วันศุกร์ ที่ 1 พฤษภาคม 2569

Login
Login

'ทรัมป์' โต้ 'นายกฯ เยอรมนี' วิจารณ์สงครามอิหร่าน จี้เบอร์ลินจัดการรัสเซีย-ยูเครนก่อน

'ทรัมป์' โต้ 'นายกฯ เยอรมนี' วิจารณ์สงครามอิหร่าน จี้เบอร์ลินจัดการรัสเซีย-ยูเครนก่อน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์' โต้กลับ 'นายกฯ เยอรมนี' อีกครั้ง หลังวิจารณ์การทำสงครามอิหร่านของสหรัฐ โดยจี้เบอร์ลินจัดการสงครามรัสเซีย-ยูเครนให้ได้ก่อนสนใจเรื่องในตะวันออกกลาง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวโจมตีนายกรัฐมนตรีฟรีดริช เมิร์ซ ของเยอรมนีอีกครั้ง ขณะที่ความแตกแยกระหว่างสหรัฐกับหนึ่งในพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดในยุโรปมีเพิ่มมากขึ้น จากการที่เบอร์ลินวิพากษ์วิจารณ์การทำสงครามต่ออิหร่าน

ประธานาธิบดีสหรัฐ โพสต์ในวันพฤหัสบดี (30 เม.ย.) ว่า เมิร์ซควรให้ความสำคัญกับกิจการของเยอรมนีและยุโรป มากกว่าที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ทรัมป์โพสต์ในโซเชียลมีเดีย

“นายกรัฐมนตรีของเยอรมนีควรใช้เวลาไปกับการยุติสงครามกับรัสเซีย-ยูเครนมากขึ้น (ซึ่งเขาทำได้ไม่ได้เรื่อง!) และแก้ไขประเทศที่กำลังมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องผู้อพยพและพลังงาน และใช้เวลาในการแทรกแซงผู้ที่กำลังกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ของอิหร่านให้น้อยลง”

ทรัมป์เสริมด้วยว่า สงครามกับอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลกนั้น “กำลังทำให้โลก รวมถึงเยอรมนี ปลอดภัยยิ่งขึ้น”

การโต้กลับของทรัมป์ตอกย้ำให้เห็นถึงผลกระทบที่ทวีความรุนแรงขึ้นของสงครามอิหร่านต่อพันธมิตรระหว่างสหรัฐและยุโรป ซึ่งทรัมป์เองได้เริ่มสงครามร่วมกับอิสราเอลโดยไม่ปรึกษาหารือกับพันธมิตรนาโตของวอชิงตัน

ก่อนหน้านี้ในวันพุธ (29 เม.ย.) ทรัมป์บอกว่า รัฐบาลของเขาเตรียมพิจารณาลดจำนวนทหารสหรัฐในเยอรมนี ซึ่งการมีอยู่ของกองทัพสหรัฐในเยอรมนีนั้นถือเป็นศูนย์กลางของร่มเงาความมั่นคงสหรัฐเหนือยุโรป

ด้านบอร์ลินบอกว่า พวกเขาพร้อมรับความเป็นไปได้ที่จะมีทหารสหรัฐน้อยลงในประเทศ และย้ำเรื่องความร่วมมือในนาโต

“เราเตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนั้นแล้ว” โยฮันน์ วาเดฟูล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีกล่าว ตามรายงานของสำนักข่าวเอเอฟพี

“เรากำลังหารือเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดและมีความเชื่อมั่นในทุกฝ่ายของนาโต และเรากำลังรอการตัดสินใจจากฝ่ายอเมริกันเกี่ยวกับเรื่องนี้”

นายกฯ เยอรมนีวิจารณ์สงครามอิหร่าน

ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเยอรมนีเริ่มต้นขึ้นเมื่อนายกฯ เมิร์ซ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐและอิสราเอลจากการมีแนวทางที่แข็งกร้าวต่ออิหร่าน ได้ตั้งคำถามถึงยุทธศาสตร์ของวอชิงตันในความขัดแย้งนี้

