก่เกาะปกครองตนเองแห่งนี้ รวมถึงการสนับสนุนไทเปในเวทีระหว่างประเทศ
หวังกล่าวว่า “สหรัฐต้องเคารพในพันธสัญญาและเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง เปิดมุมมองใหม่ๆ สำหรับความร่วมมือทวิภาคี และทำหน้าที่ของตนเพื่อส่งเสริมสันติภาพโลก”
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีกำหนดเยือนจีนในวันที่ 14-15 พฤษภาคม เพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของมหาเศรษฐีพรรครีพับลิกันนับตั้งแต่กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนมกราคม 2025
ในช่วงปีแรกที่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีสหรัฐและประธานาธิบดีจีนได้ปะทะกันในเรื่องการค้าและภาษี จนกระทั่งมีการประกาศสงบศึกในเดือนตุลาคม 2025 เมื่อทรัมป์และสี จิ้นผิง พบกันที่เกาหลีใต้ในงานประชุมเอเปค


