ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) เป็นกรอบความร่วมมือที่โดดเด่นเนื่องจากมีเขตเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 1, 2 และ 3 ของโลกได้แก่ สหรัฐ จีน และญี่ปุ่นอยู่ร่วมในเวทีเดียวกัน และในปีนี้ที่โลกกำลังผันผวนสุดๆ สงครามอิหร่านระอุส่งผลเศรษฐกิจโลกซวนเซ จีนได้เป็นเจ้าภาพ APEC CHINA 2026 ที่นครเซินเจิ้น น่าสนใจว่าจีนจะใช้เวทีนี้สื่อสารประเด็นใดไปสู่โลก
การเป็นเจ้าภาพนี้ไม่ใช่จู่ๆ ก็เกิดขึ้น แต่ย้อนกลับไปตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศเมื่อวันที่ 16 พ.ย. 2024 ระหว่างการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 31 ที่กรุงลิมา ประเทศเปรูว่า จีนจะเป็นเจ้าภาพการประชุมในปี 2026
“เรามองไปข้างหน้าในการทำงานกับทุกฝ่ายเพื่อกระชับความร่วมมือเอเชียแปซิฟิกให้เป็นประโยชน์กับประชาชนในภูมิภาค” สีกล่าวในขณะนั้น
ผ่านไปหนึ่งปี สีประกาศกับผู้นำเอเปคในการประชุมผู้นำครั้งที่ 32 ณ เมืองคย็องจูของเกาหลีใต้ว่า การประชุมผู้นำ APEC CHINA 2026 จะมีขึ้นที่นครเซินเจิ้น
- ย้อนอดีตจีนเจ้าภาพเอเปค
ปีนี้จีนเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเอเปคเป็นครั้งที่ 3 เมื่อมองย้อนไปตอนเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 1 ในปี 2001 ตอนนั้นจีนกำลังอยู่บนทางแยกสำคัญเตรียมเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) เป็นช่วงเวลาของการปรับตัวที่ส่งสัญญาณว่า จีนพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่สนามเศรษฐกิจโลกเต็มตัว
ต่อมาในปี 2014 จีนได้เป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเป็นครั้งที่ 2 เรื่องราวเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เมื่อจีนกลายเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจโลกด้วยการบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลกลึกซึ้งยิ่งขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างน่าทึ่งในทศวรรษนั้น
ปีนี้จีนเป็นเจ้าภาพอีกครั้งด้วยพันธกิจสำคัญ นั่นคือการหลอมรวมเขตเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจแบบเปิดกว้างและความร่วมมือทางการค้าพร้อมๆ กับปฏิเสธการกีดกันทางการค้าและการเผชิญหน้า
- ทำไมต้องเซินเจิ้น
สีกล่าวกับผู้นำเอเปคในการประชุมเมื่อปี 2025 ที่เกาหลีใต้ ยกย่องเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (จีบีเอ) ว่าเป็น “เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในเศรษฐกิจโลก” และเซินเจิ้นเป็น “มหานครนานาชาติสมัยใหม่”
เซินเจิ้นอยู่ติดกับฮ่องกง เป็นเมืองใหญ่อันดับสองในมณฑลกวางตุ้ง สีเรียกการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของมหานครแห่งนี้จากหมู่บ้านประมงเป็นฮับเทคโนโลยีว่า “มหัศจรรย์แห่งประวัติศาสตร์โลกที่สร้างขึ้นโดยประชาชนจีน”
ในการประชุมอย่างไม่เป็นทางการเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเอเปค ที่นครเซินเจิ้น เมื่อวันที่ 11-12 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบข้อเสนอของจีนที่กำหนดให้การประชุมในปีนี้ ให้ความสำคัญกับ “การเปิดกว้าง นวัตกรรม และความร่วมมือ” ภายใต้ธีม “การสร้างประชาคมเอเชียแปซิฟิกเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน”
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวในการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเอเปคครั้งแรกในเดือน ก.พ.ว่า จีนเลือก“การสร้างประชาคมเอเชียแปซิฟิกเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” เป็นหัวข้อหลักของการประชุมในปีนี้ โดยเน้นให้ความสำคัญกับการเปิดกว้าง นวัตกรรม และความร่วมมือ เพื่อขับเคลื่อนวาระตลอดทั้งปี สมาชิกเอเปคควรสำรวจวิธีการนำไปสู่เขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก และควรส่งเสริมการจัดทำแผนแม่บทสำหรับยกระดับการเชื่อมโยงในมิติต่างๆ ใช้นวัตกรรมเร่งการเปลี่ยนแปลงสู่ความเป็นดิจิทัล อัจฉริยะ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมกลไกขับเคลื่อนการเติบโตใหม่สำหรับเขตเศรษฐกิจเอเปค
- ถอดรหัสจีนเจ้าภาพเอเปค ครั้งที่ 3
หากพิจารณาจากสิ่งที่หวังกล่าวในการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงเอเปคครั้งแรกก็พอจะเห็นทิศทางของจีนในฐานะเจ้าภาพเอเปค ที่ประธานาธิบดีสีกำหนดไว้ว่า จะต้องยึดมั่นในภารกิจพื้นฐานของเอเปค นั่นก็คือส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับชีวิตผู้คน ส่งเสริมการพัฒนาอย่างเปิดกว้าง ที่ทุกคนแบ่งปันโอกาสก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชนะร่วมกัน ส่งเสริมโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์และครอบคลุมทุกภาคส่วน และสร้างประชาคมเอเชียแปซิฟิก
อีกหนึ่งความพิเศษในการเป็นเจ้าภาพเอเปคของจีนคือ ปีนี้เป็นปีแรกของแผนห้าปีฉบับที่ 15 ที่หวังกล่าวว่า จีนจะมอบโอกาสใหม่ให้กับเอเชียแปซิฟิกและโลกด้วยความสำเร็จใหม่ๆ จากการพัฒนาประเทศให้ทันสมัยของจีน
สารจากผู้นำตั้งแต่ประธานาธิบดีสีและรัฐมนตรีหวัง ถูกตอกย้ำอีกครั้งในวันที่ 27 เม.ย.เมื่อสมาคมการทูตสาธารณะจีนจัดแถลงข่าว APEC CHINA 2026 เฉินซู ประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเอเปค 2026 กล่าวว่า “การสร้างประชาคมเอเชียแปซิฟิกเพื่อความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน” เป็นการตอบรับอย่างจริงจังต่อสถานการณ์โลกที่ผันผวนซับซ้อนในขณะนี้ ภายใต้หัวข้อดังกล่าวจีนจะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเปลี่ยนเป้าหมายการสร้างประชาคมเอเชียแปซิฟิกไปสู่การปฏิบัติ
การที่ต้องเน้นเรื่องการเปิดกว้าง นวัตกรรม และความร่วมมือในปีนี้ก็เพื่อปลดล็อกการเติบโตของภูมิภาคด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่รวดเร็ว มีสาขาใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เช่น เอไอซึ่งจะกลายเป็นสาขาที่สำคัญต่อความร่วมมือในอนาคต
ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของจีนปรากฏชัดในพื้นที่จีบีเอที่นอกเหนือจากเซินเจิ้นแล้ว ยังมีการประชุมทุกระดับกระจายกันไปทั่วพื้นที่
“เขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า เป็นประตูสำคัญในการมีส่วนร่วมของจีนกับเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก ภายใต้กรอบ ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’ ความได้เปรียบเชิงสถาบันที่ไม่มีใครเหมือนนี้ส่งเสริมการบูรณาการเชิงลึก” เฉินกล่าวและว่า ไม่เพียงเท่านั้นจีบีเอยังเป็นหนึ่งในศูนย์นวัตกรรมสำคัญที่สุดของจีนที่สามารถผสานเศรษฐกิจดิจิทัล เอไอ และความร่วมมืออื่นๆ ที่เอเปคให้ความสำคัญได้เป็นอย่างดี
- รู้จักเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (จีบีเอ)
เขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (จีบีเอ) เป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นำเสนอโมเดลใหม่ของการเปิดกว้างอย่างครอบคลุม และเป็นการปฏิบัติตามแนวทาง ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’
จีบีเอประกอบด้วยเขตปกครองพิเศษฮ่องกง เขตปกครองพิเศษมาเก๊า และเก้าเมืองในมณฑลกวางตุ้ง ได้แก่ กว่างโจว เซินเจิ้น จูไห่ ฝอซาน ฮุ่ยโจว ตงกวน จงซาน เจียงเหมิน และจ้าวชิงเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและธุรกิจแบบบูรณาการ
พื้นที่รวม 56,000 ตารางกิโลเมตร ประชากรเมื่อสิ้นปี 2024 กว่า 87 ล้านคน ถือเป็นโครงการพัฒนาเมืองที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของจีน เป้าหมายคือการพัฒนาคลัสเตอร์เมืองระดับโลกที่สามารถแข่งขันได้กับเมืองใหญ่ริมอ่าวอื่นๆ เช่น ซานฟรานซิสโก นิวยอร์ก หรือโตเกียว