“ปัญหาของความขัดแย้งเช่นนี้คือ คุณไม่จำเป็นต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่คุณต้องถอนตัวออกมาด้วย เราเห็นสิ่งนั้นอย่างเจ็บปวดในอัฟกานิสถานเป็นเวลา 20 ปี เราเห็นมันในอิรัก” เมิร์ซกล่าว

นายกฯ เยอรมนีบอกด้วยว่า รัฐบาลทรัมป์กำลังถูก “ดูหมิ่น” ด้วยกลยุทธ์การเจรจาของเตหะรานและการปฏิเสธที่จะเจรจาโดยตรงจนกว่าเงื่อนไขของเตหะราน ซึ่งก็คือการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่อท่าเรืออิหร่าน จะได้รับการตอบสนอง

จากนั้นทรัมป์ออกมาตำหนิเมิร์ซเกี่ยวกับคำพูดดังกล่าวเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกล่าวว่า ผู้นำเยอรมนี “ไม่รู้ว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไร”

รัฐบาลเบอร์ลินก็พยายามแก้ต่างให้กับคำพูดของเมิร์ซ โดยวาเดฟูลกล่าวกับสถานีโทรทัศน์ DW เมื่อวันพุธว่า นายกรัฐมนตรีเยอรมนีหมายถึง “พฤติกรรมที่ไม่ดี” ของอิหร่านในการเจรจา ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของทรัมป์ที่ว่าเตหะราน “เล่นเกมมากเกินไป”

“สิ่งที่เราเห็นในขณะนี้คือ อิหร่านกำลังเล่นเกมเพื่อถ่วงเวลา และไม่ได้เจรจาในแบบที่จำเป็นจริงๆ” วาเดฟูลแก้ต่าง

เจตนาในการวิจารณ์สงครามอิหร่านของเมิร์ซไม่ชัดเจนนัก แต่หากย้อนกลับไปตอนที่กองทัพอิสราเอลทิ้งระเบิดอิหร่านโดยไม่มีการยั่วยุเมื่อปีที่แล้ว เมิร์ซเคยวิจารณ์อิสราเอลด้วยว่า “กำลังทำเรื่องสกปรกให้พวกเราทุกคน”

อย่างไรก็ตาม แม้ทรัมป์จะแสดงความคิดเห็นดูหมิ่นเยอรมนี แต่เมิร์ซยังคงเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นที่มีต่อนาโตและความเป็นพันธมิตรระหว่างสหรัฐกับยุโรป

“เรากำลังเดินตามเข็มทิศที่ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่วุ่นวายนี้ เข็มทิศนี้ยังคงมุ่งเน้นไปที่นาโตที่แข็งแกร่ง และความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกที่เชื่อถือได้” นายกฯ เยอรมนีกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี

“อย่างที่คุณทราบ ความร่วมมือข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเรา และต่อตัวผมเองด้วย” เมิร์ซย้ำ

ทั้งนี้ เยอรมนีเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์ยุทโธปกรณ์รายใหญ่ที่สุดของอิสราเอล นอกจากนี้ เบอร์ลินยังปราบปรามการเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องสิทธิของชาวปาเลสไตน์ในประเทศด้วย ซึ่งเป็นการกระทำที่นักเคลื่อนไหวมองว่าเป็นการดำเนินการ จับกุม เซ็นเซอร์ และเลือกปฏิบัติ

ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าความร้าวฉานระหว่างเยอรมนีและสหรัฐในครั้งนี้ จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐและสมาชิกในนาโตอย่างไร แต่ที่เห็นได้คือทรัมป์แสดงความไม่เชื่อมั่นต่อนาโตมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากที่กลุ่มปฏิเสธการเข้าร่วมในสงครามกับอิหร่านโดยตรง หรือช่วยเหลือสหรัฐด้วยการใช้กำลังในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง